เมื่อคืนได้ทดสอบระบบการเรียนที่ผ่านมา โดยนำรูปพระที่มีสายตระกูลช่าง และศิลปะอู่ทอง ของยุคต่างๆ นำมาในชม
และขอให้นักเรียนทั้งหลายลองเรียงลำดับยุค และลำดับชุดศิลปะมาตั้งแต่ยุคต้นๆของอู่ทอง ปลายทวาราวดี มาจนถึงยุครุ่งเรืองสูงสุดของศิลปะอู่ทองในสมัย อยุธยา
ที่พบว่านักเรียนจำนวนหนึ่งสามารถเรียงลำดับศิลปะยุคต้นๆได้ แต่พอปลายๆ กลับไม่มีคำตอบ
ผมเลยสรุปบทเรียนไปว่า ............
ระดับความเข้าใจของนักเรียนที่ผ่านมาคงพอจะจับกลุ่มศิลปะลึกๆได้แล้ว
แต่ในระดับยุคหลังๆ ที่ละเอียดมากๆนั้น ยังไม่สามารถแยกแยะได้ ยังไม่มีคำตอบ หรือยังไม่ชัดเจนพอที่จะตอบ
ผมเลยสรุปบทเรียนให้ว่า.........
ที่จริงเรื่องพัฒนาการทางศิลปะนี้ ผมเคยอธิบายและให้หลักการไว้แล้ว
สำหรับบทเรียนในวันนี้ เพียงนำมาทดสอบ และนำมาทบทวนเฉยๆ
ข้อสรุปในความคาดหวังก็คือ..........
จุดฟันธงสุดท้ายของเทคนิคการวิเคราะห์ศิลปะ..........
คือ...........
จะแสดงให้เห็นว่า ศิลปะอู่ทองเป็น "ยาดำ" ของงานพุทธศิลป์มาทุกยุคทุกสมัยครับ
ที่ผมไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร
แต่น่าจะมีคำตอบจาก...........
1. ทั้งความงดงามของศิลปะ
2. ความเป็นมงคลของชื่อ “อู่ทอง” และ
3. อิทธิพลทางการปกครองของกลุ่มเผ่าไทจากสายอู่ทอง หรือ
4. ทุกอย่างผสมผสานกัน
นี่คือเจตนาของการนำพระศิลปะอู่ทองมารวมกันให้เรียงลำดับและทำความเข้าใจครับ
และจะลองนำศิลปะอื่นๆ เท่าที่มี นำมาให้เรียนกันครับ ที่น่าจะเป็นกลุ่มศิลปะ “สุโขทัย” ที่ถึงแม้จะพัฒนาขึ้นใหม่ ก็เป็นที่นิยมของคนรัก “พุทธศิลป์” มาตลอด จนถึงปัจจุบันครับ
ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกท่านครับ