เมื่อเด็กกลัวโรงเรียนมีภาวะเครียด...?


ขอบพระคุณคุณครูและครอบครัวกรณีศึกษารายนี้ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับดร.ป๊อปเพื่อช่วยลดภาวะเครียดในช่วงการประเมินผลการเรียนระบบโฮมสคูล

วันนี้ดร.ป๊อปได้เรียนรู้ความเป็นไปได้ของการบูรณาการระบบการศึกษาแบบโฮมสคูล (Home School) จากครอบครัวกรณีศึกษาวัย 13 ปี นามสมมติ ป. ที่ได้รับการรักษาจากจิตแพทย์มานาน 1 ปี พร้อมปรับการได้รับยาคลายกังวลกับยาคลายเศร้าในขนานคงที่ไม่เกิน 6 เดือนที่ผ่านมา ช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาน้อง ป. กับคุณแม่ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เขตการศึกษาท่านหนึ่งที่พูดไปพร้อมหัวเราะใส่กรณีศึกษาจนทำให้น้องป.ไม่ชอบ ร้องไห้ และกลัวเจ้าหน้าที่ท่านนี้อย่างมาก แต่ในวันศุกร์หน้านี้น้องป.จะต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ประเมินผลการเรียน (30%) ที่บ้านหลังจากคุณแม่ได้ประเมินผลการเรียนของน้องป.ไปแล้ว 70% สำหรับการศึกษาระดับ ม.1 ปีนี้

ดร.ป๊อป: สวัสดีครับ น้องป.ได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างในอาทิตย์นี้ครับ

น้องป.: [สีหน้าดูไม่ไว้ใจ...สบตาได้ไม่นาน] สวัสดีค่ะ...ไม่แน่ใจ

ดร.ป๊อป: เอาหละ...พี่ชื่อป๊อปนะครับ...วันนี้น้องป.มีอะไรอยากให้พี่ช่วยเหลือไหมครับ

น้องป.: [สีหน้าดูกลัว ก้มหน้าลง และทำหน้าเศร้า] ... ไม่รู้

ดร.ป๊อป: น้องป.วันนี้น้องมาฝึกความมั่นใจให้พร้อมในการสัมภาษณ์วันศุกร์หน้านี้ ... ตอนนี้มั่นใจเท่าไรจาก 10 คะแนน

น้องป.: มั่นใจ 6 คะแนน 

ดร.ป๊อป: น้องป.อยากให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นที่กี่คะแนนครับ

น้องป.: อยากมั่นใจ 8 คะแนน

ดร.ป๊อป: น้องป.รู้สึกพร้อมในการฝึกความมั่นใจหรือยังครับ

น้องป.: ไม่พร้อม [เริ่มร้องไห้มีน้ำตาเล็กน้อย]

ดร.ป๊อป: ถ้าน้องป.ไม่พร้อม ก็ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง...ถ้าพร้อมเมื่อไร ก็บอกพี่นะครับ

น้องป.: [ร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วบอกว่า ไม่อยากเจอเจ้าหน้าที่คนนั้น] 

ดร.ป๊อป: เจ้าหน้าที่คนนั้นเค้าทำอะไรให้น้องไม่สบายใจครับ

น้องป.: เค้าหัวเราะเยาะหนู...ไม่อยากเจอ ไม่พร้อม [ร้องไห้นาน 5 นาที แล้วก็เงียบลง]

ดร.ป๊อป: เอาหละ พี่จะสอนเทคนิคการผ่อนคลายอารมณ์และการเพิ่มความมั่นใจให้น้องนะครับ ถ้าพร้อมแล้วให้น้องหลับตาทำสมาธิ...สูดหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ แล้วเป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ ยาวๆ ทำแบบนี้ 3 รอบช้าๆ ถ้ารู้สึกอารมณ์นิ่งให้พูดออกมาช้าๆ ว่า ผ่อนคลาย สบาย ผ่อนคลาย สบาย ผ่อนคลาย สบาย [ฝึกทำ 3 รอบ] ... พี่จะขออนุญาตวัดอัตราการเต้นของชีพจร ถ้าลดลงแสดงว่า น้องป.นิ่ง ผ่อนคลาย และมั่นใจขึ้น ...ดูซิได้เท่าไร

น้องป.: [ทำตามด้วยความร่วมมือที่ดี 3 รอบ] ... วัดชีพจรได้ 86 ครั้งต่อนาที

ดร.ป๊อป: รู้สึกดีขึ้นไหมครับ

น้องป.: ดีค่ะ... วัดชีพจรได้ 84 ครั้งต่อนาที

ดร.ป๊อป: คราวนี้ฝึกสบตามองและยื่นมือให้จับมือสองข้างของคุณแม่ ฟังคุณแม่ให้กำลังใจ แล้วพูดตามให้เหมือนคุณแม่มากที่สุด ตามด้วยหลับตาทำสมาธิแล้วพูดซ้ำให้เหมือนคุณแม่มากที่สุด ตามด้วยเทคนิคหายใจแล้วพูด ผ่อนคลาย สบาย แบบที่ฝึกเมื่อครู่นี้ แล้วฝึกทำต่อทั้งหมดกับคุณพ่อ ... แล้วสวมกอดคุณแม่กับคุณพ่อนะครับ...รู้สึกดีขึ้นไหมครับ

น้องป.: ดีขึ้นค่ะ... วัดชีพจรได้ 82 ครั้งต่อนาที

ดร.ป๊อป: คราวนี้ลองทำซ้ำอีก 1 รอบ รู้สึกอย่างไรบ้างครับ

น้องป.: ดีขึ้นค๋ะ ... วัดชีพจรได้ 80 ครั้งต่อนาที 

ดร.ป๊อป: [มอบหมายให้น้องป.วาดรูปอิสระและเขียนสรุปเทคนิคที่เรียนรู้ในวันนี้เพื่อจะได้เริ่มนำไปฝึกเองพร้อมผู้ปกครองก่อนนอนทุกคืนเพื่อเพิ่มความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ก่อนวันศุกร์หน้าที่จะพบเจ้าหน้าที่ท่านนั้นในวันสัมภาษณ์ ขณะเดียวกันก็ขออนุญาตพูดคุยกับผู้ปกครองให้เข้าใจกระบวนการฝึกทางกิจกรรมบำบัดและ Neuro-Linguistic Programming (NLP) ในแบบเร่งรัดคือ ฝึกตามเทคนิคข้างต้นกับเทคนิคการให้ข้อมูลผ่านการท่องเที่ยวในที่ที่มีความสุข - จากการสังเกตน้องป.ขอเล่นสัมผัสบอลในอ่างบอลแบบเด็กๆ จึงแนะนำให้วันพุธ-พฤหัสให้ผู้ปกครองพาน้องป.ไปสวนสนุกกับทำบุญผู้ที่ด้อยโอกาส ซึ่งได้ทำความเข้าใจมิให้ผู้ปกครองตั้งความหวังมากนักเพราะการทดลองเทคนิคเหล่านี้จะใช้ได้ผลใน 21 วัน แต่จำเป็นต้องทดลองดู ถ้าน้องร้องไห้ในวันสัมภาษณ์จริงๆ ก็ให้ขอตัวปรับอารมณ์ใน 10-30 นาที แต่ในระยะยาวต้องมาร่วมกันออกแบบโปรแกรมทักษะทางจิตสังคมเพิ่มเติมในหลักสูตรโอมสคูล]...น้องป.มีความมั่นใจเท่าไรครับจาก 10 คะแนน

น้องป. มั่นใจ 7 จาก 10 คะแนนค่ะ

ณ โรงเรียนการจัดการความสุข (Parent/Peer Partnership Programming)

คลินิกกิจกรรมบำบัด ศูนย์กายภาพบำบัด 

คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล เชิงสะพานปิ่นเกล้า

http://www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic/

หมายเลขบันทึก: 570794เขียนเมื่อ 21 มิถุนายน 2014 21:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2014 21:11 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (6)

... ศิลปะ .. สร้างสรรค์ปัญญา ... เกิดสมาธิ นะคะ



อ่านแล้วพี่ได้ความรู้ค่ะ

- "แนวคิด" สำหรับเอาไปคุยกับคนไข้

- พี่ชอบการทำงานแบบ "มืออาชีพ" ตรงที่มีเป้าหมายที่ประเมินได้จริงให้ผู้ป่วย  อย่างในเรื่องนี้คือให้น้องประเมินความมั่นใจของตัวเองก่อนและหลังบำบัด

- วิธีบำบัดที่ให้การบ้าน ช่วยให้คนไข้ไม่ติดการพึงพา ๑๐๐% เพราะคนทุกคนต้อง อิสระ ไม่พึงพา  ทุกสิ่งในชีวิตจึงสำเร็จ

คนไข้เราติดการพึ่งพามากจริงๆ

พี่อยากขอความเห็นจากอาจารย์หลังอ่านบันทึกของพี่เรื่องนี้ค่ะ  ข้อคิดการดูแลบุพการีผู้สูงอายุ : จากหนังสือ หนังโรคจิต ๒ เล่ม_เมื่อจิตแพทย์เขียนถึงหนัง

ขอบคุณมากค่ะ

ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.เปิ้น พี่ nui พี่ณัฐพัชร์ พี่บุษยมาศ พี่ดร.พจนา และคุณอร

ขอบพระคุณมากครับคุณทิมดาบ ดีใจจังด้วยครับผม

ขอบพระคุณมากครับคุณหมอ ป. อ.นุ และคุณศจย.

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี