อยากเป็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพต้องทำอย่างไร ?

นักบริหารการศึกษานั้น “ผู้บริหาร” นับเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการจัดการศึกษาในโรงเรียนหรือหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาต่างๆ คำว่า “ผู้บริหาร” ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมายถึง บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ละแห่ง ซึ่งสิ่งที่นักบริหารสถานศึกษาและบุคลากรทั่วไปต้องการคือ การเป็น “นักบริหารมืออาชีพ” นั่นเอง และเป็นคำที่ตรงกันข้ามกับคำว่า “มือสมัครเล่น” อย่างแน่นอนสังคมในยุคปฏิรูปการศึกษาปัจจุบันนี้ อยากเห็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพที่มีความรู้และประสบการณ์เหมาะสมกับวิชาชีพชั้นสูงทางการบริหาร นอกจากนี้แล้วจะต้องมีความรับผิดชอบในการบริหารการศึกษา ประสานงานการมีส่วนร่วมต่างๆระหว่างหน่วยงานการศึกษากับชุมชน ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ นักบริหารสถานศึกษามืออาชีพ หมายถึง ผู้บริหารที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาให้ผู้เรียนทุกคนได้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณธรรม มุ่งมั่นในการที่จะจัดการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ผู้เรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำให้สถานศึกษามีการพัฒนา คือ สถานศึกษามีสภาพที่น่าดู น่าอยู่ และน่าเรียน โดยมีกระบวนการเรียนรู้ การบริหารจัดการสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงอย่างมีคุณภาพ และจะต้องเป็นตัวอย่างในการจัดกระบวนการเรียนรู้และการบริหารให้ ครู นักเรียน และผู้ปกครองของเด็กด้วย ซึ่งหลักธรรมที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรนำไปปฏิบัติมีหลายข้อ ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างดังนี้ คือ 

1. การครองตน ปฏิบัติตามฆราวาสธรรม 4 คือ 

1.1 สัจจะ : มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ ความจริง ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือ ชีวิต โดยยึดความจริงเป็นที่ตั้ง ได้แก่ การเป็นคนถือความจริง คือเป็นคนจริง คนซื่อสัตย์ คนซื่อตรง เรียกว่าเป็นคนจริงใจ พูดจริง และทำจริง
1.2 ทมะ : มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ การฝึกตนเองไม่ให้เป็นทาสของกิเลส ได้แก่ โลภ โกรธ หลง เรียกว่า การเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถควบคุมใจ ควบคุมวาจา และควบคุมการกระทำให้ดีงาม อีกความหมายหนึ่งคือ การแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองเป็นการปรับปรุงตนให้เจริญขึ้น สรุปแล้วทมะมีจุดหมายทำให้เกิดปัญญา
1.3 ขันติ : คือความอดทน ไม่ท้อถอย หนักเอาเบาสู้ ไม่หวั่นไหว สุดท้ายคือความสำเร็จของงาน หรือความสำเร็จในแต่ละช่วงชีวิต
1.4 จาคะ : เป็นคนใจกว้างพร้อมรับฟังทุกข์ ความคิดเห็น ตลอดเป็นคนใจไม่คับแคบ เห็นแก่ตัวหรือเอาแต่ใจตน แต่พร้อมที่จะร่วมมือช่วยเหลือ เสียสละ แม้ความสุขสบายส่วนตนหรือผลประโยชน์ส่วนตนได้    

2.การครองคน คือ การรู้จักคนอื่น มองคนอื่นในแง่ดีในการทำงานร่วมกัน การครองใจคนเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ดังนั้นจึงควรทราบหลักการครองใจคน ดังนี้คือ 

2.1 การรู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยจิตใจที่โอบอ้อมอารี เป็นการครองใจคนและการเป็นผู้ให้ทุกอย่างแก่ผู้อื่น ย่อมจะได้รับผลตอบแทนที่มีค่ามากกว่าทำให้เกิดความรัก ความศรัทธา
2.2 การรู้จักใช้วาจาที่อ่อนหวาน คนอื่นฟังแล้วสบายใจ อยากอยู่คบค้าสมาคมด้วย ต้องมีความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง
2.3 พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ยกย่องชมเชยเมื่อผู้อื่นทำงานประสบความสำเร็จ และการช่วยเหลือในโอกาสอันควร
2.4 การทำตนให้เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คือ การติดต่อสัมพันธ์กันกับผู้อื่นเสมอ ไม่ให้ขาดช่วงตอน ก็จะทำให้การทำงานร่วมกันมีความต่อเนื่อง
3. การครองงาน คือ โดยการใช้ความรู้และปัญญา กล่าวคือ รู้จักการค้นหาความรู้ใหม่มาช่วยพัฒนางานที่ตนเองทำอยู่ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
3.1 การครองงานโดยใช้หลักธรรมมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ คือ การมีใจรัก ตั้งใจฝักใฝ่ และใช้ปัญญาไตร่ตรอง งานนั้นก็จะสำเร็จ
3.2 การให้ความรักและความเคารพในงานอาชีพของตน มีจริยธรรมในอาชีพ คือ มีจริยธรรมในอาชีพ และการซื่อสัตย์ต่องานในหน้าที่ของตน
และนอกจากนี้ผู้บริหารจะต้องมีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องต่อไปนี้ คือ
1. มีบุคลิกภาพที่ดี (personality) ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี คือ เป็น คนที่มีจิตแจ่มใส กายสง่า วาจาดี นักบริหารมืออาชีพจะต้องหมั่นตรวจสอบและพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองอยู่เสมอ เพราะผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจกับบุคคลที่คบหาและทำงานประสานงานกับผู้อื่นได้สำเร็จเป็นอย่างดี ดังคำกล่าวที่ว่า “มาดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”
2. มีความรู้ดี (Knowledge) ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ดี และเป็นผู้รู้กว้าง และรู้ลึก รวมทั้งรู้อย่างถูกหลักวิชา สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. มีวิสัยทัศน์ (Vision) ผู้บริหารมืออาชีพต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายและค่านิยมขององค์กร หรือสถานศึกษา
4. มีมนุษยสัมพันธ์ (Human relationship) นักบริหารมืออาชีพจะต้องเป็นมิตรกับทุกคน ทั้งนาย ลูกน้อง เพื่อน และคนทั่วไป เพราะความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษาไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การทำงานของผู้บริหารสถานศึกษาแต่เพียงลำพังแต่ขึ้นอยู่กับการทำงานของทุกฝ่ายในการช่วยเหลือกัน
5. มีภาวะผู้นำ (leadership) นักบริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง สามารถนำทีมปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล และจะต้องหมั่นพัฒนาตนเองให้มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็งอยู่เสมอ
6. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Chief Change Officer) ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ดีขององค์การหรือสถานศึกษาโดยเฉพาะในยุคปฏิรูปยิ่งมีความสำคัญมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงจะทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
7. มีคุณธรรมและจริยธรรม (Moral &Ethics) คือ การคิดดี พูดดี และ ทำดี ทำให้สามารถครองตน ครองคน และครองงานได้อย่างสง่างาม
8. บริหารจัดการดี (Administration & Management) นักบริหารมืออาชีพจะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการ สามารถมองภาพงานได้ตลอดแนว ตั้งแต่ต้นของงานและจุดจบของงาน รู้จักกำหนดกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ
9. มีความสามารถพิเศษรอบด้าน (Talent) นักบริหารมืออาชีจะต้องมีความรู้และทักษะมากมาย เช่น กล้าตัดสินใจ คิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นนักประสานสิบทิศ สร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน เสริมสร้างพลังอำนาจ ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารต่างๆด้วย
10. การเป็นผู้นำวิชาชีพ (Professional leader) นักบริหารมืออาชีพจะต้องมีความรู้ในศาสตร์ของวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นอย่างดี มีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญในวิชาชีพมีผลงานเป็นที่ประจักษ์
บัญญัติทั้ง 10 ประการนี้จะเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางไปสู่ความสำเร็จในการที่จะเป็นผู้บริหารสถานศึกษาต่อไปได้เป็นอย่างดียิ่ง หากท่านทั้งหลายยึดถือและปฏิบัติให้เหมาะสมกับ จังหวะและสถานการณ์ต่างๆในขณะนั้น ท่านก็จะได้ชื่อว่า บริหารงานแบบผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพเพราะการเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในยุคปัจจุบัน ใครๆก็สามารถเป็นได้ แต่จะเป็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพได้นั้นเป็นยาก แต่ไม่ยากเกินความพยายามขึ้นอยู่ที่การนำหลักธรรมต่างๆไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด