ถ้าไม่ทบทวน ให้การออกแบบงานนโยบายหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อสอดรับกับหลักการปฏิรูปสื่ออย่างจริงจัง หลักปฏิรูปทั้งหลาย ก็คงเป็นได้แค่แหล่งปฏิกูล.....

ในระหว่างที่นั่งประชุมสัมมนาวิชาการชนเผ่าพื้นเมือง วันนี้ (16 พ.ค.57) ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีคนพูดถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐในการเผากระท่องของชาวบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน โดยมีสื่อหลายช่องถ่ายทอดข่าวโดยไม่ตั้งคำถามถึงความชอบธรรม

ต่อเนื่องมาถึงการหายตัวไปของนักต่อสู้สิทธิชุมชนในพื้นที่ที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้ ที่พยายามรายงานออกสื่อในฐานะนักข่าวพลเมืองที่ชื่อ "บิลลี่"

 

ในขณะเดียวกัน ในหมู่คนทำงานวิทยุชุมชน ก็กำลังพูดถึง การที่ กสทช. เปิดรับข้อเสนอโครงการภายใต้กองทุนวิจัยและพัฒนาที่ กสทช. ดูแล โดยเจตนารมณ์นั้นอยากให้สื่อชุมชนเข้าถึงมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน กลับเขียนให้มีเงื่อนไขมากมายที่ทำให้สื่อชุมชน เสียงคนตัวเล็กๆเข้าไม่ถึง อาทิ เอกสารแสดงสถานะบุคคลที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐและหลักฐานการแสดงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี  ต้องมีการบันทึกข้อมูล อ้างอิงแนวคิดทฤษฎี การเขียนเปเปอร์อย่างเป็นวิชาการ มีรายงานรับรองสถานภาพทางการเงินที่เชื่อถือได้ ฯลฯ

สื่อชุมชน อาทิ วิทยุชุมชนที่ยากจน ไม่มีโฆษณา ทำเพื่อสาธารณกุศล  คนทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้านตาสีตาสากันอยู่แล้ว ที่ไหนจะมีปัญญาไปเขียนโครงการ

มิพักต้องพูดถึงการประกาศเปิดรับทุนที่จะรู้ข่าวได้ก็ต้องเข้าเว็บ และปิดประกาศรับเพียงหนึ่งเดือน

สื่อชุมชนไม่ได้ต้องการเงินเป็นล้านมาทำงาน แค่ระดับหมื่นระดับแสนก็ชื่นใจแล้ว ทำไมต้องวางกรอบการยื่นเอกสาร หลักฐานและโครงการมากมายขนาดนั้น

ผมเป็นนักวิจัยอิสระมานาน ทำงานวิจัยเกือบทุกปี เห็นแล้วยังปวดหัวแทนชาวบ้านเลยครับ

ในมุมมองของนักวิชาการที่ทำงานสื่อชุมชน ผมคิดว่าปรากฏการณ์ "หนังฉายซ้ำ" ที่เกี่ยวข้องกับสื่ออย่างนี้สะท้อนอะไรบางอย่าง

แว่บหนึ่ง ผมคิดถึง หลักการสำคัญที่พูดถึงกันมาในช่วงทศวรรษนี้ คือ การปฏิรูป และหนึ่งในมิติที่มองข้ามไม่ได้คือการปฏิรูปสื่อ

ปฏิรูปสื่อ ในที่นี้ คือ ปฏิรูปการบริหารจัดการ , ปฏิรูปเนื้อหา , ปฏิรูปการมีส่วนร่วม จากที่เคยผูกขาดโดยอำนาจรัฐและแหล่งทุน มาเป็นการสร้างความเสมอภาค เป็นการกระจายอำนาจ

กรณี กสทช. สร้างกฏกติกามากมายโดยอ้างมาตรฐานความโปร่งใส มาตรฐานวิชาชีพสื่อกระแสหลัก จากมาตการกลายมาเป็นมาตรกัน คือกัน "คนของประชาชน" ออกไป จนทำให้สื่อชุมชนส่ายหน้าในการขอการสนับสนุนจากกองทุนสื่อ กสทช.. ก็ดี กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ก็ดี สะท้อนอะไร

หรือกรณีประเด็นร้อน ที่สื่อมวลชนท้องถิ่น นักข่าวพลเมืองอย่างบิลลี่ชาวกะเหรี่ยงหายสาบสูญหลังพยายามเปิดโปงความจริง สะท้อนอะไร

หากเอากรอบคิดเรื่องการปฏิรูปสื่อและองค์ประกอบทั้งสามด้านมาจับ ก็จะเห็นคำตอบหลายอย่าง.......

งานนี้ สะท้อนภาพการปฏิรูปอะไรได้แค่ไหน ผมเชื่อว่าคงวิเคราะห์กันไม่ยาก

ถ้าไม่ทบทวน ให้การออกแบบงานนโยบายหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อสอดรับกับหลักการปฏิรูปสื่ออย่างจริงจัง

หลักปฏิรูปทั้งหลาย ก็คงเป็นได้แค่แหล่งปฏิกูล.....

 "อร่อย" กันพอหรือยังครับ