สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคน พึงมีโดยเสมอภาคกันเพื่อการ ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเชื่อทางการเมือง หรือความเชื่อในทางอื่นใด ชาติหรือพื้นเพทางสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะ

       Corporate Social Responsibility (CSR) หมายถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่งคือการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับไกลและใกล้ อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดย CSR มีอยู่ 4 ระดับ คือ[1]

   ระดับ 1 Mandatory Level: ข้อกำหนดตามกฎหมาย หมายถึง การที่ธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค,กฎหมายแรงงาน, การจ่ายภาษี เป็นต้น

   ระดับ 2 Elementary Level: ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หมายถึง การที่ธุรกิจคำนึงถึงความสามารถในการอยู่รอดและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งกำไรที่ได้นั้นต้องมิใช่กำไรซึ่งเกิดจากการเบียดเบียนสังคม

   ระดับ 3 Preemptive Level: จรรยาบรรณทางธุรกิจ หมายถึง การที่ธุรกิจสามารถสร้างผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้นได้ในอัตราที่เหมาะสมและผู้ประกอบธุรกิจได้ใส่ใจเพื่อให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สังคมมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมใกล้ที่อยู่รอบข้างที่มีความคาดหวังว่าจะได้รับการดูแล หรือเอาใจใส่จากผู้ประกอบธุรกิจ

   ระดับ 4 Voluntary Level: ความสมัครใจ หมายถึง การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการปฏิบัติตามแนวทางของ CSR ด้วยความสมัครใจไม่ได้ถูกเรียกร้องจากสังคม ซึ่งการประกอบธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของการมุ่งประโยชน์ของสังคมเป็นสำคัญ

       ทั้งนี้ ธุรกิจต้องดำเนินการตามเกณฑ์ในระดับ 1 เป็นอย่างน้อย ส่วนการดำเนินการในระดับต่อไปให้ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละองค์กร โดยหลักสำคัญของการปฏิบัติตามแนวทาง CSR ควรอยู่บนหลักพอประมาณที่ธุรกิจต้องไม่เบียดเบียนตนเอง และขณะเดียวกันก็ต้องไม่เบียดเบียนสังคม

       จึงอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดหลักของ CSR มีอยู่ดังต่อไปนี้ [1]

1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี 2. การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม 3. การเคารพสิทธิและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม 4. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค 5. การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม 6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม 7. การเผยแพร่นวัตกรรมจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม 8. การจัดทำรายงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

       ซึ่งในที่นี้จะขอยกตัวอย่างผู้ประกอบธุรกิจที่มีการยึดหลักปรัชญาการบริหารเป็นเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมโดยรวมเป็นสำคัญ ซึ่งกำหนดให้ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักจริยธรรมทางธุรกิจ เช่น บริษัท Mitsubishi Electric ที่มีหลักจริยธรรมทางธุรกิจ 8 ประการ ซึ่ง 1 ใน 8 มีหลักการที่สำคัญ คือ หลักการการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทจะต้องดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิมนุษยชนโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา และสิ่งแบ่งแยกอื่นๆ หรือ หลักการการสร้างประโยชน์สู่สังคม โดยบริษัทจะต้องดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการที่สร้างผลกำไรอย่างเป็นธรรมควบคู่กับการตระหนักในความรับผิดชอบต่อการร่วมสร้างความเจริญพัฒนาสู่สังคมโดยรวม และ หลักการการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทจะต้องดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกที่ส่งเสริมให้เกิดระบบสังคมการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน ผ่านกิจกรรมประกอบการต่างๆ เป็นต้น [2]

        รวมไปถึงกรณีของการประกอบธุรกิจของสตาร์บัคส์ ที่มีหลักการที่สำคัญสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล คือ หลักการเคารพสิทธิมนุษยชน ดังนั้นสตาร์บัคส์จึงให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมกันตามแนวทางการปฏิบัติในการจ้างงานของบริษัท ทำการตัดสินใจในการสรรหาบุคลากรโดยพิจารณาตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงาน และจะไม่ใช้แรงงานที่ถูกบังคับ ในการว่าจ้างพาร์ทเนอร์ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้จัดการจะต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดทั้งหมดที่สตาร์บัคส์กำหนดขึ้นหรือที่จำเป็นทางกฎหมายเกี่ยวกับอายุต่ำสุดในการจ้างงาน ชั่วโมงและหน้าที่ที่ทำโดยพาร์ทเนอร์เหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่างานที่ทำจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก รวมถึงการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน หมายความว่า พาร์ทเนอร์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการข่มเหง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ ซึ่งนับได้ว่าสตาร์บัคส์มีหลักการที่สำคัญอย่างยิ่ง ในเรื่องของการยอมรับความหลากหลายในทุกๆด้านของธุรกิจ ตั้งแต่วิธีที่เราทำงานร่วมกันจนถึงวิธีที่เราจัดหาสินค้าและบริการ คือ การเคารพในความหลากหลายของเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และซัพพลายเออร์ ตลอดจนบุคคลอื่นๆ ที่สตาร์บัคส์ติดต่อด้วย เนื่องจากสตาร์บัคส์มีเป้าหมาย คือ การเป็นบริษัทระดับโลกที่เปิดรับทุกคน มุ่งสู่ความเท่าเทียม การทำงานร่วมกัน และการเข้าถึงโดยทั่วกัน นอกจากนี้สตาร์บัคส์ยังมีหลักการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสตาร์บัคส์เข้าใจดีว่าความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นถ้าเราต้องการรักษาโลกของเราให้กับชนรุ่นหลัง ซึ่งจะเห็นได้ว่า สตาร์บัคส์ได้ดำเนินการโดยวิธีการต่างๆมากมาย เช่น การทำความเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมและแบ่งปันความรู้ให้กับพาร์ทเนอร์ของเรา การพยายามเลือกซื้อ ขาย และใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น [3]

        ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเห็นด้วยกับการที่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่สมควรถูกเพิกเฉย อีกทั้งการประกอบธุรกิจที่มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจย่อมส่งผลดีในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมได้ใช้วิชาชีพในทางที่ถูกต้องเหมาะสมต่อลูกค้า ลูกจ้าง พนักงานตลอดจนมีความสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบในงานของตน ช่วยส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าและบริการให้มีคุณภาพเป็นที่เชื่อถือและไว้ใจได้ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด และช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้าตลอดจนความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีความเอื้อเฟื้อต่อสังคมส่วนรวมมากขึ้น [4]

                                                                                                                       เขียน 24 เมษายน 2557

                                                                                                                        เมธสา เอื้อโอภาพัฒน์

[1] “CSR คือ?.” [ระบบออนไลน์]เข้าถึงได้จาก http://www.csrcom.com/csr.php สืบค้น24 เมษายน2557

[2] บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน). “หลักจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท.” [ระบบออนไลน์]เข้าถึงได้จาก http://www.mitsubishi-kye.com/EthicsTH.aspสืบค้น24 เมษายน2557

[3] Howard Schultz. “จรรยาบรรณทางธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttp://globalassets.starbucks.com/assets/d1fc2c71762243ff91372ff88f55aa5c.pdfสืบค้น24 เมษายน2557

[4] “ความสำคัญของจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ.” 2552. [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.p... สืบค้น 24 เมษายน2557