น้องจันใหม่เป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ?

Archanwell
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

กรณีศึกษาน้องจันใหม่หรือ “เด็กชายสมชัย ไม่มีนามสกุล” : เขาเป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ?

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

บันทึกเพื่อกำหนดและพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมายภายใต้โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย-พม่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗ ปรับปรุงล่าสุดในวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗

https://www.facebook.com/note.php?saved&&note_id=10152364408463834

---------------

ข้อเท็จจริง [1]

----------------

ปรากฏตามข้อมูลในแบบสำรวจข้อเท็จจริงภายใต้โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดน ไทย-พม่า พ.ศ.๒๕๕๖ บันทึกโดย นางจันทราภา จินดาทอง นักสังคมสงเคราะห์ประจำโรงพยาบาลอุ้มผาง เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ ซึ่งปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๗ ว่า น้องจันใหม่ หรือ “เด็กชายสมชัย ไม่มีชื่อสกุล” เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ  โรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งโรงพยาบาลนี้ได้ออกหนังสือรับรองการเกิด (ทร.๑/๑) เลขที่ ๑๑๒/๕๐ เพื่อรับรองการเกิดให้แก่น้องจันใหม่ เกิด มารดายังประสบปัญหาความไร้รัฐโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ มารดาจึงไม่ได้แจ้งการเกิดของน้องต่ออำเภออุ้มผาง พยาบาลผู้ลงนามในหนังสือรับรองการเกิดของน้องจันใหม่มีชื่อว่า “นางศิริรัตน์ พฤทธิ์ปัญญา” เป็นพยาบาลวิชาชีพประจำห้องคลอดของโรงพยาบาลอุ้มผาง

หลังจากคลอดเด็กชายสมชัย ไม่ได้ไปแจ้งเกิด เนื่องจากขณะนั้น ตัวนางเอ ไม่ได้ถือบัตรประจำตัวใด ๆ และเข้าใจว่า  อำเภออุ้มผางไม่รับแจ้งเกิดบุตร หากบิดาและมารดาไม่มีบัตรประจำตัวใดๆ  

ใน พ.ศ.๒๕๕๔ นางเอ มารดาของน้องจันใหม่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ประเภทบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก) และในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ คุณเอได้รับการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่ออกโดยกรมการปกครอง

คุณเอเล่าอีกว่า เมื่อเธอได้รับบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน เธอจึงได้ไปติดต่อสำนักทะเบียนเทศบาลตำบลอุ้มผาง เพื่อยื่นคำร้องขอแจ้งเกิดเกินกำหนดให้กับเด็กชายสมชัย ซึ่งนายทะเบียนเทศบาลตำบลอุ้มผางได้แนะนำให้รวบรวมพยานเอกสารและพยานบุคคล แต่นางเอก็ยังไม่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอต่อเทศบาลดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน เด็กชายสมชัย ยังไม่ได้รับการแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย เขาจึงไม่มีสูติบัตร และจึงไม่มีเลขประจำตัวประชาชนชนตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร แต่อย่างไรก็ตาม น้องจันใหม่ได้รับการออกบัตรประจำตัวผู้ปวยจากโรงพยาบาลอุ้มผาง และได้รับหมายเลขประจำตัวผู้ป่วยของโรงพยาบาลอุ้มผาง กล่าวคือ HN ๓๕๗๐๖ และมีเลขประจำตัวตาม “บัตรขาวของโรงพยาบาลอุ้มผาง” กล่าวคือ  PHC ๑๑/๙๓

บิดาของน้องจันใหม่มีชื่อว่า “นายหนานจ่อ ไม่ปรากฏชื่อสกุล”  ซึ่งเกิด ณ  บ้านหนองมั่งหนองโค ประเทศเมียนม่าร์ โดยไม่ได้รับการแจ้งการเกิดในทะเบียนราษฎรของประเทศเมียนม่าร์ หรือประเทศใดเลยบนโลก ในปัจจุบัน นายหนานจ่อ ออกไปทำงานอยู่กรุงเทพ นาน ๆ จะโทรศัพท์และส่งเงินมาให้  คุณเอไม่ทราบว่า บิดาของน้องจันใหม่อาศัยอยู่ที่ไหน และไม่ทราบว่า เขาได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรและมีบัตรประจำตัวแล้วหรือยัง

ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวของคุณเอเองนั้น  เธอเกิดนางเอ ม่า จากนายหวัน และนางเงา เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ ณ บ้านห้วยแดน ประเทศเมียนม่าร์  โดยไม่ได้รับการแจ้งการเกิดในทะเบียนราษฎรของประเทศเมียนม่าร์ หรือประเทศใดเลยบนโลก  เช่นเดียวกับนายหนานจ่อ ผู้เป็นสามี   ใน พ.ศ.๒๕๕๔ เธอได้รับการสำรวจและบันทึกในทะเบียนประวัติประเภทบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ท.ร.๓๘ ก) ตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรและกรมการปกครองไทยได้ให้เลขประจำตัว ๑๓ หลักตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ขึ้นต้นด้วยเลข  ๐ ทั้งนี้ ปรากฏตามสำเนาบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ออกโดยอำเภออุ้มผางเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔

เธอบอกว่า เธอเป็นคนกะเหรี่ยงจึงไม่มีชื่อสกุล แต่เราพบว่า เธอสามารถใช้ภาษาไทยได้ดี ตำรวจตระเวณชายแดนท่านหนึ่งบอกว่า เธอมาจากหมู่บ้านกะเหรี่ยงเชื้อสายไทย

ในปัจจุบัน คุณเออาศัยอยู่กับบุตรทั้งสองคน ณ บ้านเลขที่ ๕๒๒  หมู่ที่ ๑ ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นบ้านเช่า เธอทำงานเป็นลูกจ้างรายวันของโรงพยาบาลอุ้มผาง

ในปัจจุบัน น้องจันใหม่มีอายุ ๖ ปี ๙ เดือน และอาศัยอยู่กับมารดา ณ บ้านเลขที่ ๕๒๒ หมู่ ๑ ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นบ้านเช่า นอกจากนั้น น้องจันใหม่เริ่มต้นเรียนแล้ว ณ ศูนย์เด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอุ้มผาง (เตรียมอนุบาล)

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖ โรงพยาบาลอุ้มผางได้เสนอกรณีของน้องสมชัยเป็นกรณีศึกษาภายใต้ “โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย – เมียนม่าร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖”[2]

--------

คำถาม

--------

๑.           ด.ช.สมชัยเป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

๒.           ด.ช.สมชัยเป็นผู้ทรงสิทธิในกฎบัตรอาเซียน ค.ศ.๒๐๐๗/พ.ศ.๒๕๕๐ หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

--------

คำตอบ

--------

๑.            ด.ช.สมชัยเป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

เมื่อเราพิจารณาปฺฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ ทั้งฉบับ[3] เราก็จะตระหนักว่า ผู้ทรงสิทธิในปฏิญญานี้ก็คือ “มนุษย์ทุกคนบนประชาคมโลก”  และเมื่อเด็กชายสมชัยเป็นมนุษย์คนหนึ่งบนโลกใบนี้ น้องจึงมีสถานะเป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญานี้อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อมนุษย์ทุกคนย่อมมีสิทธิในการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์พิเศษดังที่ปฏิญญานี้รับรอง เด็กชายสมชัยก็ย่อมมีสิทธิทุกสิทธิดังที่ปรากฏตาม ๓๐ ข้อบทแห่งปฏิญญานี้ทุกประการ

ผู้บังคับการตามสิทธิดังกล่าวให้แก่น้องสมชัยจึงได้แก่ สหประชาชาติ เพราะปฏิญญาดังกล่าวเป็นกระทำของรัฐสมาชิกสหประชาชาติภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ และรัฐทุกรัฐที่ยอมรับปฏิญญานี้ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของสหประชาชาติหรือไม่ ?

 

๒.            ด.ช.สมชัยเป็นผู้ทรงสิทธิในกฎบัตรอาเซียน ค.ศ.๒๐๐๗/พ.ศ.๒๕๕๐ หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

เมื่อเราพิจารณาปฺฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๒๐๑๒/พ.ศ.๒๕๕๕[4] ทั้งฉบับ เราก็จะตระหนักว่า ผู้ทรงสิทธิในปฏิญญานี้ก็คือ “มนุษย์ทุกคนบนประชาคมอาเซียน”  และเมื่อเด็กชายสมชัยเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ปรากฏตัวในประเทศไทย ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน น้องจึงมีสถานะเป็นผู้ทรงสิทธิในปฏิญญานี้อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อมนุษย์ผู้มีสถานะเป็น “ประชาชนอาเซียน (ASEAN People) ย่อมมีสิทธิในการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายทั้งในสถานการณ์ทั่วไปและสถานการณ์พิเศษดังที่ปฏิญญานี้รับรอง เด็กชายสมชัยก็ย่อมมีสิทธิทุกสิทธิดังที่ปรากฏตาม ๔๐ ข้อบทแห่งปฏิญญานี้ทุกประการ

ผู้บังคับการตามสิทธิดังกล่าวให้แก่น้องสมชัยจึงได้แก่ ประชาคมอาเซียน เพราะปฏิญญาดังกล่าวเป็นกระทำของรัฐสมาชิกประชาคมอาเซียนภายใต้กฎบัตรอาเซียน และรัฐทุกรัฐสมาชิกของประชาคมอาเซียนเช่นกัน  

--------------------------------------------------------------------

 

[1]  การวิเคราะห์กรณีศึกษานี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกต่อสาธารณชนในการประชุมวิชาการเรื่อง “สถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ทางกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยและผูกพันรัฐไทยในการจัดการปัญหาความด้อยโอกาสของเด็กและเยาวชนข้ามชาติจากเมียนม่าร์ โดยผ่าน ๑๕ กรณีศึกษาหลักและกรณีศึกษาในสถานการณ์เดียวกันที่เสนอโดยเจ้าของปัญหาเองและคนทำงานในภาคประชาสังคม” ในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก บุคคลในกรณีศึกษานี้ประสงค์ที่จะให้คณะผู้ศึกษาวิจัยใช้เรื่องราวของตนเป็นกรณีศึกษาต้นแบบเพื่อสร้างสูตรสำเร็จให้การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในสถานการณ์เดียวกัน จึงประสงค์ให้ใช้ชื่อจริงของเจ้าของปัญหาเอง ต่อมา เรื่องราวของน้องจันใหม่ถูกนำไปออกเป็นข้อสอบปลายภาคในวิชา กม. ๖๗๒ วิชากฎหมายระหว่างประเทศชั้นสูง ภาคที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๖หลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ โปรดดู https://drive.google.com/file/d/0BzawtIMOMfMTRmJzeHBvanJtT2s/edit?usp=sharing

[2] หรือเรียกสั้นๆ ว่า “โครงการชายแดนไทยพม่าศึกษา” เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ๔ องค์กรในภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาสตามแนวชายแดน กล่าวคือ (๑) มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก (๒) มูลนิธิกระจกเงา (๓) โรงพยาบาลอุ้มผาง และ (๔) IRC (Thailand) ” โครงการนี้เป็นงานในปีที่ ๒ ของ “โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจังหวัดตากและชุมชนกลุ่มจังหวัดชายแดนในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙” โปรดดูรายละเอียดใน https://drive.google.com/file/d/0B7ummaGfFLZSd0RPMWZONTJTUEk/edit?usp=sharing

[3] http://en.wikipedia.org/wiki/Universal_Declaration_of_Human_Rights

[4] http://en.wikipedia.org/wiki/ASEAN_Human_Rights_Declaration

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Archanwell#Stateless&Nationalityless



ความเห็น (0)