ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันเป็นช่วงการทำงานที่ครูนกได้สัมผัสกับความเป็นพ่อแม่ของผู้คนมากที่สุดเริ่มตั้งแต่ การประชุมผู้ปกครองเพื่อรับทราบผลการเรียนของลูก การสมัครสอบเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และมัธยมศึกษาปีที่ ๔ การสอบแก้ตัวของนักเรียนในกรณีไม่ผ่านการประเมินมีผลการเรียน "O" "ร" "มผ."และ "มส"
ครูนกขอสรุปจากประสบการณ์ค่ะว่าเด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม หรือทางด้านการเรียนจะเป็นผลมาจากอิทธิพลการเลี้ยงดูของครอบครัว
- ปล่อยให้ลูกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน จนลูกมีพฤติกรรมติดเกม หนีโรงเรียน เดินทางกลับบ้านช้ากว่าปกติ สุดท้ายส่งผลกระทบต่อการเรียน
- การพูดจากับลูกหลายครอบครัวจะใช้อารมณ์กันทำให้ความเกรี้ยวกราดเป็นเรื่องธรรมดาของพ่อแม่และของลูก
- การเลี้ยงดูลูกด้วยเงินทอง แต่ไม่ได้ทุ่มเทด้านเวลาและด้านการเอาใจใส่จิตใจ
สิ่งที่ควรแก้ไขคือ
- ค่านิยมว่าลูกฉันเก่งเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่องแคล้วหรืออยู่กับคอมพิวเตอร์ได้นานๆ
- ใส่ใจคำพูดหรือบทสนทนาในครอบครัว
- ต้องจัดสรรเวลาในการทำมาหากิน และเวลาเลี้ยงลูก
เหตุแก้ที่ใดต้องแก้ที่นั่นค่ะ....เราคงต้องยอมรับว่าเราต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการเลี้ยงลูก เลี้ยงอย่างโบราณก็มีประโยชน์ดีหลายข้อนะคะ "รักวัวให้ผูก รักลูกใ้ห้ตี" แต่นิยามคำว่าตีของครูนก ไม่ได้จำเพาะว่าเป็นไม้เรียว อาจจะตีด้วยธรรมะ ตีด้วยตัวอย่างที่ดี ตีด้วยการพูดคุยเชิงบวก....ทำทุกอย่างด้วยคำว่า "รัก"
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ..
เห็นด้วยค่ะครู "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"
ขอบคุณครับน้องธีระวุฒิ ศรีมังคละ
ขอบคุณมากค่ะ คุณครูtuknarak
คำโบราณและวิธีการแบบโบราณก็เหมาะกับเด็กและบางครอบครัวค่ะ
เด็กได้ศูนย์เพราะอะไร ต้องคิดให้ได้ พระราชบัญญัติการศึกษาได้อ่านทุกคนไหม
สนับสนุนครูนกทุกข้อค่ะ
เลี่้ยงลูกยุคแทบเล็ตยึดเมือง "รักอย่างเดียวไมพอ ต้องมีความรู้ด้วย"
ความรู้สำคัญ เช่น จิตวิทยาพัฒนาการ การสื่อสารที่สร้างสรรค์ ฯลฯ
เด็กอายุไม่ถึงสามขวบไม่ให้ดูโทรทัศน์ ไม่ให้เล่นเกม ไม่ให้รู้จักแทบเล็ต เพราะเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรงชั้นดี (อย่าบอกนะว่า พ่อแม่ก็ติดเกม)
รอนานจนเข้าอนุบาลก็สายไปแล้ว แก้ไม่ทัน แก้ได้ แต่แก้ยาก
ส่งไปให้เซียนอย่างครูนกก็แก้ยาก