วันนี้น้องปและครอบครัวมาพบที่โรงเรียนการจัดการความสุข ณ คลินิกกิจกรรมบำบัดคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ตามนัดหมาย คุณพ่อซึ่งเป็นคนขับรถบอกว่าวันนี้ขอโทษอาจารย์ด้วยที่มาสาย....คุณแม่บอกต่อว่าคุณพ่อขับรถเร็วมาก .....
กิจกรรมwarm up วันนี้คุณแม่และน้องปสามารถเล่นกิจกรรมเคลื่อนไหวง่ายๆโยนรับบอลลักษณะคล้ายเดิมส่วนคุณพ่อขออนุญาตจัดการกับธุระก่อน....
กิจกรรมวันนี้เป็นการเรียนรู้ความมั่นคงทางอารมณ์จากโจทย์ 4 ระดับเพื่อให้ผู้เรียนรับรู้ความมั่นคงทางอารมณ์ของตนเองจากอารมณ์ทางลบไปสู่อารมณ์ทางบวกที่มีความสุขที่สุดหลังจากอธิบายวิธีการแล้วเริ่มกิจกรรมจากคุณพ่อเป็นคนแรก
ระดับที่1 คุณพ่อบอกความรู้สึกของตนเองว่าเสียใจมาก.....คุณพ่อใช้เวลาไม่นานในการสำรวจอารมณ์ความรู้สึกของตนเองหลังจากที่หลับตาและจินตนาการเป็นภาพสังเกตได้ว่าคุณพ่อน้องปน้ำตาคลอถอนหายใจลำตัวโน้มงอจากนั้นให้คุณพ่อเดินออกมายังพื้นที่พูดคุยด้านข้างคุณพ่อเล่าว่าญาติผู้ใหญ่ที่เคารพพึ่งจะเสียเมื่อคืนตนเองเคารพรักท่านมากปกติจะไปเยี่ยมท่านอยู่บ่อยๆแต่ก่อนจะเสีย“ไม่มีโอกาสได้ไปพบสักครั้งก่อนตาย” ขณะเล่าไปก็ถอนหายใจไป
ระดับที่2 คุณพ่อบอกตนเองสบายใจกว่าเดิมสูดหายใจลึกผายไหล่มากกว่าเดิมบอกว่ารู้สึกเบาลงสบายใจกว่าเดิมหลังจากก้าวออกมาเพื่อพูดคุยกันและแลกเปลี่พยนความคิดเห็นคุณพ่อนึกเสียว่าเขาไปสะบายแล้วป่วยมานานแล้วอีกอย่างหนึ่งคืออายุเขามากแล้ว“คนเราต้องตายกันทุกคน”
ระดับที่3 คุณพ่อบอกว่า“กังวล” หลังจากก้าวออกมาจากความรู้สึกนั้นคุณพ่ออธิบายว่าตนเองกังวลกับการขับรถตอนกลางคืนไม่ชินเส้นทางที่จะเดินทางไปงานศพของญาติ
ระดับที่4 “ความสุข” คุณพ่อนึกถึงความสุข“แต่ไม่รู้ว่าจะสุขเต็มร้อยหรือเปล่านะ”หลังจากก้าวออกมาเพื่อพูดคุยกันคุณพ่อเล่าว่าเคยไปดูหนังเมื่อปีกว่าที่ผ่านมาอยากดูหนังสักเรื่องพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว.........คุณพ่อพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง
จากนั้นให้ทั้งครอบครัวกลับมาทบทวนบทเรียนลงบนกระดานอีกทีและให้ผ่อนคลายอารมณ์โดยการทำBreathing exercise และBrain Gym ให้คุณพ่อทบทวนโจทย์4 ระดับอีกครั้งคุณพ่อรับรู้อารมณ์ของตนเองได้ไวกว่าเดิมแต่ในรอบนี้ในระดับที่1 สำรวจอารมณ์ความรู้สึกเสียใจคุณพ่อระเบิดอารมณ์ร้องไห้ออกมาพร้อมกับคำว่าเสียใจ“เสียใจมากที่สุดที่ญาติคนนี้เสีย”
บรรยากาศในการทำกิจกรรมดูเงียบน้องป. มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงดูเศร้าน้ำตาไหล คุณแม่มีสีหน้ากังวลเช่นกัน ครูจึงให้ทั้ง3 คนเปลี่ยนกันใช้ภาษากายในการกอดเพื่อบอกความรู้สึก .... ได้แนวทางมาจากบทเรียนครั้งที่แล้ว
จากนั้นผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการทำBrain Gym อีกครั้ง
ครูลองเปลี่ยนจากคุณพ่อเป็นคุณแม่เพื่อให้คุณแม่ที่จะต้องเป็นโคชอีกคนได้ทำกิจกรรมนี้โดยน้องปและคุณพ่อเป็นผู้สังเกตการณ์
ระดับที่1 รู้สึกเสียใจ กับเหตุการณ์ที่ญาติผู้ใหญ่เสีย ต่อจากนั้นออกมาเล่าในพื้นที่ด้านข้าง คุณแม่เล่าว่าญาติผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นคนสำคัญของครอบครัว สังเกตคุณแม่มี สีหน้าซีดขาว นัยน์ตาเศร้า เสียงเบา
ระดับที่2 รู้สึกเบากว่าเดิม แต่ยังปรับตัวไม่ทัน
ระดับที่3 สบายขึ้น ค่อยๆคิดได้ มีสติ
ระดับที่4 “มีความสุข” คุณแม่เล่าว่า ตนเองมีความสุขที่สุดคือการได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว ......เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณแม่มีท่าทางที่สบายมากขึ้น อมยิ้ม
จากนั้นผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการทำBrain Gym
สำหรับน้องปน้องเล่าว่ามีหลายเรื่อง.....จะเอาเรื่องไหนก่อนดีครูให้คุณพ่อลองเป็นโคชก่อนคนแรกโดยมีคุณแม่เป็นผู้สังเกตการณ์
ระดับที่1 “รู้สึกเสียใจ” และก้าวออกมาพูดคุยกันต่อในพื้นที่ด้านข้างน้องเล่าว่าเรื่องที่เสียใจคือการที่ตนเองโดนหมอฟันฉีดยาชาและหมอนำเครื่องมือมาเลื่อยฟันของตนเองตนเองรู้สึกกลัวมาก
ระดับที่2 น้องบอกว่ารู้สึกดีขึ้นหน่อยตอนที่รู้ว่ามีผ้าก๊อซอยู่ในปากและหมอไม่ได้ทำฟันแล้ว
ระดับที่3 รู้สึกดีมากขึ้นเมื่อแม่เตรียมข้าวต้มใบเตยที่ชอบมาให้ทาน
ระดับที่4 รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทานข้าวต้ม
จากนั้นผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการทำBrain Gym
น้องมีโอกาสได้ทวนอีกรอบ .......คุณพ่อที่เป็นโคชถึงวันนี้จะไม่แจ่มใสมากนักแต่ก็ดูตั้งใจการสื่อสารกับน้องป ยังมีการใช้คำสั่งนำอยู่บ้าง
จากนั้นสลับให้คุณแม่ลองเป็นโคชของน้องป บ้าง....คราวนี้เปลี่ยนสถานการณ์
ระดับที่ 1 “รู้สึกเศร้า” หลังจากออกมาเล่าต่อ น้องเล่าว่าตนเองอ้วกตลอดเวลาเพราะผลข้างเคียงของยาตัวหนึ่งที่ต้องทานเป็นประจำ ให้ความรู้สึกเหมือน “จะตาย”
ระดับที่ 2 “รู้สึกดีขึ้น” น้องเล่าว่า ที่บ้านพาไปพบหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ........แต่หมอไม่ให้นอนโรงพยาบาล
ระดับที่ 3 “รู้สึกสบายขึ้น” ตนเองทานผงซักผ้าเพื่อฆ่าตัวตาย รู้สึกดีที่ได้ admit ที่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง
ระดับที่ 4 รู้สึกมีความสุข เพราะตนเองไม่อ้วกแล้ว
จากนั้นผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการทำBrain Gym อีกครั้ง
สำหรับคุณแม่มีความพยายามในการทำกิจกรรม แต่ยังดูไม่ค่อยมั่นใจอยู่บ้าง
หลังจากจบ session ได้ลองให้ทุกคนเปิดใจ (Opened mind) เพราะในระดับที่ 3 ที่น้องป เล่าว่าทานผงซักผ้านั้น ทำให้ทั้งครอบครัวมีการตอบสนอง โดยคุณพ่อตั้งคำถามแทรกเข้ามาถามน้องป ว่า “ ที่ทานผงซักผ้านั้น เพื่อให้ตนเองได้นอนโรงพยาบาลใช่ไหม?”........น้องตอบว่าใช่ !! น้องเล่าว่าตนเองดูละคร ที่มีตัวละครที่มีพฤติกรรมกินยาฆ่าตัวตาย เพื่อจะให้ได้เข้าไปนอนโรงพยาบาล ครูถามน้องป ต่อว่า เคยบอกคนรอบข้างไหมว่าตนเองอ้วก จนทนไม่ไหวแล้ว ....น้องยืนยันว่าบอกทุกคนแล้ว
ในกรณีศึกษานี้ น้องป. แสดงออกถึงการจัดการปัญหาได้ไม่เหมาะสม คนรอบข้างควรมีการสังเกตสัญญานขอความช่วยเหลือจากน้องให้ไวมากขึ้น ประกอบกับน้องอาจจะมีการตัดสินใจ (adjustment) ที่ไม่เหมาะสม ในกรณีศึกษานี้ยังโชคดีที่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของน้อง ......ไม่ถึงกับทำให้น้องเสียชีวิต เพราะที่บ้านช่วยพาส่งโรงพยาบาลได้ทัน
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


ความสุข สร้างได้ง่ายๆ แบบนี้เองนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากๆครับอ.แอน จะเห็นว่า กิจกรรมที่กระตุ้นอารมณ์ผ่านจิตใต้สำนึกแบบ NLP หรือ Neuro Linguistic Programming นี้ต้องฝึกฝนจนผู้บำบัดมั่นใจและต้องแสดงบทบาท "นักกิจกรรมบำบัด" มากกว่า "ครู" ที่สำคัญต้องมีการปรับอารมณ์ที่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และมีการประเมิน "ลำดับของอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงทางจิตประสาทสรีรวิทยาที่ชัดเจนและลึกมากขึ้นครับ