กรณีโรงพยาบาลอุ้มผางศึกษา : การบูรณาการองค์ความรู้จากการวิจัยเพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กและเยาวชนข้ามชาติด้อยโอกาสระหว่างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และภาคราชการด้านสาธารณสุข
โดย นางจันทราภา จินดาทอง
นักสังคมสงเคราะห์ประจำโรงพยาบาลอุ้มผาง และผู้จัดการคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน
บันทึกภายใต้โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจังหวัดตากและชุมชนกลุ่มจังหวัดชายแดนในประเทศไทย
เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗ ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗
----------------------------------------
๑. ลักษณะความเป็นมาขององค์กร
----------------------------------------
โรงพยาบาลอุ้มผาง เริ่มก่อสร้างเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๑๐ เตียง ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ โดย ฯพณฯท่าน เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขสมัยนั้น มีนายแพทย์ทรงยศ ตั้งกิจโชติ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรก
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๕ นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง
พ.ศ. ๒๕๓๙ โรงพยาบาลอุ้มผางได้รับการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๓๐ เตียง ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ โดยนายแพทย์วีระ ภู่พัฒนกุล รองอธิบดีกรมอนามัย
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ โรงพยาบาลอุ้มผางเริ่มการใช้งาน “บัตรขาวเพื่อการเข้าถึงบริการสุขภาพ” แก่ผู้เข้ารับบริการในสถานบริการสาธารณสุขทั้งอำเภออุ้มผาง ที่ไร้สิทธิในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) บัตรขาวมีวัตถุประสงค์หลัก ๆ อยู่สองประการ วัตถุประสงค์หลักประการแรก คือ การเข้าถึงบริการสุขภาพแก่ทุกคน Access to Healthcare ประการที่สอง คือ ความต้องการทราบจำนวนของประชากรที่มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพ เพราะที่ผ่านมา ผู้คนที่เข้ารับการรักษามีจำนวนมาก แต่ไม่เคยมีการรวบรวมอย่างเป็นระบบ ทำให้เมื่อมีการสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือ ไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง
พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับงบประมาณก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมอาคารผู้ป่วยนอกเป็นอาคารผู้ป่วยหนักและแยกโรค เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โรงพยาบาลอุ้มผางได้ปรับจำนวนเตียงจาก ๓๐ เตียง เป็น ๖๐ เตียง
กันยายน ๒๕๕๓ โรงพยาบาลอุ้มผางร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จัดทำ “โครงการก่อตั้งคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ” เพื่อสำรวจสถานการณ์ข้อเท็จจริงด้านสถานะบุคคลและสิทธิ เริ่มต้นจากผู้ป่วยไร้หลักประกันสุขภาพที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอุ้มผาง
๒๓-๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ เป็นเจ้าภาพจัดสรุปงานและถอดบทเรียนการทำงานของโครงการก่อตั้งคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ โดยมีรศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ เป็นผู้นำถอดบทเรียน ซึ่งพบทั้งความสำเร็จและข้อจำกัดหลายประการ หลังการถอดบทเรียนแล้ว ผู้ร่วมเวทีเห็นพ้องที่จะให้มีการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยใช้ชื่อ “คลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน” ภายใต้งานประกันสุขภาพ และมีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในโรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
โรงพยาบาลอุ้มผางเข้าเป็นภาคีในโครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจังหวัดตากและชุมชนกลุ่มจังหวัดชายแดนในประเทศไทย ตั้งแต่มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ จนถึงกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๙
-------------------------
๒. คนร่วมงาน
-------------------------
๒.๑ นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง
๒.๒ นายดำรง ศรีเวียง หัวหน้าฝ่ายบริหาร รพ.อุ้มผาง
๒.๓ นางนุตนาต วงษ์เจริญ หัวหน้างานประกันสุขภาพ รพ.อุ้มผาง
๒.๔ นางจันทร พันสร หัวหน้างานส่งเสริมสุขภาพ รพ.อุ้มผาง
๒.๕ นางจันทราภา จินดาทอง ผู้จัดการคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน
๒.๖ นายเวช ว่องไวพาณิชย์ นักกฎหมายคลินิกกฎหมายอุ้มผางฯ
----------------------------------------
๖.๓. กิจกรรมที่ได้ทำลงไป
----------------------------------------
๖.๓.๑.คำร้องขอความช่วยเหลือของโรงพยาบาลอุ้มผาง
กรณีที่เจ้าตัวอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลอุ้มผาง ๘ กรณี ได้แก่
๑.น้องโลตัส “เด็กชายจิติพัฒน์” อายุ ๑ ปี
๒.น้องหนูจิ๋ว“เด็กชายพศิน”อายุ ๑ เดือน
๓.น้องชินจัง “เด็กชายพัสกร"อายุ ๔ ปี
๔.น้องสมชัย“เด็กชายสมชัย” อายุ ๖ ปี
๕.น้องซันเมี๊ยะไมทา “เด็กชายซันเมี๊ยะไมทา คีรีบุปผา” อายุ ๒ ปี
๖.น้องแจ็ก“นางสาวแจ็ก”อายุ ๒๐ ปี
๗.น้องแอสะโม่เคร “เด็กชายจิตรภานุ ฐานะรุ่งอุดม” อายุ ๙ เดือน
๘.น้องมะไข่ไข่ “เด็กหญิงมะไข่ไข่” อายุ ๑๑ เดือน
กรณีเด็กที่คลอดที่โรงพยาบาลอุ้มผาง และอยู่ในความดูแลของซันไซส์โฮม จำนวน ๓ กรณี ได้แก่
๑.น้องมะนาว “เด็กหญิงกานต์ธิดา ศรีธาดาสาคร” อายุ ๑ ปี
๒.น้องกมลกานต์ “เด็กหญิงกมลกานต์ ศิริพร” อายุ ๔ เดือน
๓.น้องอายูมึ“เด็กชายบุตรนางน่อมึกอ” อายุ ๑๐เดือน
๖.๓.๒.การเชื่อมเครือข่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือ
- ๑ ใน ๔ ภาคีหลักภาคประชาสังคมซึ่งร่วมเป็นคณะกรรมการโครงการฯ
- เชื่อมเครือข่ายการทำงานเพื่อจัดการสิทธิเด็กข้ามชาติด้อยโอกาสและครอบครัว กับโรงพยาบาลชายแดนจังหวัดตาก ๔ แห่ง คือ โรงพยาบาลแม่สอด โรงพยาบาลแม่ระมาด โรงพยาบาลพบพระ และโรงพยาบาลท่าสองยาง รวมทั้งองค์กรเอกชนที่ดูแลเด็ก คือ บ้านตะวัน Sunshine Home
๖.๓.๓.ความคืบหน้าของสถานการณ์ปัจจุบัน
- ร่วมดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย คือ การสำรวจข้อเท็จจริง/การกำหนดสถานะ/การพัฒนาสิทธิในกรณีศึกษาข้างต้น
- สื่อสารสาธารณะบอกเล่าเรื่องราวการทำงานภายใต้โครงการฯ ผ่านโซเชี่ยล มีเดีย
- ร่วมจัดตั้ง “กองทุนภาคประชาชนเพื่อคุ้มครองสิทธิในหลักประกันสุขภาพของเด็กด้อยโอกาสข้ามชาติซึ่งมีปัญหาสถานะบุคคล” ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ ตกหล่นจากการใช้สทธิในกองทุนการให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ด้านสาธารณสุขบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ตามมติคณะรัฐมนตรี ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๓
- ร่วมจัดเวทีเสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อประเมินสถานการณ์การจัดการสิทธิในสาธารณสุขของเด็กข้ามชาติด้อยโอกาสและครอบครัวในพื้นที่ชายแดน ณ อำเภอแม่สอด เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๗
- ร่วมจัดโครงการโรงเรียนอบรมกฎหมายเคลื่อนที่เพื่อสันติสุขของประชากรภายใต้ประชาคมอาเซียน
: ตอนอำเภอชายแดนในภาคตะวันตก - จังหวัดตาก เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม – ๙ มีนาคม ๒๕๕๗
๖.๓.๔.ความเคลื่อนไหวทางสังคมที่คาดว่าจะได้รับ
- ติดตามการดำเนินการพัฒนาสถานะบุคคลตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิการรักษาพยาบาล
- สร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกันขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งเพื่อเผยแพร่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสู่สาธารณชนเพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาการไร้สัญชาติของชาวบ้านในพื้นทีเป้าหมายต่อไป
๖.๔. แผนงานต่อไป
- ศึกษาแนวทางการจัดการประชากรข้ามแดน กรณีหมู่บ้านก้อเชอ
- ถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการคลินิกกฎหมายจากโรงพยาบาลอุ้มผางไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่สนใจ โดยเริ่มต้นจากโรงพยาบาลชายแดนจังหวัดตาก

