ความตายออกแบบได้

 

บ่ายนี้นัดกับน้องสาวและหลาน 2 คนว่าจะไปงานเทศกาลชิมอาหารทะเลที่สมุทรสาคร ซึ่งจัดโดย ททท. แต่ก็พลาดจนได้ เพราะน้องสาวติดธุระไปด้วยไม่ได้

 

เลยคิดหากิจกรรมอื่นทำ นึกขึ้นได้ว่า 2-3 วันก่อน เปิดเว็บเข้าไปดูว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ ที่สวนโมกข์กรุงเทพฯ มีกิจกรรมอะไรบ้าง เหลือบไปเห็นกิจกรรม ความตายออกแบบได้ จัดโดยเครือข่ายชีวิตสิกขา วันนี้เลยคลิกเข้าไปดูใหม่ จึงตัดสินใจว่าบ่ายนี้จะลองไปเข้ากิจกรรมนี้ดู ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป ไม่ได้จองล่วงหน้า ไปถึงโต๊ะลงทะเบียน 10 นาทีก่อนบ่ายโมง ยังมีที่ว่างให้เข้าร่วมได้ แอบนึกดีใจเล็กๆ และแล้วก็ไม่ผิดหวังเลยที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ กะจากสายตาดูแล้วมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน

 

ครูดล (ธนวัชร์ เกตน์วิมุต)  ประธานเครือข่ายชีวิตสิกขา เป็นวิทยากร กิจกรรมนี้จัดที่ห้องนิพพานชิมลอง ชั้น 2 ครูดลบอกว่ากิจกรรมนี้ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้สึกยอมรับว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ควรมีการเตรียมตัวเผชิญไว้ล่วงหน้า เริ่มต้นโดยฝึกเจริญสตินอนในท่าศพพิจารณาบทมรณานุสติยอมรับและเข้าใจความตายว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หลังจากนั้นฝึกภาวนาแบบคู่กับหนึ่งคำถามมหัศจรรย์ว่า ถ้าคุณมีชีวิตเหลือแค่ 3 วัน คุณอยากทำอะไรมากที่สุด โดยผลัดกันถามและตอบคำถามนี้ในเวลา 3 นาที ความรู้สึกตอนนั้นรู้ตัวว่าไม่มีอะไรเป็นห่วงอีกแล้ว ไม่คิดอยากทำอะไรเป็นพิเศษ คงดำเนินชีวิตตามปกติจนถึงวาระสุดท้าย

 

หลังจากนั้นเป็นกิจกรรมที่ฉันชอบมากที่สุด ให้ฝึกตรวจสอบการยึดติด-ปล่อยวางที่มีต่อต้นทุนชีวิต โดยการแจกกระดาษสีต่างๆ 13 ใบ โดยใบแรกเป็นสีขาวใบเดียวแทนตัวเราเอง ให้เขียนชื่อหรือวาดรูปแทนตัวเราลงไป ถัดมาให้เลือกสีแทนคนที่เรารักที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่มาหนึ่งใบ แล้วเขียนชื่อลงไป  ฉันเลือกสีเหลือง แล้วเขียนชื่อตัวเองลงไป คิดว่าคนอื่นน่าจะเขียนชื่อคนใกล้ชิดมากกว่า ยังมีกระดาษเหลืองอีก 2 ใบ ครูดลบอกว่า ให้เขียนชื่อคนที่เรารู้สึกรักและห่วงใยรองลงมา ฉันเขียนชื่อน้องสาวและหลานสาวลงไป วางประกบไว้ข้างๆ จากนั้นให้เลือกกระดาษสีอื่นอีก 3 ใบ ฉันเลือกสีส้ม ครูดลให้เขียนงานอาชีพ หรือตำแหน่งปัจจุบันที่ภาคภูมิใจและยังดำรงตำแหน่งอยู่ 3 อย่าง เขียนลงไป จากนั้นฉันเลือกสีเขียวอีก 3 ใบ สำหรับเขียนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ลงไปในกระดาษสีเขียวนั้น และ 3 ใบสุดท้ายเป็นสีฟ้า ให้เขียนกิจกรรม 3 อย่างที่ชอบทำมากที่สุด จากนั้นครูดลให้โจทย์ว่า เบื้องต้นนี้ถ้าจะเลือกเสียอะไรบางอย่างในชีวิตออกไป 3 สิ่งจะเลือกทิ้งอะไรไปบ้าง ถัดมาถ้ามีเหตุจำเป็นต้องตัดอะไรออกไปจากชีวิตอีก 3 สิ่ง จะเลือกตัดอะไรที่เหลืออยู่ออกไป และในที่สุดถ้ามีเหตุภัยพิบัติหรือเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นที่ทำให้เราต้องสูญเสีย คราวนี้ทีมงานเป็นคนมาเลือกกระดาษที่พวกเราเขียน เราไม่ได้เป็นคนเลือกเองแล้ว เราจะรู้สึกอย่างไร กิจกรรมแบบนี้ตรวจสอบใจเราได้เป็นอย่างดีในแง่มุมของการยึดติดและปล่อยวาง

 

กิจกรรมสุดท้ายเป็นละครชีวิตที่ผู้เข้าร่วมจะเป็นผู้เล่นเอง รู้สึกเองจากการสวมบทบาทเป็นตัวเองโดยไม่มีการรู้สคริปล่วงหน้างานนี้เป็นการอาสาขึ้นมาบอกเล่าถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมา ระหว่างที่ฟังเรื่องเล่าไป ได้เรียนรู้วัฏจักรของสิ่งมีชีวิตพร้อมทั้งฝึกให้รู้ทันการปรุงแต่งของจิต 

 

แล้วคุณหล่ะ เคยถามตัวเองบ้างไหม ถ้าคุณมีชีวิตเหลืออยู่แค่อีก 3 วัน คุณอยากทำอะไรมากที่สุด