การพบกับลุงของเขา และปัญหาในการดำรงชีพของ David
ลุงของเขาบอกเขาแต่เพียงว่าถ้ามีใครถามว่าเขามาจากที่ไหน เขาต้องบอกคนนั้นว่ามาจาก Irokaiteri ไม่ใช่มาจากหมู่บ้าน Hasupuweteri ที่แยกตัวออกมา ลุงกล่าวอีกว่า “พวกเขาจะแต่งตั้งตำแหน่งในหมู่บ้าน” “มันจะไม่เหมือนสถานการณ์ของพ่อที่ซึ่งเขาใช้เวลาหลายๆปีในการให้ความเชื่อใจได้ถูกยอมรับ”
ในความเป็นจริงแล้ว พวก Irokaiteri มีแผนในการแต่งตั้งตำแหน่งในหมู่บ้านให้แก่ David หลังจากที่การประชุมกับลุงของเขา แม่ของเขามาหา David พร้อมกับเด็กหญิงสองคน หล่อนกล่าวว่า “นี่คือภรรยาของแก และนี่คือภรรยาของแก แกต้องมีลูกๆหลายคนกับพวกเขาทั้งสอง”
David ฟังอย่างสุภาพ และคิดว่าบางที “ภรรยา” ก็คือสิ่งที่ถูกใช้ในการคลายปมในระบบเครือญาติ พวก Yanomami แบ่งชั้นระบบเครือญาติแตกต่างไปจากพวกอเมริกัน เช่น ป้าที่มีลักษณะเหมือนแม่จะถูกเรียกว่า “แม่” ด้วย และลุงที่มีลักษณะเหมือนพ่อก็จะเรียกว่า “พ่อ” ด้วย
David กล่าวว่า “ผมกำลังคิดอยู่เลยว่า ฉันมีพี่ชายน้องชายสามคน, มีพี่สาวน้องสาวสามคน มีลุงสามคน และมีเมียคนหนึ่งที่นี่”“แต่เมื่อฉันมาอยู่ที่นี่ มันก็ปรากฏชัดแก่ผมว่าภรรยาทั้งสองมีความจริงจังมากแค่ไหนในการเป็นภรรยาของผม”
Yarima เริ่มที่จะผลัก David ให้หมั้นหมายที่แต่งงานกับเด็กหญิงทั้งสอง (แต่ David คิดว่าพวกเขาเป็นวัยรุ่นตอนปลาย) ในโอกาสหนึ่ง ในขณะที่กำลังอาบน้ำในแม่น้ำอยู่ เด็กหญิงทั้งสองก็มารุมเขาและก็บอกว่า “มาสิ พวกเราจะต้องมาทำสิ่งนี้!”David พยายามใช้ผู้แปลบอกเขาว่า เขามีภรรยาอยุ่แล้ว และรอคอยเขาให้กลับบ้าน แต่จริงแล้วมันไม่ใช่ความจริง มันไม่ด้สร้างความแตกต่างอันใดให้แก่พวกเขาเลย David ยังคงอาบน้ำต่อไป พยายามจะขัดขืนคำขอร้องพวกเขา
จุดประสงค์ในการเข้าไปในป่ามิใช่แค่ต้องการใกล้ชิดกับแม่เท่านั้น แต่ต้องการจะเข้าใจให้มากขึ้นเกี่ยวกับการที่พ่อของเขาไปอยู่ที่นั้นในปี 1970-1980 ก็เหมือนกับพ่อของเขาเมื่อก่อนนี้ David พบว่าเขาเป็นแหล่งแห่งความขบขัน Caballero กล่าวว่า “พวก Yanomami เป็นคนที่มีความรู้สึกตลกขบขันจริงๆ”“พวกเขาสร้างเรื่องตลกได้ตลอดเวลา และรักที่จะแยกเขี้ยว โดยเฉพาะพวกคนขาว”
พวก Yanomami มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับชีวิตที่แตกต่างอย่างมากของคนที่อยู่ภายนอกน้อยเกินไป พวกเขามักมองว่าพวกคนขาวที่มีการขาดซึ่งการฝึกปฏิบัติและทักษะทางภาษาของเขา เป็นคนโง่
David กล่าวว่า “ฉันเป็นคน Yanomami ต่อจากนั้น ฉันจะถูกผลักตกลงไปที่ชายฝั่งแม่น้ำ ฉันต้องไปปีนต้นองุ่น ฉันต้องไปที่ต้นที่ไม่ใช่ต้นองุ่น และมดคันไฟทั้งหมดมาเกาะที่หัวของฉัน พวกเขาคิดแต่เพียงว่ามันเป็นสิ่งที่ขบขันเสียจริงๆ”
สองสามเดือนต่อมาหลังจากที่ David มาถึงที่หมู่บ้านนี้ วันที่ยิ่งใหญ่ก็มาถึง เขาเปิดกล่องเล็กๆสีดำ ที่เต็มไปด้วยขนมปังกรอบและแยม สิ่งนี้เป็นเหมือนการแบ่งสรรที่เป็นการด่วน ในกรณีที่เขาเบื่อการกินตัวอ่อนของแมลง และปลวก แต่ว่าเขาอยู่ในวัฒนธรรมที่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการแบ่งปัน “พวกเราจะต้องมีส่วนในขนมปังกรอบและแยมทุกคน ทุกๆคนจะต้องมีความสุข ในการกินของเหล่านี้”
เพราะว่าในยุคสมัยของพ่อของเขา มีคน Hasupuweteri บางคนชอบที่จะสวมใส่เสื้อผ้าและนาฬิกา ในขณะที่เขายังอยู่ในป่า David จำเป็นต้องให้เสื้อผ้าที่ดีที่สุดของเขา กำลังคิดอยู่ว่ากางเกงขายาวที่มีราคาถุกนั้นไม่มีความหมายต่อเขา แต่พวกนี้อาจเป็นสมบัติให้กับคนรับในฐานะของขวัญได้
เมื่อเขากลับที่พวกสอนศาสนาในปลายน้ำอีกครั้ง ท่าทีของเขาถูกจับตามองในแง่ของความเปลี่ยนแปลง พวกนักสอนศาสนากล่าวว่า “ฉันดูแย่ สกปรก และสวมเสื้อผ้ามอซอ เป็นคนจน : คุณดูเหมือนพวก Yanomami ขึ้นทุกที” และหล่อนก็ให้เสื้อผ้าดีๆแก่ฉัน มันดูเหมือนพวกตัวตลก เพราะว่าฉันดูเหมือนพวก Yanomami และต้องการการรับบริจาค
ในการไปเยี่ยนเยือนพวกสอนศาสนาครึ่งหนึ่ง คราวนี้ไปกับแม่ของเขา David ไปจัดการเรื่องการใช้โปรแกรม Skype เพื่อติดต่อกับพ่อของเขา
“พ่อของฉันคุยกับแม่ของฉันว่า ‘เธอดูเหมือนเป็นวัยรุ่นและสวยงาม’ และแม่ก็กล่าวแก่เขาว่า ‘เธอดูแก่ไปมาก’”Yarima กำลังว่า Kenneth หัวล้าน เพราะพวก Yanomami ไม่มีใครหัวล้าน (Kenneth ไปวิ่งและได้รับหมวกเบสบอลมาก่อนที่จะมาคุย) David ดูที่พ่อกำลังทำให้แม่หัวเราะ เขาทั้งสองดูเหมือนว่าจะเข้ากันได้อย่างดี David กล่าวว่า พวกเขาเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนแม่ไม่ต้องการที่จะคุยเรื่องอดีต หล่อนบอกว่าพ่อว่า David แต่งงานแล้ว มีภรรยา 2 คน และหล่อนก็บอกกับว่าอีกว่า ต้องพา David กลับไปแล้ว และฉันจะกลับมาที่นี่ หล่อนบอกพ่อด้วยว่าอย่าให้ลูกหนีจากเมียไปอีก
หนังสืออ้างอิง
William Kremer. Return to the rainforest: A son's search for his Amazonian mother