ความรู้ที่ฉันได้รับจากการเรียนรายวิชาการจักการเรียนรู้ทางการศึกษาคือ

ความรู้มี 2 ประเภท 

1.ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้ชัดแจ้งคือความรู้ที่เขียนอธิบายออกมาเป็นตัวอักษร เช่น คู่มือปฏิบัติงาน หนังสือ ตำรา เว็บไซต์ Blog ฯลฯ

2.ความรู้แฝงเร้น หรือความรู้แบบฝังลึก (Tacit Knowledge) ส่วนความรู้แฝงเร้นคือความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน ไม่ได้ถอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบางครั้งก็ไม่สามารถถอดเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ความรู้ที่สำคัญส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นความรู้แฝงเร้น อยู่ในคนทำงาน และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง จึงต้องอาศัยกลไกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้คนได้พบกัน สร้างความไว้วางใจกัน และถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันและกัน

SECI Model

 

 

SECI Model ซึ่งเป็นกระบวนการในการสร้างความรู้ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และ ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ที่ประกอบด้วย 4 กระบวนการที่เป็นพลวัตร ได้แก่

   S = Socialization แสดงการถ่ายโอนความรู้กันโดยตรงระหว่างกลุ่ม หรือบุคคล ทีมความรู้พื้นฐานความสนใจที่สอด คลองกัน หรือมีคลืนความถีทสอสารทําความเข้าใจกันได้โดยง่าย สามารถทําให้เกิดขึ้นได้ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

   E = Externalization แสดงให้เห็นการเรียนรู้ แสวงหาสิงใหม่ๆ จากภายนอกเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยน แปลง รวมทังประสบการณ์ตรงที่สมผัสกับลูกค้า ผู้ใช้บริการ ผู้ทําธุรกิจกับองค์กร เป็นความรู้ที่สําคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและดํารงอยู่ขององค์กร

   C = Combination เชื่อมโยงความรู้ภายในกับความรู้ภายนอก แล้วหาแนวปฏิบัติที่ดีที่เหมาะสมกับเรา ในส่วนนี้ผู้ที่ มีความสามารถใชภาษาในการสื่อสารที่ดี จะช่วยสรุปองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับองค์กรได้

    I = Internalization เป็นผลของการเชื่อมโยงแล้วนําความรู้มาปฏิบัติเกิดเป็นความรู้ประสบการณ์และปัญญาฝังอยู่ในตัวคน กลายเป็น Tacit Knowledge เพือนําไปถ่ายทอดหมุนเวียนต่อไป

  เป็นความรู้ใหม่ที่เกิดจากการเรียนรู้ทั้งจากการศึกษาในห้องเรียน การศึกษานอกห้องเรียน และการแชร์ประสบการณ์จากอาจารย์กับนักศึกษา และจากนักศึกษากับนักศึกษาด้วยกัน ซึ่งเป็นความรู้ที่ที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะนำไปใช้ในการเรียนการสอนในอนาคตแล้วยังสามารถนำไปใช้ในทางธุรกิจ หรือด้านการจัดการองค์กรได้ และทำให้เราสารมารถจัดการความรู้ทีี่เรามีได้อย่างดีและมีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น

สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้คือ

ทำให้สามารถจัดการกับความรู้ที่มีอยู่ในตัวเราได้ดีขึ้นมีระบบระเบียบมากขี้น ทำให้เราสามารถจัดการกับความรู้ที่มีได้มากขึ้นสามารถแชร์ประสบการณ์จากอาจารย์และจากนักศึกษากับนักศึกษาด้วยกันจนเกิดความคิดใหม่นำไปต่อยอดได้ใช้งานในอนาคตได้ เพื่อให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพสามารถแก้ปัญหาต่างๆปรับใช้ในชีวิตประจำวันข้างหน้าได้