การจัดการความรู้ที่ได้รับจากรายวิชาการจักการความรู้ทางการศึกษา
ความรู้ทีไดคือ-ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรายวิชาการจักการเรียนรู้ทางการศึกษาไม่ว่าจะเป็นความหมายของความรู้ที่ว่าความรู้หาดไม่ใช้ก็ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการทบทวนหรือประยุคต์ใช้ก็จะทะไห้เกิดการสูญหาย ความหมายของการจัดการความรู้ (Knowledge Management, KM) คือ การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ความร้ในองค์กร โดยพัฒนา ระบบจาก ข้อมลู ไปสู่ สารสนเทศ เพื่อให้เกิด ความร้และปัญญา รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการ นำไปใช้และเกิดการเรียนร้ภายในองค์กรการเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access)1. Knowledge Push เป็นการส่งมอบความรู้ไปยังผู้รับโดยผู้รับไม่ได้ร้องขอหรือมีความต้องการ เป็นการส่งมอบในลักษณะ Supply-based หรือ SDI ( 2. Knowledge Pull เป็นการส่งมอบความรู้ไปยังผู้รับ ตามความต้องการ หรือตามความสนใจ เป็นการส่งมอบในลักษณะ Demand-based ประเภทของความรู้
1. ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือ วิชาการ อยู่ในตำรา คู่มือปฏิบัติงาน
2. ความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เป็นภูมิปัญญา
โดยที่ความรู้ทั้ง 2 ประเภทนี้มีวิธีการจัดการที่แตกต่างกันการจัดการ “ความรู้เด่นชัด” จะเน้นไปที่การเข้าถึงแหล่งความรู้ ตรวจสอบ และตีความได้ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดความรู้ใหม่ ก็นำมาสรุปไว้ เพื่อใช้อ้างอิง หรือให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ต่อไป (ดูวงจรทางซ้ายในรูป) ส่วนการจัดการ “ความรู้ซ่อนเร้น” นั้นจะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้มีการแบ่งปันความรู้ที่อยู่ในตัวผู้ปฏิบัติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่ ที่แต่ละคนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ เละยังมีความรู้เกี่ยวกับความรู้เรียงโครงสร้างและปัจจัยประกอบของการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
นำไปประยุคต์ไช้อย่างไร- เราสามารถนำไปใช้ในองค์กรที่มีการจัดการองค์ความรู้ที่ดีจะสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากทุนทางด้านความรู้ ที่เกิดจากปัญญาของบุคคลากรทุกระดับภายในองค์กรอย่างไม่รู้จักหมด เพราะเมื่อหน่วยงานได้เริ่มต้นดำเนินการจะพบว่าความรู้ที่ตัวเราคิดว่าเรามีอยู่เยอะนั้น จริงๆแล้วยังน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับที่มีอยู่ภายในองค์กรของเราเอง และจะยิ่งรู้สึกประทับใจเมื่อค้นพบว่ามีความรู้บางอย่างมาจากที่ๆเราคาดคิดไม่ถึง ทำให้คนเราลดละ อัตตาและกิเลศ ที่คิดว่าตนรู้แต่ผู้เดียวในจักรวาลและหวงความรู้นั้นไว้กับตนเอง โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนรู้นั้นไม่มีคุณค่าใดเลยหากไม่มีผู้นำไปใช้ อย่าลืมว่าความรู้ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากการสอน เพราะ “ยิ่งให้ยิ่งรู้” ไม่เหมือนทรัพย์สินอื่นที่ยิ่งให้ยิ่งหมดแต่ถ้าความรู้ที่มีเรายังสามารถนำไปเผยแพร่และต่อยอดให้เกิดประโยชน์อีกมากมาย