"ฟ้าคราม" ในวัย ๒ ขวบ ๘ เดือนนี้ หนูแสนรู้มากขึ้น
ฉลาดพูด...ฉลาดจำ...ช่างประจบ ออเซาะ...
ย่าถามหนูว่า...รักพ่อเพรียงไหม? หนูตอบย่าว่า..."รัก"
ย่าถามต่ออีกว่า..."รักเท่าไหน?" หนูบอกว่า "เท่านี้"
พร้อม ๆ กับทำมือกางออก ๕ นิ้ว (ข้างเดียว)
ย่าถามต่อว่า...รักย่าเปล่า? หนูตอบย่าว่า..."รัก"
ย่าถามต่ออีกว่า...รักเท่าไหน?" หนูบอกว่า "เท่านี้"
พร้อม ๆ กับทำมือกางออก ๕ นิ้ว (ทั้งสองข้าง)
เล่นเอาพ่อเพรียงพูดออกมาว่า..."ไปเลย ไปอยู่กับย่าโน่น"
แล้วเราก็หัวเราะใส่กัน...เพราะเรา ๓ คน รู้ใจกันว่า
แม่ฟ้าคราม...พูดเพื่อแหย่พ่อเพรียงดูว่า...
ถ้าหนูทำแบบนี้แล้ว...พ่อเพรียงจะอิจฉาหนูที่มารักย่ามากกว่า...
หนูหันมาบอกย่าว่า...พ่อเพรียงอิจฉา...
เท่านี้ "หนูก็ยังรู้ความหมายคำว่าอิจฉาอีก"...
เวลาปู่เร หรือย่า อาบน้ำให้ตาทวด...
หนูจะต้องมายืนดู พร้อม ๆ กับทำท่าเท้าสะเอวของหนู
และชี้มาที่ตาทวด...และบอกว่า...
"ห้ามด่า ย่า (ปู่เร) นะ...เดี๋ยวบาป"
๕๕๕...เท่านี้ หนูก็รู้แล้วว่าการด่านั้น "บาป"
หนูรู้ได้อย่างไร? ไม่มีใครบอก...หนูรู้ด้วย "จิตสำนึก"
ของหนูเอง...(เพราะตาทวดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
เวลาย่ากลับไป หรือยามที่ย่าไม่อยู่ ย่าหรือปู่เรก็จะต้องคอย
อาบน้ำให้ เวลาอาบน้ำหน้านี้ก็รู้อยู่ว่า...อากาศเย็นลง
คนแก่จะไม่ชอบให้น้ำถูกตัวเพราะหนาวมาก ๆ
เวลาน้ำถูกตัวก็จะเกิดอาการร้อง โวยวาย ส่งเสียงดัง)
ซึ่งเจ้าฟ้าคราม คิดว่า ตาทวดด่าย่าหรือปู่เร...
แม่อ้อม เล่าให้ย่าฟังว่า..."แม่...ไอ้ฟ้าฯ มันนั่งคุยกับตาทวด
ได้นานตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ!!! ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน...
หนูหันไปดูก็เห็นทั้ง ๒ คน พยักเพยิดหน้าใส่กัน
คุยกัน เออ ออ เหมือนกับคุยกันรู้เรื่อง...แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร?"...
โบราณบอกว่า...เลี้ยงคนแก่เหมือนเลี้ยงเด็กอีกคนหนึ่ง...
เล่นเอาย่าก็ขำในอาการของหนูกับตาทวด
เพราะว่า ตาทวด ช่วงนี้ก็พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้ว...
"โรคอัลไซเมอร์" อาการก็จะค่อย ๆ ลืมไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายก็จำใครไม่ได้...ดีแต่ว่า...ตาทวดยังแข็งแรง
แม้ว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วก็ตาม...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
ฟ้าคราน่ารักมากครับ
ขอบคุณค่ะ คุณพิชัย