ขอบพระคุณท่านอาจารย์นาฏวิมลที่จุดประกายให้ผมพยายามติวให้นศ.สอบผ่านใบประกอบโรคศิลป์และควรให้โอกาสเพิ่มรอบสอบใบประกอบฯ ด้วย เพราะนักกิจกรรมบำบัดที่ไม่มีใบประกอบฯ ต้องลาออกจากรพ.มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ทำให้ประธานหลักสูตรอย่างผมต้องคอยดูแลทั้งศิษย์ที่จบเป็นบัณฑิตและศิษย์ปัจจุบัน อืมมม โอ้โห ... งานกิจกรรมบำบัดศึกษานั้นยากแท้กว่าที่ผมคิดว่าจริงๆ
ท่านอาจารย์ยังให้ผมได้สอน "บทบาทนักกิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพจิต" แก่นศ.กายภาพบำบัดปีสุดท้ายของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผมจึงให้นศ.ใคร่ครวญตนเองอย่างลึกซึ่งหลังจากเรียนและปฏิบัติในชั้นเรียนไปก่อนหน้านี้ 3.30 ชม.
ลองมาอ่านสุขภาวะจิตของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ดูแล้วย้อนทบทวนให้เห็นภาพกว้างและลึกว่า "คนไทยรุ่นใหม่คงต้องเผชิญอุปสรรคในชีวิตการทำงานก่อนเข้าถึงวัยสูงอายุที่ประสบความสำเร็จ (Successful Aging) ที่แตกต่างและคงต้องมีจิตที่เข้มแข็งมากๆ กว่าคนรุ่นเก่าและคนรุ่นกลางอย่างผมโดยสิ้นเชิง
คำถามที่ 1 วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร
ก. ฉันมีความสุขเวลาอยู่กับเพื่อนผู้หญิง แต่ไม่ชอบชีวิตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บางครั้งเศร้าตามลำพัง อยากร้องไห้ อยากส่งเสียงดังๆ อยากลืมชีวิตวัยเด็ก รู้สึกล้าและอ่อนแอ ในชั้นเรียนวันนี้ทำให้ร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนๆ แต่ยังยิ้มอยู่เพราะเพื่อนๆ
ข. การเรียนในวันนี้เป็นการเรียนที่สนุกและได้ความรู้เยอะมาก สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ด้วยการเรียนที่ไม่ทำให้เครียด ทำให้นอกจากสนุกแล้วยังมีความสุขมากๆ
ค. รู้สึกมีความสุขเวลาได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับผู้อื่น, ได้รู้จักที่มาที่ไปบทบาทต่างๆ ของกิจกรรมบำบัด, ประทับใจในการทำกิจกรรมที่สนุกสนานผ่อนคลาย
ง. รู้สึกเรียนอย่างมีความสุข ได้ทั้งความรู้และความบันเทิง เรียนแล้วไม่เครียด อาจารย์อธิบายและสอนการทำกิจกรรมได้อย่างเข้าใจลึกซึ่ง และที่มีความประทับใจในตัวอาจารย์ผู้สอนที่เป็นกันเองมาก
จ. รู้สึกดีใจที่ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ได้รู้วัน-เดือน-ปี เกิดของเพื่อนๆ
ฉ. รู้สึกสนุก มีความรู้สึกที่อยากจะนั่งเรียน อาจารย์สอนสนุก ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เป็นอีกชั่วโมงเรียนหนึ่งที่ไม่มองดูนาฬิการเลยว่าจะเลิกกี่โมง
ช. รู้สึกสนุกสนานเกี่ยวกับการเรียนและทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ได้สอนอะไรหลายๆอย่างแก่นศ.ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและทางคลินิกได้
ซ. เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ทำให้ได้สร้างความสัมพันธภาพที่ดีแก่เพื่อนๆ ชอบกิจกรรมที่ให้วาดรูปบ้าน ต้นไม้ คน มาก เพราะตรงดี อาจารย์ผู้สอนก็สอนสนุก ไม่เครียด
คำถามที่ 2 คุณคิดอย่างไรกับความสุขความสามารถ (ศักยภาพ) ของตนเอง
ก. ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร รู้ว่าเวลาอยู่กับเพื่อนๆ ต้องแสดงออกให้เขาเห็นว่าเรายิ้ม ร่าเริง สนุก มีชีวิตชีวา แต่ในตัวเราคิดตรงกันข้าม
ข. ศักยภาพของตัวเองสามารถทำให้งานและสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจจะทำและอยากจะทำสำเร็จได้ ยังทำให้เรามีความสุข
ค. รู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพที่ดีระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ถึงจุดที่มีความสุขที่สุด รู้สึกพอใจในความสุขที่มีในปัจจุบัน และคิดว่าตัวเองมีความสามารถและความพยายามที่จะทำอะไรสักอย่างให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่คาดหวังไว้
ง. เรามีศักยภาพที่จะทำอะไรได้หลายอย่างและทำมันได้อย่างมีความสุข ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็ทำได้ มันจะทำให้เรามีความสุข แต่ถ้าเราคิดว่า เราทำไม่ได้ มันก็จะรู้สึกทุกข์และศักยภาพของเราก็จะลดลงตามความคิดของเรา
จ. รู้สึกว่า เพื่อนๆ ทุกคนมีความสามารถหลายอย่างและได้แสดงออกอย่างมีความสุข
ฉ. มีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนในห้อง เวลาที่ต้องร่วมกลุ่มกันคิดทำให้รู้ว่า เราก็มีความสามารถที่จะพูดหรืออธิบายเกี่ยวกับโรคที่เรียนมาให้เพื่อนฟังได้บ้าง ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนๆไม่ใช่แค่นั่งฟังอย่างเดียว พอเป็นกิจกรรมที่มีการแข่งขันทำให้เรามีความสนุกความสุขที่อยากเอาชนะ
ช. เราเองก็มีความสามารถเท่าเทียมกับคนอื่นๆ ความรู้ความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ความสุขนั้นก็อยู่รอบๆตัวของเราเอง
ซ. มีความสุขมากและคิดว่าตัวเองเป็นคนมีศักยภาพในการทำงาน เป็นคนมีความสามารถมาก
คำถามที่ 3 คุณคิดอะไรกับระบบการให้บริการสุขภาพจิตในประเทศไทย
ก. แค่ยิ้ม โลกก็สวย
ข. รู้สึกว่า การให้บริการสุขภาพจิตเป็นอะไรที่เข้าถึงยาก อาจจะมาช้าเพราะตัวเราไม่เคยคิดจะสัมผัสหรือหาความรู้ทางด้านนี้ แต่ความรู้สึกคือเข้าถึงยาก เป็นอะไรที่คนปกติไม่อยากเข้าถึง แต่จริงๆ แล้วการใช้บริการทางสุขภาพจิตไม่จำเป็นต้องเป็นคนโรคจิต แต่เราสามารถใช้บริการได้ เช่น หาคนรับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่เราไม่สบายใจ เวลาเครียดมากๆก็ได้
ค. คิดว่ายังไม่มีความเพียงพอต่อผู้บริโภค
ง. เราถือว่า ดีในระดับหนึ่ง แต่อาจจะขาดแคลนงานที่จะรองรับผู้ป่วยจิตเภทที่มีความต้องการรพ.อีกเยอะ
จ. ดีที่มีการรักษาสุขภาพจิตใจของสังคม ประชาชนแต่ละวัย
ฉ. อยากให้มีสถานที่คอยบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตมากกว่านี้ บางคนไม่ได้เป็นโรคที่ต้องการรักษา แค่อยากมีคนที่คอยให้คำปรึกษาหรือรับฟัง จึงอยากให้มีผู้มีความรู้คอยออกหน่วยหรือตั้งจุดบริการให้คำปรึกษา ซึ่งไม่ใช่มีแต่ในรพ. เพราะบางคนไม่ค่อยชอบรพ.ถ้าไม่จำเป็นหรือเจ็บป่วยมากๆ
ช. ระบบการให้บริการยังไม่ค่อยครอบคลุมทั่วถึงมากนัก เพราะบางที่ก็ยังไม่มีหน่วยงานที่ลงไปดูแลรับผิดชอบ
ซ. การให้บริการสุขภาพจิตในบ้านเราก็ดี ช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายความซึมเศร้าต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
คำถามที่ 4 คุณวางแผนชีวิตให้มีสุขภาพจิตใน 5 ปี ข้างหน้าอย่างไร
ก. ทำให้ครอบครัวมีความสุขและรักกันอยู่ด้วยกันไปนานๆ (ตั้งใจทำงาน-เก็บเงิน)
ข. กลับไปทำงานที่บ้านเกิด อยู่กับครอบครัว พ่อแม่น้อง, หากิจกรรมที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข-ทำทุกๆวัน, ดูแลพ่อแม่น้องให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจรวมทั้งตัวเรา, การที่ได้อยู่กับครอบครัวทุกๆวันก็ทำให้สุขภาพจิตดีมากๆแล้ว
ค. การได้อยู่กับคนที่เรารักและครอบครัว, เรียนจบมีงานทำที่มั่นคง, ไปเที่ยวพักผ่อนเพื่อคลายเครียดกับครอบครัว
ง. เราต้องพยายามคิดบวกและทำความเข้าใจกับสังคมสิ่งแวดล้อมให้มาก เพราะอีก 5 ปีข้างหน้าคงจะมีอะไรที่เกิดขึ้นเยอะ อาจจะมีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี แต่เราต้องตั้งมั่นไม่เครียด ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และเครียดให้น้อยที่สุด
จ. ต้องดูแลรักษาตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ และต้องรู้การรักษาสิ่งแวดล้อมความสะอาดบ้าน สภาพแวดล้อมรอบๆบ้าน
ฉ. มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ดูแลพ่อแม่ให้สุขสบาย มีครอบครัวอบอุ่น อยู่ที่อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีความวุ่นวาย
ช. พยายามคิดในแง่บวก เรื่องไหนที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อยไป ไม่ควรคิดเรื่องที่ทำให้เราไม่สบายใจหรือคิดแต่ในทางแง่ลบตลอด
ซ. คงทำให้ตัวเราเองมีความสุขมากยิ่งขึ้น มีความสุขกับการทำงานกายภาพบำบัด
คำถามที่ 5 ถ้าพรุ่งนี้คุณรู้ว่า "คุณจะจากโลกนี้ไป" คุณจะเขียนอะไรให้คนไทยอ่าน
ก. ทำตามใจตัวเอง แล้วชีวิตจะมีความสุขและสมบูรณ์แบบ
ข. เขียนรวมสิ่งที่ทำให้เราทุกข์ที่สุดและสิ่งที่ทำให้เราสุขที่สุด
ค. ไม่ต้องมีเหมือนคนอื่น ไม่ต้องรวยจนล้นฟ้า ไม่ต้องทำตัวให้ดูดีในสายตาของใคร แค่ทำปัจจุบันให้ดีและมีความสุข เพราะสุดท้าย ตายไปก็เหมือนแค่กระดูกเหมือนกัน
ง. เขียนทุกอย่างที่เราประสบมาทั้งด้านดีและไม่ดี เป็นการเตือนรุ่นหลังที่จะเกิดมาให้รู้ถึงสิ่งดีสิ่งร้ายเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังให้มากที่สุด
จ. จะเขียนความรู้สึกที่ดี การรักษาสุขภาพจิตที่ดี และอยู่อย่างไรจะต้องมีความสุขในวันข้างหน้า
ฉ. อยากให้คนไทยรักและสามัคคีกัน โดยคำนึงถึงพ่อหลวงของแผ่นดินให้มากๆ เพราะท่านมีค่าและวิเศษที่สุดของปวงชนชาวไทย
ช. อยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน มีความซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพของตนเอง และเป็นคนดีของสังคมต่อไป
ซ. ก้ออยากให้คนไทย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆวัน มีสติในการใช้ชีวิต คิดว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ ไม่ควรนำปัญหาต่างๆ มาเป็นวิตกกังวลจนเกิดการเครียด อยากให้รักและดูแลคนในครอบครัวมากๆ
ขอบคุณมากครับคุณยายธีและคุณเพ็ญศรี
...ระบบการให้บริการสุขภาพจิตในประเทศไทย มีความสำคัญมากนะคะน้องDr. Pop...แตยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ...
ขอบคุณมากๆครับพี่ดร.พจนาและอ.นุ
เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากๆค่ะ
ภาวะคุกคามเยอะขึ้น ๆ นะคะ คนรุ่นใหม่ต้องมีจิตใจแข็งแกร่ง ภูมิต้านทานต้องดีจริง ๆ จึงจะรอดได้อย่างมีความสุขนะคะ
ขอบคุณมากๆครับพี่นงนาท พี่หมอธิรัมภา คุณเพชรน้ำหนึ่ง คุณบุษยมาศ และน้องธีระวุฒิ