กายวิภาคศาสตร์ที่สำคัญ
- น้ำลาย (Saliva) หลั่งมาจากต่อมน้ำลาย ( Salivary gland) มี ๓ คู่
-Parotid gland
-Sublingual gland
-Submandibular gland
ต่อมน้ำลายอักเสบที่พบบ่อย ได้แก่“Parotid gland” = โรคคางทูม (Mumps) = epidemic parotitis
ตับ liver เป็นอวัยวะสร้างน้ำดีซึ่งจะส่งไปเก็บที่ถุงน้ำดีเมื่อต้องการไปย่อยไขมันถุงน้ำดีก็บีบตัวส่งน้ำดีไปตามท่อน้ำดี common bile duct เข้สู่ลำไส้ doudenum และย่อยอาหาร
- ถุงน้ำดี (อังกฤษ: Gallbladder) เป็นอวัยวะในช่องท้องที่ทำหน้าที่ในการเก็บสะสมน้ำดี (bile) เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร โดยจะมีโครงสร้างที่ติดต่อกับตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ผลิตน้ำดี และลำไส้เล็กตอนต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการปล่อยน้ำดีออกสู่ทางเดินอาหาร
- น้ำดี = Bile
- การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) เป็นวิธีการตรวจ ประเมินปัญหาในลำไส้ใหญ่ โดยใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ (colonoscope) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ผอม ยาว และยืดหยุ่นได้ มีกล้องวิดีโอและดวงไฟขนาดเล็กมากติดอยู่ที่ปลายท่อ เมื่อทำการขยับและปรับกล้องส่องลำไส้ใหญ่อย่างเหมาะสมแล้ว แพทย์จะสามารถเคลื่อนไหวกล้องดังกล่าวในลำไส้ใหญ่ให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้ ภาพที่กล้องบันทึกได้ในลำไส้ใหญ่จะปรากฏบนจอโทรทัศน์ ให้คุณภาพความคมชัดที่ดี และสามารถเก็บรายละเอียดภายในลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด ซึ่งจะให้ความถูกต้องแม่นยำมากกว่าการทำเอกซเรย์
- ตับอ่อน (อังกฤษ: pancreas) เป็นอวัยวะของสัตว์ที่มีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารและหน้าที่เกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อเพื่อการสร้างอินซูลิน ตับอ่อนสร้างน้ำย่อยแล้วส่งไปที่ลำไส้เล็ก
- เยื่อบุช่องท้อง (อังกฤษ: peritoneum) เป็นเนื้อเยื่อ 2 ชั้นที่คลุมอยู่โดยรอบช่องท้อง และห่อหุ้มอวัยวะภายใน
- ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น = Cecum
สำไส้ใหญ่ (Colon) แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ซีกัม (Caecum) เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ยาวประมาณ 6.3-7.5 เซนติเมตร มีไส้ติ่ง (Appendix) ยื่นออกมาขนาดราวนิ้วก้อย (ยาวประมาณ 3 นิ้ว) เหนือท้องน้อย ทางด้านขวา ไส้ติ่งถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ในสัตว์กินพืชจะมีขนาดยาว ทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารในคนไม่มีประโยชน์ ถ้าอักเสบต้องรีบผ่าตัดออกโดยเร็ว
โคลอน (Colon) เป็นส่วนที่ยาวที่สุด แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ โคลอนส่วนขึ้น (AscendingColon) โคลอนส่วนขวาง (Transverse Colon)
โคลอนส่วนล่าง (Descending Colon)
- ลำไส้ตรง(Rectum) เป็นส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นท่อตรง ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ตรงปลายของไส้ตรงจะเป็น ทวารหนัก (Anus) โดยมีกล้ามเนื้อหูรูด 2 อัน ควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก กล้ามเนื้อหูรูดด้านใน ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ใต้บังคับของจิตใจ ส่วนกล้ามเนื้อหูรูดด้านนอกอยู่ใต้บังคับของจิตใจ และสำคัญมากในการควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก
- ลำไส้ส่วนต้น หรือดูโอดีนัม (อังกฤษ: Duodenum) เป็นลำไส้ที่ขดอยู่ใต้กระเพาะอาหาร ซึ่งลำไส้ดูโอดีนัมจะเปลี่ยนกรดจากกระเพาะอาหารให้เป็นกลางเพื่อไม่ให้ลำไส้เล็กถูกกัดกร่อน
- เพดานปาก =palate
- คอหอย = (อังกฤษ: pharynx, pharynges) เป็นส่วนหนึ่งของคอ (neck) และช่องคอ (throat) ตั้งอยู่ด้านหลังปากและโพรงจมูก และอยู่บนหลอดอาหาร กล่องเสียงและท่อลม (trachea)
คอหอยเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เนื่องจากทั้งอาหารและอากาศต่างผ่านเข้าสู่คอหอย ร่างกายมนุษย์จึงมีแผ่นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเรียกว่า ฝาปิดกล่องเสียง (epiglottis) ปิดช่องท่อลมเมื่อมีการกลืนอาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก ในมนุษย์ คอหอยยังมีความสำคัญในการออกเสียง
- กล่องเสียง =กล่องเสียง หรือ ลาริงซ์ (larynx) เป็นอวัยวะในคอของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ทำหน้าที่ในการป้องกันท่อลม (trachea) และการทำให้เกิดเสียง ในกล่องเสียงมีสายเสียงแท้หรือเส้นเสียงแท้ (vocal fold) ซึ่งอยู่ใต้บริเวณที่คอหอย (pharynx) แยกออกเป็นท่อลมและหลอดอาหาร (esophagus)
- สายเสียง = vocal fold
- หลอดลม = Trachea เป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินหายใจ มีหน้าที่หลัก คือ การนำส่งอากาศจากภายนอกร่างกายเข้าสู่ปอดเพื่อทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเข้าสู่เลือด และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย หลอดลมของมนุษย์เริ่มตั้งแต่ส่วนที่ต่อจากกล่องเสียง (Larynx) ลงไปสิ้นสุดที่ถุงลม
หลอดลม มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามขนาดและตำแหน่ง ได้แก่
- หลอดลมใหญ่ (Trachea) เป็นส่วนที่อยู่ต่อจากกล่องเสียงยาวลงไปจนถึงจุดที่แยกเข้าสู่ปอดด้านซ้ายและด้านขวา
- หลอดลมของปอด (Bronchus) เป็นแขนงของหลอดลมใหญ่ ซึ่งอยู่ในแต่ละข้างของปอด เริ่มต้นต่อจากหลอดลมใหญ่ลึกเข้าไปในเนื้อปอด หลอดลมเหล่านี้เมื่ออยู่ลึกเข้าไป ก็จะมีการแตกแขนงแยกย่อยลงไปอีกตามตำแหน่งของเนื้อปอด เช่น หลอดลมของปอดกลีบบน (upper lobe bronchus) หลอดลมของปอดกลีบล่าง (lower lobe bronchus) หลอดลมแขนง (segmental bronchus) เป็นต้น
- หลอดลมฝอย (Bronchiole) เป็นแขนงย่อยของหลอดลมของปอด หลอดลมฝอยเหล่านี้บางส่วนนอกจากจะสามารถนำก๊าซเข้าสู่ปอดได้แล้ว ยังสามารถทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนก๊าซได้ด้วย แต่ไม่เป็นหน้าที่หลักเหมือนถุงลม
เนื่องจากหลอดลมมีหน้าที่สำคัญในระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติของหลอดลมก็จะทำให้การระบบการระบายก๊าซของร่างกายเสียไปด้วย โรคของหลอดลมที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคหืด (Asthma) และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease) เป็นต้น
- ถุงลม = ถุงลม (alveolus หรือ air sac) มีเส้นเลือดฝอย (capillaries) ล้อมรอบ (ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน O2 และ CO2 อย่างมีประสิทธิภาพ
- หายใจเข้า =
- หายใจออก =
- หยุดหายใจ =
กลไกการหายใจเข้า-ออกของคน สมองที่ควบคุมการหายใจเข้าออกของคนคือสมองส่วน Medulla oblongata เป็นศูนย์ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อกระดูกซี่โครง กลไกขณะหายใจเข้า (Inspiration) คือกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกจะหดตัว ส่วนกล้ามเนื้อซี่โครงแถบในจะคลายตัวกระดูกซี่โครงจะถูกยกตัวสูงขึ้น กระดูกหน้าอก (sternum) จะสูงขึ้นด้วยทำให้ด้านหน้าและด้านข้างของช่องอกขยายขึ้น ความกดดันของช่องอกและ ปอดลดลงปิดขยายตัวตาม กะบังลมแบนราบลง ท้องจะป่องออก กลไกขณะหายใจออก (Expiration) คือกล้ามเนื้อซี่โครงแถบในหดตัวและกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกคลายตัวกระดูกซี่โครงและกระดูกหน้าอกลดระดับต่ำลง กะบังลม(diaphragm) คลายตัว ความกดดันของช่องอกและปอดสูงขึ้น ปอดแฟบลง อากาศถูกขับออกจากปอดท้องจะแฟบลง
- เม็ดเลือดแดง =RBC เม็ดเลือดแดง (อังกฤษ: red blood cell , Erythrocyte : มาจากภาษากรีก โดย erythros แปลว่า "สีแดง" kytos แปลว่า "ส่วนเว้า" และ cyte แปลว่า "เซลล์") มีหน้าที่ในการส่งถ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
- กะบังลม (อังกฤษ: Diaphragm หรือ Thoracic diaphragm) เป็นแผ่นของกล้ามเนื้อโครงร่างในร่างกาย
- ฮอร์โมนเพศหญิง = N. ฮอร์โมนเพศหญิง สร้างมาจากรังไข่
- ลำไล้เล็กส่วนกลาง =
- หูรูด =
- หน้าผาก =
- ขมับ =
- ท้ายทอย =
- ชั้นในสุดของตา =
- เกล็ดเลือด =
- ตุ่มรับรสหวานปลายลิ้น =
- หลอดอาหาร =
- ท่อลม =
- สะดือ =
- อัณฑะ =
- ...............
- ...........
- ......
- .....
- ....
- ......
- ......
- .....
- .......
- ......
- ......
- ......
- .......
- ......
- ........
- ....
- ......
- ......
- ........ระบบปกคลุมร่างกาย
- .......ระบบภูิมคุ้มกัน
- ........ระบบต่อมไร้ท่อ
- ......ระบบย่อยอาหาร
- ...ระบบทางเดินปัสสาวะ
- ....ระบบทางเดินหายใจ
- ......ระบบไหลเวียนโลหิต
- .......ระบบอวัยวะรับสัมผัส
- .....ระบบประสาท
- ....ระบบทางห้องปฎิบัติการ
- .......
- ........
- ........
- ........
- .. Capilary เป็นเส้นเล้นที่มีขนาดเล็กที่สุด
- Pulmonary vain เป็นเส้นเลือดที่นำเลือดที่มี Oxygen ในร้อยละที่สูงสู่หัวใจ
- Aorta มีรูปร่างเป็นแบบวงโค้ง (Arch )
- ส่วนใดของร่างกายที่ไม่อยู่ในหัวใจ
- เส้นประสาทที่รับสารสื่อประสาทจากตา เพื่อรับภาพ
- เส้นประสาทที่รับสารสื่อประสาทจาหหู เพื่อรับเสียง
- เส้นประสาทที่รับสารสื่อประสาทจากจมูกเพื่อรับกลิ่น
- เส้นประสาทที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตา
- ชั้นนอกสุดของตา เรียกว่า
- ในร่างกายของคนปกติจะมีต่อมอะไรมากที่สุด
- เส้นประสาทสมองทคู่ใดมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับรส
- Ear Ossicles อยู่ส่วนใดของหู
กระดูกหู (อังกฤษ: ossicles หรือ auditory ossicles) เป็นกระดูกขนาดเล็ก 3 ชิ้นในร่างกายมนุษย์ ซึ่งอยู่ภายในช่องว่างในหูชั้นกลาง ทำหน้าที่ในการส่งผ่านเสียงจากอากาศไปยังห้องหูชั้นใน (labyrinth) ที่บรรจุไปด้วยของเหลว (อวัยวะรูปหอยโข่ง (cochlea)) หากไม่มีกระดูกหูจะทำให้เกิดภาวะสูญเสียการได้ยินระดับกลางหรือระดับรุนแรง