นี่เป็นใจความหลักๆที่ได้จาการพูดคุยเกี่ยวกับ “ความทรงจำ” (memory) โดยคุณ Gillie Cunningham ท่านเป็นของครู ผู้ฝึกหัด และผู้เขียนเรื่องการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL6) ในบันทึกนี้ผมจะได้นำเสอนเกี่ยวกับความทรงจำ ปัญหาที่ผมพบมากๆก็คือ เมื่อสอนอะไรไปแล้ว แต่พอถึงเวลาสอบ เด็กกลับจำไม่ได้ เราจะมาลองดูกันว่าความทรงจำนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง
เราจะสามารถจะจำได้อะไรในการท่องเที่ยวเดียว
George Miller ได้เสนอแนะว่าจะมีตัวเลขที่เหมาะแก่การจำแก่การจำในระยะสั้น (short-term memory) ท่านได้เสนอแนะว่าคนที่เป็นคนปกติจะสามารถจำเลข 7-2 หรือ 7+2 ในการจำแค่ครั้งเดียว ดังนั้นท่านก็เลยเสนอว่าคนส่วนใหญ่สามารถที่จะจำเลข 5-9 ได้ อย่างไรก็ตาม หากภาษาที่เราจำเป็นรูปแบบของกลุ่มคำ (chunk) เช่นให้จำประโยค เราจำเป็นที่จะต้องจำให้มากกว่าตัวเลขแน่นอน เมื่อเราต้องจำคำศัพท์ใหม่ๆมากๆ สมองของเราก็จะว่างเปล่า และก็ไม่สามารถจำอะไรได้เลย
ดังนั้นครั้งต่อไป เธอจะต้องสอนบทเรียนที่ๆมันมีคำศัพท์ใหม่ๆมาก เธอจะต้องให้บริบทแก่นักเรียนของเขาว่าคำใหม่ๆเหล่านั้น นักเรียนจะเอาเข้ามาโดยคำนึกถึงความเป็นจริงได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม มันอาจเป็นการลดทนแรงจูงใจ (de-motivating) และความไร้ประสิทธิผลที่จะให้เด็กจดจำทั้งศัพท์ใหม่และวลีนั้นทั้งหมด
นอกจากนี้ครูจะต้องให้ความสนใจแก่งานทางกระดานดำของตนเองด้วย เช่น.
1. ครูมีวิธีการบันทึกศัพท์ใหม่ๆบนกระดานดำอย่างได้
2. ครูมีพื้นที่พิเศษในกระดานดำที่ให้คำศัพท์ใหม่หรือไม่
3. นักเรียนจะรู้ไหมว่ามีคำศัพท์ไหนที่เขาควรจะบันทึก นักเรียนมีสมุดคำศัพท์ หรือมีระบบการจัดการเกี่ยวกับคำศัพท์ใหม่หรือไม่
4. การลบกระดานดำและจัดให้มีระบบการบันทึกคำศัพท์ใหม่จะช่วยนักเรียนของคุณได้มาก แม้กระทั่งนักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วบางครั้งจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากครู อย่าไปคิดว่าการใช้เวลาในบางช่วงให้ครูได้ตรวจสมุด, คิดวิธีการที่จะสนับสนุนการพัฒนาการจดคำศัพท์, และจัดระเบียบสมุดของนักเรียน เป็นสิ่งที่เสียเวลา การที่พยายามพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการที่พวกเขาเรียนรู้ และวิธีการอะไรที่จะช่วยให้เขาได้เรียนวิชาอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็น แผนที่ทางความคิด (mind map) อาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักเรียนของคุณ หรือระบบในการจัดการกระเป๋าคำศัพท์ (vocabulary bag) อาจช่วยคนอื่นได้ (vocabulary bag เป็น การช่วยเหลือให้เด็กจำศัพท์ได้มากขึ้น โดยการเขียนคำ วลี บนกระดาษที่เป็นแผ่นเล็ก แล้วก็นำกระดาษเหล่านี้ไปไว้บน vocabulary bag)
วิธีการที่จะทำให้เราสามารถจำสิ่งต่างๆได้
ตามงานวิจัย (ผลของ Von Restorff ) ได้กล่าวไว้ว่า เรามีแนวโน้มที่จะจำได้ ถ้ามีความผิดปกติในบางเรื่อง หรือเรื่องที่ทำให้เราตกใจ เราจะสังเกตว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่แปลกประหลาด เรามีแนวโน้มที่จะจำมันได้ ลองมาคิดถึงวิธีการต่างๆที่จะทำให้เราจดจำคำศัพท์ต่างๆให้จำได้ดียิ่งขึ้น ภาพต่างๆอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนที่ใช้สายตา หรืออาจทำให้นักเรียนต่างๆได้ลอกเลียนแบบ หรือ การแสดงบทบาทสมมติอาจทำให้ภาษาใหม่ๆได้ติดกับผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น ถ้าพวกครูได้เคยถามนักเรียนเมื่อสอนเสร็จ ว่าพวกนักเรียนจำอะไรได้บ้าง บางทีพวกครูอาจรู้สึกแปลกใจ เช่น แทนที่จะจำเรื่อง Present Perfect Simple ได้ แต่นักเรียนจะจำได้แต่ภาพที่ให้พวกเขาดู, การทำแซนวิชในห้องเรียน หรือแม้แต่การที่มีโทรทัศน์ระเบิด
เราลืมได้อย่างไร
นักวิจัยคนหนึ่งชื่อ Herman Ebinghaus ได้วิจัยในเรื่อง “ความโค้งของการลืม” (forgetting curve) เขาเสนอว่าหลังจากที่เราได้เรียนบางสิ่งบางอย่างที่ใหม่สำหรับเรา ไม่เกิน 1 ชั่วโมง พวกเราจะลืม 50% หลังจาก 9 ชั่วโมงไปแล้ว เราจะลืมถึง 60% และหลังจากนั้น 1 เดือน พวกเราจะลืมถึง 80% ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเราสามารถลืมสิ่งต่างๆได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะกระตุ้นให้นักเรียนได้ทบทวนนอกเวลาเรียน และตัวครูก็ควรจะได้ทบทวนคำศัพท์ใหม่ๆในชั้นด้วย มีครูบางคนต่างมีความเชื่อว่าในบทเรียนแต่ละบทควรจะเริ่มต้นภาระงานแห่งการทบทวนในเรื่องที่เรียนมาคราวที่แล้ว สิ่งนี้สมควรจะเป็นเกมคำศัพท์ที่ง่ายๆ หรือ พวกครูควรจะให้นักเรียนดูย้อนกลับไปที่การบันทึกและสรุปเรื่องราวที่เรียนมาทั้งหมดก็ได้
หนึ่งในคำพูดที่ Gillie Cunningham กล่าวไว้ก็คือ “ถ้าคุณไม่ใช้, คุณก็จะลืม” ดังนั้นเมื่อใดก็ตาม ที่พวกครูกำลังนำเสนอกลุ่มวลีใหม่ (new lexical set) หรือโครงสร้างทางไวยากรณ์ (grammatical structure) ต้องจัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้สิ่งนั้น การทบทวน (revision) สมควรเป็นกิจกรรมในทุกๆชั้นเรียน โดยการจัดกิจกรรมทบทวนและสร้างใหม่ (recycle)นี้นี่เองที่จะทำให้ภาษากลายมาเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมากขึ้น มีความหมายมากขึ้น และสามารถที่จะจดจำได้ดีอย่างมีความหวังมากขึ้น ถ้าเราเชื่อในทฤษฎีความโค้งของการลืม ภายใน 1 ชั่วโมงเราจะลืมเรื่องความทรงจำนี้ถึง 50% แต่ถ้าเราไม่อยากจะลืม มีคำ 3 คำที่อาจช่วยเราได้ นั่นคือ ทบทวน ทบทวน และทบทวน
หนังสืออ้างอิง