GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าจากฮิเมจิ ญี่ปุ่น(1)

เป็นโครงการที่จัดโดยสมาคมแพทย์แห่งเมืองฮิเมจิและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบ้านเซเวียร์ ริเริ่มโดยคุณหมอโยชิกิ นิชิกาว่า(อดีตประธานสมาคมแพทย์ฮิเมจิ)และคุณพ่ออัลฟอนโซ แด ยวง,เอส. เจ. ดำเนินการมาเป็นปีที่ 10 และรุ่นที่ผมไปจะเป็นรุ่นสุดท้าย
จากการที่ผมได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประจำปี 2547 ทำให้ได้รับรางวัลไปดูงานระบบบริการสุขภาพที่เมืองฮิเมจิ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 7-13เมษายน  2548 ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดยสมาคมแพทย์แห่งเมืองฮิเมจิและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบ้านเซเวียร์ ริเริ่มโดยคุณหมอโยชิกิ นิชิกาว่า(อดีตประธานสมาคมแพทย์ฮิเมจิ)และคุณพ่ออัลฟอนโซ แด ยวง,เอส. เจ. ดำเนินการมาเป็นปีที่ 10 และรุ่นที่ผมไปจะเป็นรุ่นสุดท้ายเพราะคุณหมอนิชิกาวาได้เสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2547ทำให้ขาดผู้ประสานงานหลักและในการเดินทางครั้งนี้ทางคุณหมออะกิระ อิซุมิ รองประธานสมาคมแพทย์ฮิเมจิเป็นผู้รับผิดชอบโดยมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 7 คนคือคุณพ่ออัลฟอนโซ,อาจารย์วัฒนา(จากสระแก้ว),พี่กบ,พี่ตาล,ผม,คุณหมอจบใหม่อีก 2 คนคือหมอปราง(ปัจชิมา)กับหมอชนจันทร์ คณะเราเดินทางโดยเครื่องบินสายการบินJALจากดอนเมืองไปลงที่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้าวันที่ 7 เมษายนตั้งแต่09.10-16.35 น.และเดินทางกลับเมืองไทยวันที่ 13 เมษายนโดยการบินไทยจากสนามบินโอซาก้าถึงดอนเมืองเวลา 22.30 น. เมื่อถึงสนามบินโอซาก้าเราได้รับการต้อนรับอันอบอุ่นจากคุณหมออิซูมิและคณะ แล้วเดินทางจากสนามบินโอซาก้าสู่เมืองฮิเมจิโดยรถบัสเล็ก แวะทานอาหารเย็นระหว่างทางและเป็นมื้อแรกที่ต้องทานอาหารญี่ปุ่นและพบว่าอาหารญี่ปุ่นไม่ได้ทานยากอย่างที่คิด ขณะเดินทางก็มีการสนทนากันโดยใช้ภาษาอังกฤษซึ่งก็พอสื่อกันรู้เรื่องเพราะพูดช้าด้วยกันทั้งสองฝ่าย เมื่อถึงเมืองฮิเมจิได้เข้าพักที่โรงแรมฮิเมจิ คาสเทิล โฮเทล ซึ่งเป็นโรงแรมมาตรฐานระดับห้าดาว ห้องพักแม้จะดูแคบแต่ก็จัดได้อย่างลงตัวไปด้วยบริการในห้องพักที่มีเครื่องใช้ระบบอัตโนมัติ คืนนั้นเราส่วนหนึ่งได้ออกไปเดินเล่นเพื่อชมตัวเมืองในช่วงกลางคืนโดยการนำของพี่ตาลสภาพที่เราเห็นนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งสภาพบ้านเมืองที่สะอาดมาก จัดอย่างเป็นระเบียบ ทางเท้า ทางรถ ระบบสัญญาณไฟจราจร ผังเมือง ถนน อาคารต่างๆเป็นระเบียบ รวมทั้งความมีวินัยของคนญี่ปุ่นในเรื่องต่างๆเช่นการข้ามถนน การทิ้งขยะ เป็นต้นคืนนั้นกลับมานอนที่โรงแรมประมาณ 5 ทุ่ม(4ทุ่มในเมืองไทย)และเตรียมตัวสำหรับการศึกษาดูงานตามตารางที่กำหนดไว้ในวันรุ่งขึ้นและวันต่อๆไป
                 ตารางเดินทางใน 7 วันสำหรับ 7 ชีวิตจากเมืองไทยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 เมษายน คณะจะต้องแยกเป็น 2 ทีมคือหมอ3คน(ผม,หมอปราง,หมอชน)จะอยู่ที่ฮิเมจิเพื่อแยกกันไปดูงานคลินิกของหมอ 3 ท่านในช่วงเช้าคือหมออูชิดะ,หมอฮามาชิม่าและหมอนากามูระและช่วงบ่ายไปดูโรงพยาบาลทากาโอกะซึ่งเป็นโรงพยาบาลจิตเวช  ส่วนคุณพ่อโซ่ พี่กบ พี่ตาลและอาจารย์วัฒนาไปที่ฮากาตะและไปพักที่นางาซากิที่โรงแรมโอเทล เจ.เอ.แอล.ซิตี้ นั่นหมายความว่าเรา 3 คนจะต้องอยู่กันตามลำพัง 2 วันเพื่อศึกษาดูงานสถานบริการสุขภาพที่ทางทีมคุณหมออิซูมิได้จัดเตรียมไว้โดยไม่มีพี่เลี้ยง ในวันที่ 9 เมษายน หมอ 3 คนได้ไปดูงานที่ศูนย์โรคหัวใจที่มีคุณหมอชิดะ เป็นผู้อำนวยการและเป็นผู้นำชมด้วยตัวเองและในช่วงบ่ายเราก็ได้ไปชมความงามของดอกซากูระที่กำลังบานสะพรั่ง(ซึ่งจะมีแค่ประมาณ 3-7 วันเท่านั้นใน 1 ปี นับว่าเราโชคดีมาก)ที่ปราสาทฮิเมจิ และในช่วง 6 โมงครึ่งทางทีมคุณพ่อโซ่ก็เดินทางกลับมาสมทบกับพวกเราในงานเลี้ยงต้อนรับและทุกคนพักค้างคืนที่โรงแรมฮิเมจิ วันที่ 10 เมษายนซึ่งเป็นวันอาทิตย์คุณหมออิซูมิและคณะได้พาพวกเราไปเที่ยวที่เมืองเกียวโตซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าโดยการนั่งรถไฟหัวกระสุนหรือชิงกันเซ็น ที่นั่งสบายเหมือนนั่งเครื่องบินชมทิวทัศน์ที่ผ่านเมืองต่างๆโดยคณะที่พาไปนอกจากคุณหมออิซูมิแล้วก็มีคุณหมอโยชิซาว่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหมอนิชิกาว่า คุณมิกะและคุณมานะซึ่งเป็นลูกสาวของคุณหมอนิชิกาว่า ได้เที่ยวชมปราสาท วัดและสถานที่หลายแห่งและเดินทางกลับมาพักที่โรงแรมเดิม  วันจันทร์ที่ 11 เมษายนคุณหมออิซูมิได้พาไปพบกับนายกเทศมนตรีหรือผู้ว่าราชการของเมืองฮิเมจิที่ศาลากลาง(Mayor of Himeji City)ในช่วงเช้าหลังจากนั้นได้ไปพบกับคณะผู้บริหารของสมาคมแพทย์แห่งเมืองฮิเมจิ(Himeji Medical Association) ได้ศึกษาดูงานบริการของสมาคมแพทย์ที่เป็นศูนย์รวมบริการสำหรับการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการและเอ๊กซ์เรย์พิเศษต่างๆที่แพทย์ที่เป็นสมาชิกสามารถส่งเข้ามาตรวจได้ หลังจากนั้นคุณมิกะและคุณมานะได้พาไปที่บ้านซึ่งเป็นบ้านของคุณหมอนิชิกาว่าซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ทำให้เราได้ดูรูปคุณหมอนอชิกาว่าและรูปกิจกรรมต่างๆของคุณหมอ หลังจากนั้นได้ไปเยี่ยมชมสวนและดื่มชาแบบญี่ปุ่น หลังรับประทานอาหารเย็นที่เป็นร้านอาหารไทยในฮิเมจิโดยมีคุณหมออูชิดะเป็นเจ้าภาพ หลังจากนั้นลูกสาวสองคนของคุณหมอนิชิกาว่าได้พาไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าต่อและกลับมาพักที่โรงแรมเดิม  เช้าวันที่ 12 พวกเราทุกคนต้องเดินทางต่อไปที่เมืองอะโก โดยรถตู้ของคุณมัตซูอิ เข้าที่พักที่โรงแรมอะโก รอยัลโฮเทล แล้วมีทีมพาไปเที่ยวชมที่สปริงเอท ซึ่งเป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับอะตอมและโปรตอนเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานและใช้ทางการแพทย์ ได้ไปเที่ยวชมวัดของซามูไร และช่วงเย้นมีงานเลี้ยงรับที่ร้านอาหารภายใต้บรรยากาศแบบเป็นกันเองสไตล์ญี่ปุ่น วันรุ่งขึ้น 13 เมษายนเดินทางจากเมืองอะโกกลับมาที่เมืองฮิเมจิรับประทานอาหารกลางวันและช็อปปิ้งที่ร้าน 100 เยนและเดินทางต่อด้วยรสบัสเล็กไปที่สนามบินคันไซเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย
เมืองฮิเมจิถือเป็นเมืองเล็กๆมีประชากรประมาณ 5 แสนคน มีผู้บริหารเมืองมาจากการเลือกตั้ง เป็นเมืองที่สงบ สวยงาม สะอาดและปลอดภัย มีสถานพยาบาลทั้งประเภทคลินิกและโรงพยาบาลหลายแห่ง มีแพทย์ประมาณ 1 พันคน
Dr. Nakamura Clinic ของคุณหมอนากามูระ เป็นหมออายุรกรรมโรคทางเดินอาหาร มีขนาด 18 เตียง ผู้ป่วยนอกเฉลี่ยประมาณ 120 คนต่อวัน เป็นคลินิกเอกชนขนาดใหญ่ ตอนนี้ไม่ได้รับผู้ป่วยนอนเนื่องจากมีแพทย์เพียงคนเดียวดูแลไม่ไหว ในญี่ปุ่นถ้าเตียงมากกว่า 20 เตียงขึ้นไปจะถือเป็นโรงพยาบาล คุณหมอนากามูระเป็นคุณหมอที่เก่ง ใจดี ดูแลพูดคุยกับคนไข้อย่างเป็นกันเองและใกล้ชิด มีภรรยาคือคุณเคียวโกะ(Kyoko)เป็นเภสัชกร มีบุตรชายอายุ 28 ปีเป็นแพทย์และบุตรสาวอายุ 26 ปีเป็นทันตแพทย์แต่ทำงานอยู่อีกเมืองหนึ่ง  หมอนากามูระอายุ 56 ปี ส่วนภรรยาอายุ 54 ปี คุณเคียวโกะเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ ดูสดชื่น  ในคลินิกมีเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น 24 คน โดยมีแพทย์ 1 คน เภสัชกร 1 คน  ผู้ช่วยเภสัช 4 คน ที่เหลือเป็นพยาบาล 6 คนและเจ้าหน้าที่อื่นๆ  คลินิกเปิดทำการวันจันทร์ถึงเสาร์ หยุดวันอาทิตย์ เวลาเปิดคือ 9.00-12.00 น.และ 16.00-18.00 น.  ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แผนกกายภาพบำบัด  ห้องตรวจ ห้องฉีดยา ทำแผล นอนสังเกตอาการและหอผู้ป่วย มีการตรวจพิเศษเช่นเอ็กซ์เรย์ ฟลูฮอโรสโคป อัลตร้าซาวด์ CT scan Gastroscope Colonoscope  มีโปรแกรมปรับภาพเอ๊กซ์เรย์โดยคอมพิวเตอร์  สำหรับค่ารักษาพยาบาลจะเป็นลักษณะประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย โดยผู้ป่วยทั่วไปจ่าย 30 % ส่วนผู้สูงอายุที่ 65 ปีขึ้นไป จ่าย 10% ส่วนเด็กน้อยกว่า 5 ปี ไม่ต้องจ่าย และที่เหลือ 70-90% จ่ายโดยระบบประกันสุขภาพ
Nakaoka Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับคนไข้โรคจิต เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่หวังกำไร(Non profit Private Hospital)มีผู้อำนวยการคือหมอนากาโอะ(Nagao) และประธานองค์กรแพทย์(Chief of Medical Staff)คือหมอดอย(Doi) เป็นโรงพยาบาลขนาด 535 เตียง แบ่งเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยโรคทางจิต 485 เตียง ผู้สูงอายุ 50 เตียง และกลุ่มอื่นๆเช่นสมองเสื่อม 94 เตียง ซึ่งแบ่งกลุ่มภารกิจออกเป็น 3 กลุ่มคือ 20 เตียงสำหรับฝึกทักษะการเข้าสังคม(Social skill Rehabilitation)  อีกส่วนสำหรับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชและมี 4 เตียงสำหรับGroup Therapy   มีคลินิกผู้ป่วยนอกที่เป็น 2 ลักษณะคือผู้ป่วยนอกทั่วไปกับผู้ป่วยที่นัดมาเข้าDay care clinicประมาณ 60 คนต่อวัน มีแพทย์เต็มเวลา 15 คน และบางเวลา 10 คน ผู้ป่วยประมาณ 60 % จำหน่ายภายใน 3 เดือน  อัตราครองเตียง 98% ,ระยะเวลานอน 400 วันต่อราย(LOS)  โดยในญี่ปุ่นมีอัตราส่วนเตียงต่อประชากรของโรงพยาบาลจิตเวชเป็น 28:10,000 ซึ่งสูงมากและทางรัฐบาลพยายามลด  โรงพยาบาลนี้แบ่งออกเป็น 10 แผนกมีทั้งเภสัชกรรม เวชกรรมฟื้นฟู โภชนาการ จิตเวช รังสีวิทยา สังคมสงเคราะห์  พยาบาล  แพทย์ ประสาทวิทยา  ค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยใช้ระบบNational Insurance โดยผู้ป่วยจะจ่ายประมาณ 30 % ขึ้นอยู่กับรายได้และเศรษฐานะของผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายรวมในการรักษาต่อราย โดยประมาณถ้ารายได้น้อย จ่ายประมาณ 20,000 เยนต่อเดือน ถ้ารายได้สูงจ่ายประมาณ 100,000 เยนต่อเดือน  คนไข้ส่วนใหญ่เป็นโรคจิตเภทถึง 70% ที่เหลือเป็นพวกสมองเสื่อม  โรคทางสมอง และโรคจากอัลกอฮอล์ ในเมืองฮิเมจิมีโรงพยาบาลจิตเวช 3 แห่ง และมีโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่อีก 4 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆเช่นHimeji Red Cross Hospital,National Himeji Hospital,Saint Maarie Hospital

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 5578
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

หนูนาก็เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่อยู่ในโครงการของพ่อโซ่(นครศรีฯ ภาคใต้ค่ะ)..พ่อโซ่เป็นคนน่ารัก..พูดจานุ่มนวล.ทุกครั้งที่หนูนาได้พูดคุยกับท่าน..หนูนาก็รับรู้ได้ถึงความห่วงใย ความเอ็นดู ความเมตตาเเละความรักที่ท่านมอบให้..

ส่วนพี่กบพี่สาวคนนี้เป็นคนน่ารักม๊ากมาก ใจดีสุดๆๆๆๆ อ้อมกอดพี่กบอบอุ่นไปด้วยความรัก หนูนารักพี่กบ รักพ่อโซ่ที่สุด...ขอบคุณที่เมตตาหนูนา..ขอบคุณค่ะ..เเล้วหนูนาจะตั้งใจรียนนะค่ะ