"ลมแห่งพลังชีวิต"

                                                     "ลมไร้ตัวตน แต่มีผลมหาศาล"

               ชีวิต..ที่ดำรงอยู่ในขณะที่ท่านกำลังอ่านบันทึกอยู่นี้.. มาจาก "ลม" ลม คือ ธาตุสสารที่ไร้ตัวตน แต่ใช่ว่าไร้ตัวตน มันอยู่รอบตัวเรา ที่โอบอุ้มให้ร่างกายเราทรงอยู่ได้ ลมที่สำคัญต่อชีวิตเรา มันมีเส้นทางของมันที่กายเรา คือ จมูก ปอด ซึ่งมีอาการเคลื่อนไหว "พอง ยุบ" (Rising and falling) เป็นเครื่องหมายบอกว่า มีลมไหลอยู่ มีชีวิตอยู่ จึงขอแบ่งลมออกเป็นสองดังนี้

๑) ลมนอก

               ลมมีลักษณะ ๒ รูปแบบคือ ๑) ลมที่อยู่นอกกายเรา คือ ลมที่พัด ที่หมุนเวียนในโลก ที่สร้างกระแสพลังกลให้เกิดการเคลื่อนไหวของมวลสสารของโลก เช่น น้ำ วัตถุ มวลสาร ฯ ทำให้วัตถุหรือมวลสาร เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่งของโลก จึงเกิดฤดูกาล ลมมีพลังมหาศาล ทำให้โลกและพืช สัตว์ดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล ลมมีความสำคัญต่อสรรพสิ่ง ดังนี้ ๑) ช่วยให้โลกเย็น ๒) ทำให้เกิดฝน ๓) ช่วยให้แพร่พันธุ์พืช ๔) ทำให้โลกมีฤดูกาล ๕) ทำให้สรรพสิ่งเคลื่อนไหว ๖) ทำให้ทะเลมีคลื่น ๗) หนุนสรรพสิ่งให้สมดุล

              ๒) ลมที่อยู่ในกายเรา ที่ไหลเวียนผ่านจมูก ปอด เข้าสู่สายเลือด จนกลายเป็นพลังกล ให้เราใช้ขับเคลื่อนร่างกายหรือใช้เป็นกำลังเพื่อหยิบบก ค้ำหนุนร่างกายให้ดำรงไปตามกลไกของกายและเจตจำนงของเรา ปกติเราไม่ได้ใส่ใจหรือคำนึงถึงลมที่อยู่ในร่างกายเท่ากับลมข้างนอกกาย เนื่องจาก ร่างกายทำงานเป็นปกติจนเราไม่รู้ว่า มันสำคัญหรือมันขาดไม่ได้ แต่ลมมิได้เป็นส่วนหนึ่งของกายตั้งแต่เกิด มันเป็นสมบัติจรไปจรมาที่ขาดไม่ได้ เหมือนกับทุกข์ สุข 

๒) ลมใน

             สัญลักษณ์ของลมในร่างกายเรามีอยู่ ๓ อย่างคือ ๑) ชีพจร หัวใจ ที่เต้นอยู่ตลอดเวลา ๒) การเคลื่อนไหวของปอด เวลาสูดลมเข้า -ออก เรียกว่า "หายใจ" ๓) หน้าท้อง ที่มีอาการพอง แฟบหรือพองยุบโดยทั่วไปเราเข้าใจกันทั่วไปว่า เมื่อหายใจเข้าท้องจะพอง หายใจออกท้องจะแฟบ ที่จริงสังเกตนิ่งๆ ลึกๆ เงียบๆ อย่างพินิจ จะเห็นได้ว่า มันสวนทางที่เราเข้าใจทั้งสิ้น

             เราเคยสังเกตลมหายใจเข้า ออก ของปอดบ้างไหมว่า ๑ นาที มันทำงานเข้าออกกี่ครั้ง ผู้เขียนสังเกตหยาบๆ เราหายใจเข้า-ออกภายใน ๑ นาที ในเวลาปกติ นับได้ ๘-๑๐ ครั้ง หากไม่ปกติ ก็ราวๆ ๑๐- ๑๕ ครั้ง มีผู้กล่าวไว้ว่า ราว ๑๘-๒๐ ครั้งทีเดียว ถ้าเช่นนั้น ๑ วัน เราต้องหายใจนับได้ ๑๔๕,๐๐๐ ครั้ง ถ้า ๑ เดือน ๔ ล้านกว่าครั้ง ถ้า ๑ ปี ก็ให้เอา ๔ ล้าน คูณด้วย ๘๖๔๐ ก็จะได้ครั้งที่เราหายใจเข้า-ออก Amazing!

             ความสำคัญของลมหายใจคือ ๑) ทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้ ๒) ทำให้เรามีสติปัญญา รู้โลกและตนเอง ๓) ทำให้เราตระหนักรู้ในการกระทำที่ละเอียดขึ้น ๔) ทำให้เราตระหนักว่า ลมหายใจกับความตาย ใกล้เคียงกันมาก ๕) ทำให้เรารู้จักคุณค่าของลมแห่งปราณของชีวิตได้ ๖) เรายังไม่ตาย ๗) ทำให้เกิดพลังกลอย่างน่าอัศจรรย์ (พลังลมปราณ) ๘) เกิดแหล่งปัญญาญาณได้ จากสมถะ วิปัสสนา

             ดังนั้น ในชีวิตของเราทุกคน ล้วนถูกลมดำเนินไปทุกๆเวลา โดยมันทำงานหมุนเวียนในสายเลือดเรา แล้วกลายเป็นพลังกล และกลายเป็นสติ ปัญญา ให้เราได้เรียนรู้ คุณค่าของโลก และในตัวเอง อย่างแท้จริง

---------------<>-----------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

สัญญาณชีพ คือ ลมหายใจ

ขาดไปวันใด...ร่างกายร้างลา

ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะ

มาสร้างสายลมดีๆ ให้สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกต้นไม้กันเถอะค่ะ

เขียนเมื่อ 

หน้าท้อง ที่มีอาการพอง แฟบหรือพองยุบโดยทั่วไปเราเข้าใจกันทั่วไปว่า เมื่อหายใจเข้าท้องจะพอง หายใจออกท้องจะแฟบ ที่จริงสังเกตนิ่งๆ ลึกๆ เงียบๆ อย่างพินิจ จะเห็นได้ว่า มันสวนทางที่เราเข้าใจทั้งสิ้น...

จึงต้องฝึกการหายใจให้เป็นไปตามนี้..เมื่อหายใจเข้าท้องจะพอง หายใจออกท้องจะแฟบ ใช่มั้ยคะ

เมื่อฝึกได้จะเห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เขียนเมื่อ 

..อุบาย..หนึ่ง..ที่..จะทำให้..เรา..เข้าใจ..ถึง..ลม..หายใจ...(อันเป็นกัลยาณมิตร..หนึ่งเดียว..ของชีวิต)...คือ..หายใจ..ทางเท้า...(อดีต.).ท่าน คเวสโก...สอนไว้...

สุขสงบสว่างว่าง..สบาย...ไปกับวันเวลา..ตลอดไป..เจ้าค่ะ...(ด้วยคาระวะ..จาก..ยายธี)

เขียนเมื่อ 

๑) คุณ Lily บอกว่า "สัญญาณชีพ" แปลให้เต็มตามคำ "ชีวิตที่เป็นอยู่ด้วยการรับรู้ในเครื่องหมาย" นั่นคือ ลมหายใจ หมายความว่า ชีวิตที่เรียกว่า มีชีวิต เพราะมีลมปราณที่บอกว่า ยังมีชีพอยู่ ถ้าใครทำลายชีวิต นั่นคือ ทำลายลมปราณให้ตก เรียกว่า "ฆ่า" ขอบคุณพี่อรครับ

๒) อาจารย์ภูครับ..ขอเรียนดังนี้นะ "การหายใจเข้า ท้องจะแฟบ แต่ปอด (ทรวงอก) จะพองขยายออก เวลาหายใจออก ท้องจะพอง แต่ปอด จะแฟบลง" ซึ่งจะค้านกับความเข้าใจผู้คน ซึ่งใช้หลักการเป่าลมเข้าในลูกโป่ง ลองทำดูช้าๆ ลึกๆ จะเห็นความอัศจรรย์ของลมปอด นะครับ

๓) คุณยายธี (ยายแห่งปราชญ์) ที่บอกว่า "ลมหายใจคือ กัลยาณมิตร" นั่นถูกต้องเลย เพราะนี่คือ เพื่อนตายของมนุษย์ทุกคน หมายถึง มันจะอยู่กับเราจนกระทั่งเราสิ้นมันไป นั่นคือ เราสิ้นกาย สิ้นทุกสิ่งในองคาพยพนี้ครับ ต้องบอกว่า "เตอริมา กาเซ" เวอรี่ มาช นะครับยาย

ขอบคุณทุกคน สำหรับดอกไม้นะครับ

ขอความสวัสดี ในกาลปีใหม่ที่จะมาถึง ขอให้สุขภาวะเป็นอยู่ปกติ ทุกคน สาธุๆๆ โหตุ