ร่วมเรียนรู้ป่า (๑๖)

พื้นที่ซึ่งชาวอุทยานฯจัดทำนิทรรศการกลางแจ้งไว้อยู่ใกล้ๆอาคารแห่งหนึ่งซึ่งสร้างอยู่บนเนิน เนินนี้อยู่ห่างจากห้วยแม่เรวาไม่ถึง ๑๐ เมตร ยืนฟังการบรรยายไปก็ได้ยินเสียงน้ำ เสียงผู้มาท่องเที่ยวแว่วเข้าหู  เสียงดึงดูดให้พาตัวแวบออกมาสำรวจสิ่งที่ชอบ จึงได้เห็นสภาพ ๒ ฝั่งลำห้วยเรวาว่าเป็นยังไง อธิบายคุณค่าที่ซ่อนอยู่ไม่ได้ ด้วยความรู้เดิมไม่มีให้เชื่อมโยงเพื่อเก็บเกี่ยวเติมเต็มจากของจริงที่ตาเห็น จึงขอเพียงนำภาพมาแบ่งปันกัน

ร่วมฟังการแบ่งปันข้อมูลป่าแม่วงก์

วันนี้ดูเหมือนที่นี่มีการจัดการเรียนรู้ให้กับเยาวชน ไกลออกไปในมุมหนึ่งมีเต๊นฑ์นอนกางไว้เป็นหมู่เหล่า มีครอบครัวพาสมาชิกตัวน้อยๆมาเที่ยวบ้าง ต้นเสียงดังมาจากเด็กๆที่ลงเล่นในสายน้ำนี่เอง  ได้ยินคำเล่าก่อนมาว่าที่นี่จะมีนกยูงมารำแพนโชว์ด้วย วันนี้โชคไม่ดีที่ไม่เห็นนกยูงสักตัว

สภาพที่เห็นอย่างนี้ ทำอย่างไรให้คนไม่รู้จักป่า รู้คุณค่าของป่าเท่าคนรู้จักป่า คือการบ้านชิ้นใหญ่ของทีมอนุรักษ์ป่า

 

ย้อนกลับมาที่จุดจอดรถเพื่อสมทบกับกลุ่มที่ฟังบรรยาย ปรากฏว่าส่วนหนึ่งหายไปแล้ว พี่บู๊ดเห็นหน้าก็บอกว่าให้ตามไปที่จุดชมวิว ขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่อ.ปอและน้องฑูรจะแยกตัวกลับ บอกลากันตามธรรมเนียมเฮแล้วก็บ๊ายบายกัน

ช่วยกันหาตัวดร.ฝนเพื่อให้เดินทางร่วมไปด้วย หาไม่เจอ ชวนกันเดินมายังทางขึ้นดอยมออีหืด ก็พบดร.ฝนอยู่ตรงปากทางขึ้น รับรู้การนัดหมายกับอ.ปอของดร.ฝนจนหายห่วงแล้วก็ชวนกันเดินขึ้นเขา

ระหว่างทางมีโทรศัพท์ลึกลับสายหนึ่งดังขึ้น อ้าว ผู้ใหญ่ที่เคารพจะมาแจมกับพวกเรา ตอนนี้แวะไปหาที่เขื่อนทับเสลาไม่เจอใครจึงโทรมา จะให้ข้อมูลเพื่อให้ท่านตัดสินใจก็รู้น้อยเรื่องเส้นทาง โชคดีน้องสิงห์อยู่ใกล้ๆจึงส่งต่อให้เพื่อเช็คเส้นทางกัน เดินไปพลางคุยไปพลาง หายใจหอบไปพลางประมาณว่าได้ออกกำลังกายระดับแอโรบิกของตัวขนาดนั้นแหละ

  ตามทางลึกเข้าไป ๒ กม. อนาคตจะเป็นแนวสันเขื่อน

รายละเอียดของโปรแกรมมีแต่พี่บู๊ดที่รู้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ใหญ่ได้ข้อมูลอีกทางจึงแจ้งข่าวไปยังพี่บู๊ด ติดตามข่าวภายหลัง พบว่าที่ผู้ใหญ่ตั้งใจจะมาเซอไพรซ์พวกเรากลายเป็นเก้อ เสียดายจังที่ไม่ได้เจอ

เส้นทางขึ้นดอยมออีหืดถ้าเป็นทางราบไม่ไกลเลย แต่ด้วยความชันจึงทำให้ทั้งหญิงชายกลายเป็นอีหืดและไอ้หืดกันเป็นแถว มีผู้เฒ่าโดนหิ้วปีกตอนขาขึ้นด้วย มีชายหนุ่มที่สามารถพิชิตข้อจำกัดทางร่างกายผ่านฉลุยกับการขึ้นถึงยอดดอยด้วย เด็กๆนั้นไม่ต้องพูดถึงขึ้นกันสบาย ป้าๆเดินไปหอบไป ประสบการณ์ตรงทำให้เข้าใจชื่อมออีหืดทั่วหน้ากัน...อิอิ

ไผ่และไม้ยืนต้นที่เกิดจากฝีมือคนรักป่ามาช่วยกันปลูก

๒ ข้างทางของเส้นทางเดินขึ้นดอยมีไม้ยืนต้นขึ้นเต็มไปหมด แนวต้นไม้ที่เห็นเหมือนป่าปลูกมากกว่าไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ฟังมาว่าป่าที่เห็นบนดอยแห่งนี้เกิดจากฝีมือชาวบ้านเรวากับเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการน้ำช่วยกันปลูกขึ้นมา

ใ้ช้เวลาชมวิวอยู่บนดอยกันพักใหญ่ ดื่มด่ำบรรยากาศพอประมาณกันแล้ว หายเหนื่อยแล้วก็ทะยอยเดินลง กว่าที่ทุกคนจะลงมาถึงเชิงดอยก็เย็นแล้ว 

มองลงจากดอยก็เห็นสีเขียวสุดตา ต่อไปจะเห็นแต่ผืนน้ำ

๘ ธันวาคม ๒๕๕๖

หมายเหตุ

- หลวงพ่อองค์บากที่ได้รับอัญเชิญไปเข้าฉากหนังเรื่ององค์บากเคยประดิษฐานที่วัดในหมู่บ้านเรวา

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ร่วมกับผองเพื่อนในโลกกว้าง



ความเห็น (0)