ทุกข์ของแผ่นดิน
ในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องชนชั้นอะไรอีกต่อไปแล้วที่สำคัญ เพราะมีความทุกข์ที่กระทบต่อคนทุกคน ทุกชนชั้น ทุกระดับการศึกษา และจะต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชนจริงๆเท่านั้น จึงจะพอมีทางฟันฝ่าอุปสรรคในครั้งนี้ไปได้
ชีวิตคน เกิดมาแล้วก็ผ่านไป เหลือไว้เพียง "ร่องรอย" ว่าในช่วงชีวิตที่เราได้มาใช้พื้นที่ชั่วคราวนั้น เราใช้กันอย่างไรบ้าง หากเราใช้ชีวิตอย่างดีพอสมควร จะเกิดปรากฏการณ์ "ตายดี" ขึ้น เพราะเมื่อเรามองไปที่ร่องรอยชีวิตของเราที่เหลืออยู่ เรายังภาคภูมิใจกับคุณค่าความดีความงาม สิ่งอันเป็นสิริมงคลที่เรายึดเหนี่ยวไว้ระหว่างที่มีชีวิต ยังคงผุดปรากฏต่อไปในรุ่นลูก รุ่นหลาน และคนที่เดินตามเรามา
ในขณะนี้ มีคนพยายามใช้วาทกรรม เปลี่ยนประเด็น เปลี่ยน focus ของคนหมู่มาก พยายามจับเอาเรื่องที่สำคัญน้อยกว่ามากลบเกลื่อนหายนะที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการล่มสลายของความดี ของคุณธรรม ของจริยธรรม
เดี๋ยวนี้ความสำเร็จในชีวิตกลายเป็นเงินในบัญชี ตำแหน่งที่ได้มาโดยไม่เกี่ยวกับความสามารถแต่เกี่ยวกับการรู้จักใคร เกี่ยวกับใครเสียงดัง เสียงดุดัน มีกำลังกักขฬะมากกว่ากัน การโกหกมดเท็จเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์กลายเป็นสิ่งยอมรับได้ในระดับเสนาบดี ทั้งๆที่สมัยหนึ่งนั้น การโกหกเป็นการปลดศีล ปลดราศีออกจากสันดานมนุษย์ ไอ้คนที่โกหกนั้น ต่างก็เคยถึงระดับถวายสัตย์ปฏิญานตนมาแล้วทั้งนั้น ยังจะมีหน้ามาชวนคนโน้นคนนี้มาทำสัตยาบรรณอะไรกันอีก เพราะไม่มีอะไรจะศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าตอนกล่าวคำถวายสัตย์ครั้งนั้นอีกแล้ว
ลองหันกลับมาดูชีวิตของพวกเราให้ละเอียดอีกสักครั้ง อะไรบ้างที่เราอยากจะสอนลูก สอนหลาน ให้ "อย่ากระทำ" ไม่ต้องถึงกับชนชั้นวรรณะอะไรนั้น หรอก เอาแค่ "เกรงกลัวและละอายต่อบาป" กับ "กตัญญูรู้คุณแผ่นดิน" เป็นจุดเริ่มต้นก่อน เรื่องใครฉลาด ใครโง่นั้น มันก็ฉลาดก็โง่กันทุกคน หมอผ่าตัดหัวใจบางท่านก็เปลี่ยนฟิวส์ไม่เป็น นักเปียโนชื่อก้องโลกก็ยังต้องไปซื้อบะหมี่กิน วาทกรรมฉลาดโง่ มีไว้เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นไม่ให้เห็นว่า ณ เวลานี้ เรากำลังสูญเสียเงื่อนไขการเป็นมนุษย์ไปอยู่ตลอดเวลาแล้ว
สกล สิงหะ
เขียนที่หน่วยชีวันตาภิบาล รพ.สงขลานครินทร์
๙ นาฬิกา ๓ นาที วันอังคารที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖
ครับ คุณหมอ น่าเป็นห่วงมากจริง ๆ ครับ กับการละเลยต่อการทำดี ทำถูกต้อง ใช้วาทกรรมที่เป็นเท็จ ผิดศีลตลอดเวลาของคนบางกลุ่ม
ทุกข์มากกว่านั้นคือข้าพเจ้าคงไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะมองเห็นเป็นระบอบบริษัท