ทฤษฎีการศึกษาของนักการศึกษา

การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Bloom (Bloom's Taxonomy)

  1. ความรู้ที่เกิดจากความจำ (knowledge) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด
  2. ความเข้าใจ (Comprehend)
  3. การประยุกต์ (Application)
  4. การวิเคราะห์ (Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้
  5. การสังเคราะห์ (Synthesis) สามารถนำส่วนต่างๆ มาประกอบเป็น
  6. รูปแบบใหม่ได้ให้แตกต่างจากรูปเดิม เน้นโครงสร้างใหม่
  7. การประเมินค่า (Evaluation) วัดได้ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด ประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและเกณฑ์ที่แน่ชัด

การเรียนรู้ตามทฤษฎีของเมเยอร์ (Mayor)

                ในการออกแบบสื่อการเรียนการสอน การวิเคราะห์ความจำเป็นเป็นสิ่งสำคัญ และตามด้วยจุดประสงค์ของการเรียน โดยแบ่งออกเป็นย่อยๆ 3 ส่วนด้วยกัน

  1. พฤติกรรม ควรชี้ชัดและสังเกตได้
  2. เงื่อนไข พฤติกรรมสำเร็จได้ควรมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือ
  3. มาตรฐาน พฤติกรรมที่ได้นั้นสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์ (Bruner)

  1. ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์
  2. ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน
  3. ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่างๆ
  4. ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
  5. ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง
  6. เนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม

การเรียนรู้ตามทฤษฎีของไทเลอร์ (Tylor)

  1. ความต่อเนื่อง (continuity) ต้องเปิดโอกาสให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ และต่อเนื่องกัน
  2. การจัดช่วงลำดับ (sequence) การจัดกิจกรรมและประสบการณ์ ให้มีการเรียงลำดับก่อนหลัง เพื่อให้ได้เรียนเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  3. บูรณาการ (integration)  การจัดประสบการณ์จึงควรเป็นในลักษณะที่ช่วยให้ผู้เรียน ประสบการณ์การเรียนรู้ จึงเป็นแบบแผนของปฏิสัมพันธ์ (interaction) ระหว่างผู้เรียนกับสถานการณ์ที่แวดล้อม

ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ของกาเย่ (Gagne)

  1. การจูงใจ (Motivation Phase)
  2. การรับรู้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Apprehending Phase)
  3. สิ่งที่รับรู้ไว้เป็นความจำ (Acquisition Phase)
  4. ความสามารถในการจำ (Retention Phase)
  5. ความสามารถระลึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว (Recall Phase )
  6. การนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว (Generalization Phas)
  7. การแสดงออกพฤติกรรมที่เรียนรู้ ( Performance Phase)
  8. การแสดงผลการเรียนรู้กลับไปยังผู้เรียน ( Feedback Phase)

 

ความหมายและประเภทของสื่อการเรียนรู้

ความหมายและประเภทของสื่อการเรียนรู้

  • สื่อการสอน (Instructional  Media)  หมายถึงตัวกลางหรือช่องทางถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ  ประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน  และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภทของสื่อการเรียนการสอน

  1. สื่อไม่ใช้เครื่องฉาย (no projected  materials)  เป็นสื่อที่ใช้การทางทัศนะโดยไม่ต้องใช้เครื่องฉายร่วมด้วย  แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.1 สื่อภาพ (illustrative materials)

                1.2 กระดานสาธิต (demonstration  boards)

                1.3 กิจกรรม (activitis)

  1. สื่อเครื่องฉาย (projected  and  equipment) เป็นวัสดุและอุปกรณ์  อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสารด้วยภาพหรือทั้งภาพ ทั้งเสียง
  2. สื่อเสียง (audio  materials  and  equipment) เป็นวัสดุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสารด้วยเสียง

ทรัพยากรการเรียนรู้ (learning  resources)

                ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน (by  utiliegation) ได้แก่

  • คน (people)
  • วัสดุ (materials)
  • อาคารสถานที่ (Settings)
  • เครื่องมือและอุปกรณ์ (tools  and  equipment)

 

คุณค่าของสื่อ

                สื่อกับผู้เรียน

1. เป็นสิ่งช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ช่วยกระตุ้นและสร้างความเข้าใจให้กับผู้เรียน

3. การใช้สื่อจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจตรงกัน

4. สื่อช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน

5. สร้างเสริมลักษณะที่ดีในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้

6. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องของความแตกต่างระหว่างบุคคล

 

หลักการเลือกสื่อการสอน

1. สื่อนั้นต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาบทเรียนและจุดมุ่งหมายที่จะสอน

2. เลือกสื่อที่มีเนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจและเป็นสื่อที่จะให้ผลต่อการเรียนการสอนมากที่สุด

3. เป็นสื่อที่เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้และประสบการณ์ของผู้เรียน

4. สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้ มีวิธีใช้ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป

5. ต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพเทคนิคการผลิตสื่อที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง

6. มีราคาไม่แพงจนเกินไป หรือถ้าจะผลิตเองต้องคุ้มกับเวลาและการลงทุน

 

ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อการสอน

วัสดุกราฟิก

ข้อดี

  • ราคาถูก 
  • เก็บรักษาง่าย  
  • ช่วยให้เรียนรู้ได้ดี
  • สะดวกรวดเร็วไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัด

  • ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดเล็กเท่านั้น 
  • ถ้าออกแบบไม่ดีอาจทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ยาก 
  • วัสดุกราฟิกที่มีคุณภาพดีและสวยงามจำเป็นต้องใช้ผู้ชำนาญพิเศษมาช่วยในการผลิต

 

กระดานดำ

ข้อดี

  • ราคาถูก 
  • ใช้งานง่าย
  • เขียนและลบข้อความที่ไม่ต้องการได้สะดวก
  • ใช้งานได้นาน

ข้อจำกัด

  • ฝุ่นฟุ้งกระจาย เกิดปัญหากับระบบทางเดินหายใจ
  • เวลาเขียนต้องหันหลังให้นักเรียน
  • ผู้เรียนมองเห็นได้ไม่ทั่วถึง

PowerPoint

ข้อดี

  • โดดเด่นน่าสนใจ
  • สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความผิดพลาดได้ทันที
  • สามารถใช้การโต้ตอบของสื่อกับผู้ใช้สื่อ
  • เหมาะสำหรับคนยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคไอที

ข้อจำกัด

  • เสียค่าใช้จ่ายเยอะ
  • ไม่เหมาะสำหรับ เทคโนโลยียังเข้าไม่ทั่วถึง
  • อาจารย์ต้องมีความชำนาญการเป็นพิเศษ