อหิงสา(กะ) เราหยุดแล้ว..ท่านต่างหากจงหยุด
องคุลีมาลเป็นจอมโจรกลับใจที่ยิ่งใหญ่นามหนึ่ง...แม้จะมีกำเนิดในวรรณะหรือตระกูลที่สูงส่ง แต่กลับเสียไปด้วยการหลงผิดต่อการสอนของอาจารย์...
องคุลีมาลแต่เดิมแม้ผู้เป็นบิดาจะได้ตั้งชื่อให้ว่า “อหิงสะกะ” ซึ่งให้ความหมายว่า “ผู้ไม่เบียดเบียน” แต่ท้ายสุด ดูเหมือนว่า “โชคหรือชะตา” ก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด .....???
ต้นตรง
กลางคด
แต่ปลายตรง(ดี)
ทำให้คิดโดยรวมๆ ว่า คนเราถึงอย่างไร ก็สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขตนเองได้ โดยอาจต้องอาศัย “กัลยาณมิตร” ที่คอยชี้นำ แนะนำ.......
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
“เราหยุดแล้ว องคุลิมาล ท่านต่างหากจงหยุด”
โจรองคุลิมาลกล่าวว่า
“สมณะ ท่านกำลังเดินไป ยังกล่าวว่า
‘เราหยุดแล้ว ท่านต่างหากยังไม่หยุด’
กลับกล่าวหาข้าพเจ้าผู้หยุดแล้วว่ายังไม่หยุด
สมณะ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กับท่าน
ท่านหยุดอย่างไร ข้าพเจ้าไม่หยุดอย่างไร”
พระผู้มีพระภาค ตรัสตอบว่า
“องคุลิมาล เราวางอาชญา
ในสรรพสัตว์ได้แล้ว
จึงชื่อว่าหยุดแล้วตลอดกาล
ส่วนท่านไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย
เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่าหยุดแล้ว
ส่วนท่านสิชื่อว่ายังไม่หยุด”[1]
ผู้ใด ประมาทแล้วในกาลก่อน
ภายหลัง ไม่ประมาท
ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว
ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ
บาปกรรมที่ทำไว้ ผู้ใดปิดกั้นเสียได้ ด้วยกุศล
ผู้นั้น ย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว
ดุจดวงจันทร์พ้นจากเมฆ[2]
หากไม่ได้ก็ย่อมที่จะต้องหมั่นตรวจสอบตนเอง
หากชีวิตของคนไร้เสียสิ้นแล้วซึ่งกัลยาณมิตร..............ก็ต้องคิดเอาเอง........ละ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ภิกษุ เธอจงเตือนตนด้วยตนเอง
จงพิจารณาดูตนด้วยตนเอง
ถ้าเธอคุ้มครองตนเองได้แล้ว มีสติ
เธอก็จักอยู่เป็นสุข[3]
หรือ
จงเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
ตนแชเชือน ใครจะช่วย ให้ป่วยการ
และโสกราตีสกล่าวว่า
“ชีวิตที่ปราศจากการตรวจสอบไม่คุ้มค่าจะอยู่”
ถึงอย่างไรชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป...........
เมตตาธรรม
[1] มจร.เล่ม ๑๓ หน้า ๔๒๓-๔๒๔.
[2] มจร.เล่ม ๒๖ หน้า ๔๘๓-๔๘๔.
[3] มจร.เล่ม ๒๕ หน้า ๑๕๑.
....ผู้ใดใฝ่ใช้ชีพ ในธรรม
ธรรมย่อมรักษ์ชักนำ สุขล้ำ
เจ็บตายใช่เหตุระกำ เศร้าโศก
ปฏิบัติชอบ ธรรมค้ำ สงบแล้นิรันดร์