โลกของความเป็นจริงที่น่าตระหนักรู้


                                                   

                                               

 

 

มายาของCentral Planners Central Planners ครองโลกผ่านการสร้างมายาให้เราติดกับดัก คือมายาประชาธิปไตย มายาเงินกระดาษ มายาความรู้ มายาความบันเทิง มายาประชานิยม 1. มายาประชาธิปไตยคือให้เรารู้สึกดีกับการได้ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเลือกผู้แทน หรือผู้นำและรัฐบาล โดยคิดว่าผู้นำหรือรัฐบาลเป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ของเรา แต่ที่จริงแล้วหลังจากเราหย่อนบัตรเลือกตั้งแล้ว เราเป็นทาสพวกเขาทันที ผู้นำและรัฐบาลนอกจากจะแสวงหาผลประโยชน์ตัวเองแล้ว ยังรับใช้Central Plannersโดยที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ผ่านระบบของการควบคุมที่ได้วางเอาไว้และพัฒนามาหลายศตวรรษแล้ว และผ่านมายาความเชื่อในวิถีของความร่ำรวย ระบบการเงิน ระบบแบงค์ กลไกตลาดการเงิน ตลาดทุนระบบการค้า ระบบดิจิตัล ระบบไอทีธรรมเนียมปฏิบัติ องค์กรหรือสถาบันต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมอำนาจของCentral Planners มายาประชาธิปไตยถูกสร้างขึ้นมาอย่างเหนี่ยวแน่นจนกระทั่งอะไรที่ขัดกับประชาธิปไตยจะเหมือนคนนอกศาสนา ต้องถูกอัปหิ ทั้งๆที่มันเป็นที่แจ่มชัดว่าเบื้องหลังประชาธิปไตยก็คือเผด็จการภายในและเผด็จการภายนอกของ Central Plannersที่คุมอยู่อีกชั้นหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะมีประชาธิปไตยไทยและประเทศต่างๆส่วนมากในโลกอยู่อย่างมีเสถียรภาพดี พอเริ่มมีประชาธิปไตยก็เริ่มมีความขัดแย้ง และการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ อำนาจอธิปไตย และที่สำคัญที่สุดจิตวิญญาความเป็นประเทศ ความเป็นชาติ 2. มายาเงินกระดาษ(fiat money)คือให้เราเชื่อว่ากระดาษที่สมมุติว่าเป็นเงินมีค่า ทั้งๆที่มันเป็นเพียงเศษกระดาษไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเงินกงเต๊ก JP Morganผู้ก่อตั้งJP Morganบอกว่าทองคือเงินที่แท้จริง ที่เหลือคือเครดิต (Gold is money. All else is credit) แต่การสร้างภาพมายาที่ผ่านมาทำให้เราหลงเชื่อว่าเงินกระดาษมีค่า ส่วนทองเป็นแค่โลหะสีเหลืองธรรมดา ทั้งๆที่ทองเป็นของมีค่าเป็นเงินที่มนุษย์ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมาหลายพันปีแล้ว ที่จริงเงินกระดาษคือสัญญาของผู้ออก คือรัฐบาลหรือธนาคารกลางที่จะจ่ายอะไรบางอย่าง (promissory notes) เช่นเงินsilver หรือทอง ในกรณีที่คนถือเงินกระดาษไม่ต้องการถืออีกต่อไป สามารถมาแลกsilver หรือgoldได้ แต่ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ พวกCentral Plannersจะมีการพิมพ์เงินกระดาษมากกว่าเงิน หรือทองที่สำรองเอาไว้เสมอ พอมีคนมาขึ้นทองมากๆก็เบี้ยวตลอด ทำให้เกิดเงินเฟ้อและความเสียหายต่อระบบการเงิน แต่ผู้คนหรือชาวโลกก็ไม่เคยเข็ดหลาบ เพราะว่าระบบโดนคุมจนทำให้หลงติดกับดัก เจ้งไปแล้ว ก็กลับไปให้โดนหลอกซ้ำซาก ตอนนี้เงินกระดาษพัฒนามาเป็นเงินดิจิตัล อยู่ในรูปไซเบอร์ คนที่คุมเงินดิจิตัลยิ่งมีอำนาจมหาศาลเพราะสามารถสร้างเงินดิจิตัลได้ไม่จำกัด เพื่อแลกทรัพยากรที่มีค่าของโลกได้ การทำQEของเฟดคือการสร้างเงินดิจิตัลจากความว่างเปล่า แต่มนุษย์โลกก็หลงเชื่องมงาย เพราะติดล๊อคในระบบmatrixนั่นเอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และระบบการเงินไทยก็ติดหล่มในระบบนี้ 3. มายาความรู้ คือการควบคุมความรู้ให้เรารู้อะไร ไม่รู้อะไร ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อาจจะเจริญก้าวหน้าจนไปพระจันทร์ ดาวอังคารและออกจากระบบสุริยะ แต่ไม่ได้ทำให้เราไม่ตกเป็นทาสมายาความรู้ความรู้ ที่บิดเบือนไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม การเงิน ทอง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ฯลฯ เช่นเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทางออกของโลก แต่จะถูกกดไม่ให้มีการเรียนการสอน แต่ให้มีการสอนว่าทุนนิยมการเงินเป็นวิถีของความร่ำรวยของโลก ทั้งๆที่ทุนนิยมการเงินเป็นเผด็จการที่ควบคุมประเทศต่างๆให้อยู่ใต้อานัติ ความรู้เรื่องธรรม (dharmma) ถูกบดบังโดยกำไร/ขาดทุน ความโปร่งใส (transparency) และgovernance 4. มายาความบันเทิง ทำให้เรารื่นเริงหลงกับอบายกับความสุกสนานจนลืมรากเหง้าของตัวเอง จนลืมหน้าที่ที่แท้จริง Hollywoodสร้างความหลงให้เรา จะให้ใครเป็นพระเอกก็ได้ จะให้ใครเป็นผู้ร้ายก็ได้ เช่นผู้ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนของประเทศตัวเองกลายเป็นผู้ก่อการร้าย ในขณะที่ผู้บุกรุกเพื่อยึดทรัพยากรธรรมชาติกลายเป็นผู้ปลดปล่อย หรือพระเอก อินเดียนแดงเจ้าของประเทศกลายเป็นผู้ร้ายเพราะทำสงครามเพื่อปกป้องดิกแดน ผู้บุกรุก ฆ่าอินเดียนแดงจนจะหมดเผ่าพันธุ์กลายเป็นพระเอกเพราะกำลังนำความเจริญมาให้ 5. มายาประชานิยม มีไว้เพื่อให้คนหมู่มากมีความหวังว่าจะได้รับเงิน รับการดูแลตลอดไปจากนักการเมืองหรือรัฐบาล เลยต้องเลือกกลุ่มเดิมๆเข้าไปมีอำนาจ ทั้งๆที่ไม่มีนักการเมืองใด หรือรัฐบาลใดจะให้ประชาชนได้ตลอดกาล เพราะเงินที่จะให้มาจากภาษีอากร การใช้เงินล่วงหน้า สัญญาไปสัญญามา ทำไม่ได้ เช่นจำนำข้าวเป็นต้น เช่นจะประกันราคายางเป็นต้น หรือไม่ก็ไปทำมารัฐบาลเจ้งหมด เพราะทำเกินตัวไปหมด ให้ดูรัฐบาลในโลกตะวันตกเป็นตัวอย่าง ล้มละลายทางบัญชีไปหมดแล้วจากประชานิยมของระบบประกันสังคมและระบบประกันสุขภาพ หรือรัฐสวัสดิการ เพราะโดนเงินเฟ้อจากระบบการเงินกระดาษกินอีกต่อ มีเงินมากเท่าใดก็ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเสมอ เงินเฟ้อกินหมด เมื่อระบบพังต่างก็โทษกันไปมา ท้ังๆที่ระบบถูกวางถูกกำหนดให้พังอยู่แล้วตามสูตรของการทำลายเพื่อการควบคุมของCentral Planners เราจะออกจากMatrix of Power ของcentral planners ได้ด้วยการกลับไปหารากเหง้าของเรา คือตั้งมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1. ต้องชนะมายาประชาธิปไตยด้วยระบอบกษัตริย์ของเราและธัมมาธิปไตย 2. ต้องชนะมายาเงินกระดาษด้วยเงินที่หนุนด้วยทอง เงินsilverหรือทรัพยาการที่มีค่า ไม่ใช่เชื่อในเงินกระดาษเปล่าๆ เลิกระบบหนี้ debt based system 3.ต้องเอาชนะมายาความรู้ด้วยวิทยาการ หรือวิชาการของเราที่เราพัฒนาเอง อะไรที่เรียนรู้จากเขาได้ ก็เรียนแต่ไม่ให้เชื่อหมด เหมือนอย่างที่รัชกาลที่3ทรงสั่งสอนเรา 4. ต้องชนะมายาความบันเทิงด้วยความรู้ที่แท้จริงทั้งทางโลกและทางธรรม 5. ต้องชนะประชานิยม หรือรัฐสวัสดิการที่จะทำลายฐานะการคลังและความมั่นคงของประเทศด้วยระบบพอเพียง ความเกื้อกูลกัน ทานบารมี เมตตาบารมีทั้งหลาย thanong 21/12/13http://www.24hgold.com/english/news-gold-silver-the-matrix-of-power.aspx?contributor=Hugo+Salinas+Price&article=4149358324G10020&redirect=False

     ขอมูลที่มาจาก ได้แชร์รูปภาพของ Thanong Fanclub             

 

       ได้ดูข้อมูลจากหลายเหล่ง ผู้ได้อ่านลองพิจรณาดูว่าใช่หรือไม่ ทุกสิ่งจะรู้ได้ต้องปัญญา

ไม่ใช้ความรู้สึก

อีกข้อมูลเกี่ยวกับภัยใกล้ตัวที่ยากจะหลีกเลี่ยงลองเปิดดู

                 

คำสำคัญ (Tags): #ปัญญาความรู้
หมายเลขบันทึก: 556985เขียนเมื่อ 21 ธันวาคม 2013 10:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 ธันวาคม 2013 10:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

สวัสดีปีใหม่ครับ...ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยบันดาลพรให้คุณประธาน มีความสุข (ใจ + กาย) ตลอดไปนะครับ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี