จากข้อมูลในบันทึกที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่า...วิตามินดี…นั้นมีความสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียม สามารถลดความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักจากปัจจัยภาวะกระดูกพรุนได้

         จึงมีคำถาม? ว่า เราจะได้รับวิตามินดีได้ทางใดบ้าง?  คำตอบ คือ แสงแดด อาหาร และวิตามินเสริม ประเทศไทยจัดเป็นเมืองร้อน ร่ำรวยแสงแดด แสงแดดในเวลาที่เหมาะสม มี 2 ช่วง คือ ช่วงเช้า 08.00-10.00 น. และช่วงเย็น 15.00-17.00 น. จากการปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของผู้เขียน เมื่อเช็ดตัวผู้ป่วยสูงอายุและรับประทานอาหารเรียบร้อย ในช่วงเช้า ประมาณ 08.00 น. ก็จะพาผู้ป่วยสูงอายุนั่งรถเข็น ไปรับแดดที่หน้าต่าง โดยจะให้นั่งรับแดดในเวลาประมาณ 20-30 นาที ส่วนใหญ่ในโรงพยาบาลจะเป็นกิจกรรมในตอนเช้า โชคดีที่มียังมีในช่วงเย็นอีก 1 รอบ เพราะเมื่อผู้สูงอายุ กลับบ้านก็จะกลับสู่ภาวะปกติ คือมาหลับตอนเช้า และไม่มีพยาบาลปลุกทำกิจกรรมการพยาบาลต่างๆ แต่จะยังมีโอกาสพาผู้สูงอายุนั่งรับแดดได้ในช่วงเย็น

        ดังประสบการณ์ตรงของผู้เขียน ที่คุณปู่มีนาฬิกาของการนอนหลับ ดังนี้

         เข้านอน 20.00-03.00 น. แล้วตื่นมาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ

         นอนต่อ 04.00-07.00 น. แล้วล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ และทานอาหารเช้า

         นอนต่อ 09.00-11.00 น. จะเห็นว่าไม่สามารถจัดเวลาให้นั่งรับแดดในช่วงเช้าได้ เวลาที่สามารถจัดได้ตามกิจวัตรประจำวัน คือช่วงเย็น

        ดังมีการศึกษา(วิตามินดี.pdf)สำรวจภาวะขาดวิตามินดีในกลุ่มพยาบาลทำงานในโรงพยาบาลพบว่ามีระดับของวิตามินดีต่ำกว่าปกติ โดยระดับของวิตามินดีมีความสัมพันธ์กับการใช้ครีมกันแดด


        จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าวัยทำงาน สามารถพบระดับวิตามินดีต่ำกว่าปกติได้จากปัจจัยอาชีพ สถานที่ทำงานที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรง รวมถึงการใช้สารป้องกันแดด

    ส่วนการรับประทานวิตามินดีเสริมนั้นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งกลุ่มโรคสำคัญในผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นในการได้รับวิตามินดีเสริม ได้แก่ โรคไต โรคตับ และผู้สูงอายุที่มีประวัติตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น เมื่อผู้สูงอายุได้รับวิตามินดีเสริมแล้ว ต้องพึงระลึกด้วยว่าวิตามินดีละลายได้ดีในน้ำมัน อาหารที่จัดให้ควรมีน้ำมันเพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินดี