ในชีวิตประจำวันของคนเรา มีการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆมากมาย ทั้งเป็นเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ หรือเรื่องบังเอิญที่เกิดได้เรียนรู้ แม้ได้พบปะพบเจอกันนั่นก็เกิดการเรียนรู้ การพูดคุยซึ่งกันและกันโดนมีเนื้อหาประเด็นที่สนใจ มีการแลกเปลี่ยนกันนนั่นเกิดารเรียนรู้ ดังนั้น จึงมีการให้ความหมายของแหล่งเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ดังต่อไปนี้
แหล่งเรียนรู้ หมายถึง ที่ซึ่งรวม ข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร เทคโนโลยี ประสบการณ์ ที่นำมาจัดกิจกรรม ให้เกิดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ที่จะเรียนรู้ อีกทั้ง เเพื่อเติมเต็มความรู้ ความเข้าใจ สามารถสร้างสรรค์แนวคิด หรือความรู้ใหม่ๆเพื่อมาใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยบชน์สูงสุด
เครือข่ายการเรียนรู้ หมายถึง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิด ข้อมูล ข่าวสาร ประสบการณ์ ในแหล่งเรียนรู้ที่มีการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จนเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน ทำให้เกิดความรู้ใหม่เกิดการเผยแพร่และนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆให้เกิดประโยชน์แก่ ชุมชน และสังคม อีกทั้งอนุรักษ์ วัฒนธรรม ประเณีให้คงอยู่กับสังคมได้
เมื่อมีผู้อ้างตนว่า รู้ศาสนาใด เข้ามาประจักษ์ เราเรียนรู้ศาสนานั้นจากเขา และมีอีกสัก10ผู้รู้ใน10 ศาสนานั้นประจักษ์ เราก็ย่อมต้องเรียนเช่นเดิม
แต่หากมีผู้เข้ามาในชีวิตเรา อ้างว่า เขารู้ความจริงเป็นอย่างดี. แน่ล่ะ มนุษย์จะหันมาที่ผู้รู้ความจริง และ เริ่มเรียนรู้จากผู้นั้นก่อนผู้อื่นทั้งหมด
ฉะนั้น การศึกษานั้น จะสำคัญสูงสุด มีอุดมด้วยวิธีการ(อุดมการณ์)สูงสุด ต้องเรียนรู้ที่ความจริง
กุรอาน คือ ความจริง ที่ผู้สร้างจักรวาล สร้างกาลเวลา สร้างมนุษย์ บอกกล่าวอย่างชัดเจนว่า สารแห่งความจริงคือ อัล-กุรอาน
ฉะนั้น เรามาลองแยกแยะ วรรณกรรมของมนุษย์ ออกจาก คัมภีร์ที่ผู้สร้างมนุษย์มอบให้มนุษย์กันเถิด
คือ วรรณกรรมของมนุษย์จะมีผลประโยชน์ของมนุษย์ด้วยกะน สอดแทรกมากมาย เช่น การพึงใจต่อนักบวช การตกในภาวะการเป็นทาสเป็นนายต่อกัน ยอดขายหนังสือ ทาน รางวัล การพนัน ยอดขายของโรงงานดอกไม้ ธูป เทียน ดอกไม้ไฟ โรงหล่อ ร้านขายเครื่องพิธีกรรม ขายเครื่องมือไถ่โทษตามมายาคติของหมู่ชนที่มุ่งจับต้องทาน และงบประมาณชุมชน. เท่านี้คงพอเพียงแล้วที่จะเห็นผลประโยชน์ ที่ชี้ผู้รับได้ทันที
แต่ “กุรอาน” คือ สารที่ไร้สิ่งข้างต้นดังกล่าว แม้แต่ดอกไม้สักกลีบก็ไม่มี แถมสอนสั่งให้มนุษย์ ห่างจากการฝึกจิตเนรคุณ สามารถยกสะพานออกจากผู้มีพระคุณได้ ตั้งแตาแค่ได้ยินนาม ไม่อดทนรอพบรูป เร่งเร้าให้ปรากฎ เพื่อจะเอามาเสพ (จะเอาเหตุผลเป็นสิ่งเสพแบบร้อนรน ทันควัน)
ลองกล่าวในคุณค่าของ กุรอาน ที่สุจริต ต่อพี่น้องชาวไทยต่อๆไปเถิด เพื่อว่าพวกเขาจะได้มีโอกาส มีกตัญญูธรรมที่สูงสุดได้เช่นผู้จำนนต่อปรัชญาแห่งสันติธรรม(อิสลาม) จะได้มีโอกาส ถือครองศรัทธามั่นเช่น มุสลิมบ้าง.
จงเป็นภาระหน้าที่(อามานะห์)ต่อ พี่น้องไทย เพื่อนำสันติธรรมวางที่หัวใจของพี่น้องเรา(คือ คนไทย ทั้งมวล) อย่าละทิ้งพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธ คริสต์ อิสลาม ยิว ชินโต ข้งจื้อ เซน แม้แต่ผู้มั่นในจักราทั้งหลาย. นำสันติธรรมไปให้เขาเถิด. แล้วจะไม่ถูกตำหนิต่อ อัลลอฮ์. ทำเถิด และ อ่านเถิด
เมื่อรถโตโยต้า ถูกผลิตขึ้นมา.ผู้ผลิตโตโยต้า ได้มีคู่มือรถนั้น กำกับไว้ว่า ให้ใช้งานเช่นไร มีคุณสมบัติเช่นไร ไม่เติม ไม่ใช้ ไม่ใส่สิ่งใด ขับขี่ ดูแล ใช้อุปกรณ์เช่นไร แล้ว สิ่งที่สร้างมานั้น จะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด คงทน ใช้งานได้เยีายมสุด
มนุษย์ถูกสร้างมา และ มีตำรามนุษย์ (กุรอาน) ที่ผู้สร้างมนุษย์มีกำกับมาให้ ตั้ง1400 กว่าปี(แต่มีเมื่อ6000กว่าปีอีกนะ) แน่ล่ะ ปัจจุบัน มีตำราจากผู้สวมรอย ที่มิใช่ผู้สร้างมนุษย์โดยตรงตามหลักฐานและพยานที่เป็นปัจจบันชัดแจ้งแล้ว มาให้เราอ่าน. อ่านได้ ใยจะอ่านไม่ได้ล่ะ แถมจะกรองผลประโยชน์ออกให้ชัด เพื่อลูกหลานไทยจะได้อ่านวรรณกรรมกันเป็น. แต่สุจริตแท้ เราย่อมขออ่าน ตำราโดยตรงจากผู้สร้างมนุษย์ก่อนได้ไหมล่ะ.? เมื่ออ่านแล้ว เข้าถึงเจตนารมแล้ว เราย่อมรู้เท่าทันทุกๆวรรณกรรมที่เกิดขึ้นยังโลกุตระ ที่ผัสสะเราได้อยู่แล้ว. แล้วทีนี้ อ่านอย่างมีสติ เพื่อปัญญาญาณ ได้แน่นอน
แนะนำให้พี่น้องมนุษย์ อ่านตำรานั้น ก่อน อ่านของผู้อวดอ้างเกินสิทธิ์ใดใดว่า มนุษย์จะเป็นไปตามผู้ที่มิใช่ผู้สร้างมนุษย์ได้ หลุดพ้นจากการเสพของ อัลลอฮ์ไปได้ ไม่จำเป็นต่องฝึกจิตให้กตัญญูสูงสุดไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยเสมอ. อุตริไปห้ามกตัญญูต่อผู้ให้ออกซิเจนทุกๆมหาบุรุษเคยเสพได้.
ในถานะ นักวิจัยที่ปราณีต จงบันทึกข้อมูลอาการเหล่านั้นไปพร้อมกับสาธารณะ กำลังบันทึกเถิด ข้อสงสัย ข้อมูลที่พบเห็น มันเป็นประโยชน์ในการสรุปแนวทาง แห่งการทดลองได้ อย่าทอดทิ้งสัตว์ทดลองไว้อย่างโดดเดียว หลังจากจ่ายวัคซีนกตัญญู เพื่อให้เขาหายจากอาการเนรคุณ เขาหวาดกลัว แต่ซ่อนอาการไม่อยู่ ขบกัดทำลายข้อมูลการทดลองอยู่ และขู่เราทุกคนอยู่. สัตว์ทดลองแบบนี้ เรามีประสพการณ์มากแล้ว ไม่กลัว ก็ มุทะลุ. แหม อัลลอฮ์ช่างแจ้งในความจริงไว้ชัดจริงๆว่า เสป็คมนุษย์ที่ท่านสร้างมา มีเสป็คอย่างไร. ไม่มอบตัว ไม่สารภาพ ไม่เดินสายกลาง(คือ ไม่กล้าหาญ แต่เลือกหวาดกลัวขลาดเขา กับ มุทะลุ ที่กระหนาบข้างกล้าหาญตลอด) เลือกกันไม่เป็นเองนิ ใครยังตกอยู่ในบ่อเนรคุณ ยื่นมือมาเร็ว ผู้ศรัทธาว่าทุกมหาบุรุษที่อัลลอฮ์มอบมานั้น มีทั้งนามและรูป ไม่ลบหลู่ว่าท่านมีแต่นามรูปไม่มี ยังมีผูู้ที่ยิ่นมือหมายดึงท่านขึ้นจากบ่อเนรคุณนั้น เขากตัญญูต่อผู้สร้างและจรรโลง ทั้งมหาบุรุษ และสภาวะต่างๆที่กำกับไว้ ด้วยซ่ำ แต่ ท่านลบหลู่ว่าไม่มีรูปของผู้ที่มีพระคุณ สร้างธรรมชาติให้ท่านและเรา พ่อแม่เรา พ่อแม่มหาบุรุษที่ท่านติดตาม พร้อมทั้งคนที่ท่านเคารพ เสพมาช้านานแล้วด้วย
กตัญญูไปเหอะ ไม่ยากหรอก จะดีดดิ้นไปใยล่ะ. เวลาดื่มกาแฟ กับเวลากตัญญูนั้น มันตรงกันคือ เหมาะที่สุดคือ เวาลาที่ยังมีชีวิตอยู่ เท่านั้นเอง
ขอฝากไว้หน่อยนะ เพราะสารจะปลอดภัยจากการล่าทำลาย ขบกัด ของสัตว์ทดลอง ได้อรกระยะหนึ่ง จนกว่าสัตว์ทดลองนั้น จะมีศีล ปัญญา สมาธิ ดังมหาบุรุษเขาสั่งสอนได้ ออกมาจากกรงทดลองนั้นได้ แต่เตือนเจ้าของหัวเรื่องนะ อย่าแหย่นิ้วเข้าใกล้กรงเชียว เดี๋ยวจะถูกกัดได้ ติดเลื้อนะ อย่าเสี่ยง มีอะไรเดี๋ยวนักวิทยาศาสตร์ที่จับเขาใส่กรงจะมาจัดการเอง อินซาอัลลอฮ์
มีผู้ไร้ศรัทธามั่นถือครอง มากมายในโลกนี้. คนเหล่านี้ อัลลอฮ์ ประสงค์สิ่งใดเล่า ถึงดำรงไว้ส่วนหนึ่งให่เราพบ
นั่นคือ หลักศรัทธา ที่เรา ท่าน บางครั้งยังถูกวรรณกรรมของมนุษย์ด้วยกันเอง บดบังเอา
ดึงเราไปสู่อารมณ์ เร่งเร้าให้ผู้คนเหล่านั้น (ส่วนน้อยของโลกแล้วในปัจจุบัน) ได้มีศรัทธาต่อ อัลลอฮ์ ไปถือครอง
ทำงานบอกกล่าวไปเรื่อยๆ จากปากถึงหู จากสารถึงตา เพื่อว่านั่นคือ ความเพียร เป็นฉันทะ เป็นการตั้งจิตตะ เป็นการวิระยะ และ การให้ข้อมูล
เพื่อการตัดสินใจของเขา(วิมังสา). เราก็เป็นผู้กตัญญูต่อความรู้ที่อัลลอฮ์ ใส่มาที่สมองมนุษย์ผู้หนึ่งที่พระองค์ทรงสร้างและกำหนดแนวทางมา
คนผู้นั้นชาวโลกรู้จักในนามมหาบุรุษหนึ่ง อัลลอฮ์ ได้นำทางมาเพื่อบอกกล่าวความจริงของอัลลอฮ์ แต่เขาถูกแต้มสีสวมรอย บิดเบือนออกไปมาก
ด้วยวิบากต่างๆที่อัลลอฮ์ ทรงวางไว้เพื่อสติ ปัญญา แก่มนุษย์จะได้ไม่หยาบกระด้าง ไม่คิดวิเคราะห์ ใน คุณค่า ของ “ฮิดายะห์”.
ช่วยผู้ที่เขาบอกสาธารณะว่า เขาติดตามบุคคลที่ดีคนนั้น แต่ทำตรงกันข้ามก่อน คือ เขาทำลายเกีนรติ แทนการเชิดชู เพราะถ้าเชิดชูว่าใครดีงาม จะไม่มีการ ดชื่อว่า เขาห้ามกตัญญูต่อผู้มีพระคุณสูงสุดของมนุษยชาติ หรอกนะ
ทุกๆวันหลายพันปีที่ผ่านมา มีผู้ภาวนา พระนาม มากถึง 1แสน ถึง 3แสน ล้านครั้ง ต่อ วัน มาเสมอ
หากเราจะมาใช้เกณฑ์การตัดสินว่า สิ่งใดจะศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มาจาก การภาวนา แล้วล่ะก็นะ
พระนามนั้นแหละที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกแล้ว. แต่ในประเทศไทย พระนามนั้นถูกลบหลู่มากที่สุด แล้วงี้ แผ่นดินจะมีกุศลรึ
แม้ในประเทศไทยจะมีการภาวนาพระนามนั้นมากถึง 1,000 ล้านครั้งต่อวันเป็นอย่างน้อย ก็ยังมีผู้พยายามลบหลู่อยู่
สมควรที่เราจะต้องตักเตือน พี่น้องชาวไทย ถึงการลบหลู่พระนามนั้นกันแล้ว เพราะหากเราไม่ตักเตือนถึงการเนรคุณนั้น ยามทุกข์ยากมาเยือน ผู้ไม่ตักเตือนที่อาศัยบนแผ่นดินเดียวกันก็จะโดนไปด้วย
” อัลลอฮ์ “ ฮูอักบัร