.
สำนักข่าวฮัฟฟิงทัน โพสท์ นำเสนอวิดีโอสรุปเรื่อง "โอบามา แคร์ (ประกันสุขภาพสบายๆ สไตล์โอบามา)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ประชากรสหรัฐฯ จะมีประมาณ 321 ล้านคน ในปี 2016/2559
.

.
ภาพที่ 1: ระบบประกันสุขภาพสหรัฐฯ
- 48% นายจ้างจ่าย = คล้ายๆ ประกันสังคมไทย
- 7% โอบามาแคร์ = คนที่จะเข้าสู่ระบบประกันใหม่
คนทั่วโลกคงจะคิดว่า โอบามาแคร์ไม่แพง
ก่อนหน้านี้มีผู้เชี่ยวชาญประมาณราคาไว้ คือ 70,000 บาท/ปี หรือสูงกว่านั้น
.
คนอเมริกัน จะใช้ระบบประกันสุขภาพต่างกันดังนี้ (หน่วย m = million = ล้านคน)
(1). ระบบนายจ้างจ่าย = 154m
(2). เมดิแคร์ / medicare = 46m
เมดิแคร์คุ้มครองคนสูงอายุ เด็ก และคนไข้ระยะสุดท้าย คือ
- คนอายุ 65 ปีขึ้นไป
- เด็ก
- โรคไตระยะสุดท้าย (end stage renal disease)
(3). เมดิเคด / medicaid = 42m
เมดิเคดคุ้มครองครอบครัว และเด็กที่มีรายได้ไม่เกิน 133% ของเส้นความยากจน (ระดับรายได้ที่ถือว่า ยากจน)
(4). ประกันสุขภาพรูปแบบอื่นๆ > ส่วนใหญ่ซื้อประกันให้ตัวเอง = 26m
(5). ไม่มีหลักประกัน / uninsured = 30m
(6). คนที่ซื้อหลักประกันใหม่ / โอบามาแคร์ (7% ประชากร) = 23m
.
.
ภาพที่ 2: ระบบประกันสุขภาพสหรัฐฯ
- 48% = เกือบ 1/2 = นายจ้างจ่าย คล้ายๆ กับประกันสังคมของไทย
- 7% จะเข้าโอบามา แคร์ (ประมาณ 70,000-210,000 บาท/ปี, ไม่ใช่ 30 บาท)
- 9% ไม่มีประกันสุขภาพ จะโดนปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะซื้อประกันสุขภาพ
.
ก่อนประกาศโอบามา แคร์, บริษัทประกันสุขภาพมักจะ "เลือก" รับคนอายุน้อย โรคน้อย หรือเสี่ยงต่อโรคน้อย
ไม่รับประกันคนสูงอายุ หรือคนที่มีโรค-มีความเสี่ยงต่อโรคมาก
.
คนอเมริกันที่บริษัทไม่รับทำประกันสุขภาพ มีประมาณ 18%
หลังประกาศ, บริษัทประกันฯ จะไม่รับ "ไม่ได้ (ต้องรับหมด)"
.
และมีเงื่อนไขว่า คิดเงินกลุ่มเสี่ยง (สูงอายุ มีโรคมาก หรือเสี่ยงต่อโรคมาก) เพิ่มขึ้นได้
แต่ต้องไม่เกิน 3 เท่าของคนทั่วไป (คนอายุน้อย + เสี่ยงต่อโรคน้อย)
.
หลักการ คือ บังคับให้คนที่อายุน้อย-เสี่ยงต่อโรคต่ำ ทำประกัน
เพื่อนำ "ส่วนต่าง (กำไร)" ไปจ่ายให้คนสูงอายุ หรือคนที่มีโรคมาก
.
ตรงนี้, คนที่เห็นด้วยก็มี โดยเฉพาะคนสูงอายุ + คนที่มีโรคมาก + เสี่ยงต่อโรคมาก
เพราะจะทำให้ค่าประกันสุขภาพของ "กลุ่มค่าใช้จ่ายสูง" ลดลง
.
เช่น คนที่เป็นเบาหวาน + ความดันเลือดสูง + โรคหัวใจ + ไตเสื่อม ฯลฯ คงจะชอบ
เพราะจ่ายน้อยลง
.
ผู้หญิงที่มีคุณแม่ พี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมหลายคน เสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้น คงจะชอบ
เพราะมีประวัติครอบครัวที่เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง
.
ตรงกันข้าม, คนอายุน้อย สุขภาพดี ใส่ใจสุขภาพ เสี่ยงต่อโรคน้อย จะต้อง "จ่ายแพงขึ้น"
หรือไม่ก็ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน จ่ายชดเชยให้ (ทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็มีหนี้ภาครัฐมากอยู่แล้ว)
.
ตรงนี้, คนที่จะต้องรับภาระหนัก 2 รอบจริงๆ คือ คนอายุน้อย + โรคน้อย
(1). ต้องจ่ายประกันแพงขึ้น (จ่ายเผื่อคนสูงอายุ คนโรคมาก คนที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูง)
(2). ต้องจ่ายภาษีในอนาคตมากขึ้น (อเมริกาใช้วิธีกู้ก่อน ผ่อนทีหลัง โดยออกพันธบัตร)
.
ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า โอบามาแคร์ ไม่ใช่ของถูกๆ แบบ '30 บาทรักษาทุกโรค'
หรือ 'ฟรีถ้วนหน้า (แต่บริการ) ช้าๆ หน่อย' แบบอินโดนีเซีย (BBC รายงานว่า ประกาศใช้บางแห่งในปีนี้ / 2556)
.
ทว่า... ตกประมาณ 70,000 บาท/ปี หรือแพงกว่านั้น
ถ้าท่านเลือกได้, จะเลือก '30 บาทรักษาทุกโรค' หรือโอบามา แคร์
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
Thank Huffingtonpost > http://www.huffingtonpost.com/2013/09/27/obamacare-exchanges-explained_n_4002066.html
...แต่คนอเมริกันไม่ชอบ...เพราะนำเงินภาษีที่พวกเขาต้องเสียเพิ่มมากขึ้น ไปดูแลคนผิวสีซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทำงาน ไม่มีที่อยู่ ฯลฯ.... ซึ่งเข้าข่าย อยู่ในโครงการ "โอบามาแคร์"