ต้นฝ้าย ได้พบเห็นโดยบังเอิญในวันที่ไปเลือกตั้งนายกเทศบาลเชียงใหม่ ที่วัดพวกเปีย หลังจากลงบัตรเสร็จก็มองเห็นช่อขาวๆหลายช่ออยู่ใกล้บอร์ด ดูแล้วน่าจะเป็นดอกฝ้าย เตรียมถ่ายภาพพอเข้าไปใกล้ๆถึงได้ทราบว่าไม่ใช่ดอกจริง เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่ใช้วัสดุอื่นมาทำก้านแต่ปุยฝ้ายเป็นปุยฝ้ายจริง พอเดินจะกลับบ้าน มองไปที่ต้นไม้อื่นๆข้างโบสถ์ตลอดแนวมีปุยฝ้ายห้อยเต็มไปหมดหลายต้นที่อยู่ติดกับต้นไม้ใหญ่ ก็ไม่มองหรอกค่ะว่าต้นอะไรมองแต่ต้นฝ้ายและเก็บภาพไปเรื่อยจนถึงริมกำแพงวัด มีหลายต้นที่เดียว ซึ่งทุกต้นกำลังมีเพลี้ยขาวๆเต็มไปหมด แต่ก็ยังได้ชมความสวยงามของดอก ผล ปุยฝ้ายได้บ้าง ก่อนเขียนบันทึกก็ค้นหาอ่านในหนังสือที่พอมี เพื่อดูว่าเป็นฝ้ายอะไร เพราะในข้อมูล ที่อ่านมีทั้ง ฝ้ายขาว ฝ้ายแแดง ฝ้ายสำลี แต่ก็ไม่แน่ใจนะคะ ว่าที่ได้พบนั้นเป็นฝ้ายอะไร แต่ก็นำมาฝากชมกันด้วยนะคะ
ก่อนชมภาพนำประวัติความเป็นมาของต้นฝ้ายมาฝาก ดังนี้
ต้นฝ้าย (Gossypium barbadense Linn.) ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่าเมื่อพระพุทธเจ้าทรงส่งสาวกซึ่งเป็นพระอรหันต์ชุดแรก จำนวน 60 องค์ไปโปรดเวไนยสัตว์แล้ว พระองค์ก็เสด็จสู่อุรุเวลาประเทศ ครั้นถึงไร่ฝ้ายจึงหยุดยังรุกขมูล (โคนต้นไม้) ใต้ต้นฝ้ายต้นหนึ่ง แสดงว่าต้นฝ้ายสมัยโบราณนั้นลำต้นโตขนาดเข้าไปพักพิงอาศัยร่มเงาใต้ต้นได้ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พยายามผสมพันธุ์ให้ลำต้นเล็กมีผลดอก เพื่อให้เก็บปุยฝ้ายได้ง่าย แต่ทางภาคเหนือของไทย ที่ปลูกฝ้ายไว้ตามสวนหลังบ้าน ต้นฝ้ายก็ยังสูงพอควร ฝ้ายใช้ใยมาทำสิ่งทอ เป็นไม้ขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม ถิ่นเดิมอยู่ในแถบทวีปอเมริกาใต้ มีการนำไปปลูกในอาฟริกา เอเชีย และในโซนร้อนอื่นๆ
( ขอบคุณประวัต์ต้นฝ้ายจากเอกสารวิชาการ ไม้มงคล ไม้หอม ไม้พุทธประว้ติ โดยกรมวิชาการเกษตร )
ต้นฝ้าย
เคยได้เห็นต้นฝ้ายบ้างได้ชมแต่ปุยฝ้ายยังไม่เคยได้ชมดอก เมื่อได้ชมต้นจริงถึงได้ทราบว่าในหนึ่งดอกนั้นมีการเปลี่ยนสี ถ้าดอกสมบูรณ์คงจะสวยงามกว่านี้ แต่ก็ยังพอมีให้ชมได้ทราบว่ามี 2 สี
สรรพคุณของฝ้ายแต่ละชนิดมีดังนี้
ฝ้ายขาว ฝ้าย ,Cotton
เปลือกราก รสขืนเอียน ต้มเอาน้ำดื่ม ขัยระดู ทำให้มดลูกบีบตัวอย่างแรง อาจทำให้แท้งได้
ฝ้ายแดง
ใบ รสเย็นเบื่อ แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้พิษตานซาง
ฝ้ายสำลี ฝ้ายเทศ (อีสาน) ,ฝ้ายหลวง ( เหนือ) ,สำลี
เมล็ด รสเมาเบื่อ บดผสมน้ำมันยาง รับประทานแก้โรคหนองใน ขับหนอง ทำให้หนองแห้ง
(ขอบคุณ สรรพคุณฝ้ายฯจากหนังสือ เภสัชกรรรมไทย โดย วุฒิ วุฒิธรรรมเวช )
ต้นไม่ใหญ่แต่ออกดอกออกลูกกันเต็มต้น เมื่อแตกเป็นปุยฝ้ายดูยุ่งๆไปหมด ดอกสีเหลืองอ่อนดูหวานๆ บ้านใครปลูกไว้บ้างค่ะ ใช้ทำอะไรบ้าง ปุยฝ้ายถ้ามีมากๆน่าจะนำใส่ในหมอนได้ ถ้าไม่ไปนำไปปั่นทำเป็นเส้นด้ายไว้ทำเสื้อผ้านะคะ
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
วันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๕๕๖
ดอกสวยมากค่ะ กลีบดอกดูบอบบาง คงเฉาเร็วเหมือนกันนะคะอาจารย์
ดอกสวยค่ะ...ชอบผ้าฝ้าย
คิดถึงวัยเด็กจังเลยค่ะ เคยเห็นแม่เก็บมาทำผ้าห่มและท่อผ้ามากมาย
เพิ่งเคยเห็นดอกฝ้ายค่ะ
เข้ามาชมดอกฝ้ายครับ สวยกว่าที่เคยเห็น
ชอบสีครีมค่ะ คนอ้วนชวนให้คิดถึงขนมปุยฝ้ายนุ่มๆ หอมๆ และผ้าห่มนุ่มๆ หอมๆ ค่ะ
-สวัสดีครับพี่กานดา...
-ตามมาชมดอกฝ้ายครับ
-ปีนี้"แม่นันทา"บอกว่า ที่วัดศรีสุพรรณมีงานจุลกฐินอีกครับ..
-น่าเสียดายปีนี้ไม่ได้ไปร่วมงาน..
-มีเวลาก็ไปชม"ดอกฝ้าย"และการ"ทอผ้า"ได้นะครับพี่..
-ขอบคุณครับ...
...ขาวเหมือนปุยฝ้าย...เป็นแบบนี้เอง...คงนุ่มมากนะคะ
ชอบดอกฝ้ายที่เปลี่ยนสีได้เหมือนดอกพุดตานนะจ๊ะพี่ดา