บทที่ 1.ในเนื้อหา
เพลงไทยสากลแนวสังคีตสัมพันธ์ และความสำคัญของปัญหา
ค่านิยมต่อวัฒนธรรมการบันเทิงเริ่มจางหายไปจากสังคมไทยในราวพ.ศ.2475 ซึ่งเป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปัจจัยส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญเกิดมาจากนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุง ค่านิยมวัฒนธรรมบันเทิงนี้ จำเป็นต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมให้ดำรงอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ สำนักวัฒนธรรมจึงสนับสนุนกรมศิลปากรให้ปรับปรุงรูปแบบวัฒนธรรมการบันเทิงของไทยตามขนบให้สอดคล้องตามกระแสนิยมในสมัยนั้น แต่การปรับปรุงของกรมศิลปากรยังคงอยู่ในขนบแบบแผนเดิม ประสงค์เพื่อให้ความบันเทิงแบบเดิมดำรงอยู่ได้ ในขณะที่พลังค่านิยมของวัฒนธรรมตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวเข้าหานั้น และขณะที่กรมประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่นโยบายของรัฐบาล ได้จัดตั้งวงดนตรี Big Band และดนตรีไทยในสังกัดที่มีมาแต่เดิม อีกทั้งวงดนตรีไทยเข้าร่วมเข้ากับวงดนตรีสากลเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายวัฒนธรรมของรัฐบาลในขณะนั้น
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งกระทรวงและกรม เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2476 “ กองการโฆษณา ” ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกรมอิสระและขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่สื่อ ชี้แจง แถลง ข่าวสาร อบรมประชาชนถึงหลักการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยและต่อมาในเดือนธันวาคม ปีเดียวกันได้เปลี่ยนชื่อเป็น ” สำนักงานโฆษณาการ ” ขึ้นอยู่กับสำนักนายยกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2483 ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น ” กรมโฆษณาการ “ และทำหน้าที่ตอบสนองนโยบายสร้างชาติทางวัฒนธรรมของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ( แปลก พิบูลสงคราม ) ในระยะสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมโฆษณาการในฐานะสื่อของรัฐ ได้จัดตั้งวงดนตรีสากลไว้ประจำสถานีวิทยุกระจายเสียงและรวบรวมนักดนตรีระดับครูมาประจำที่กรมโฆษณาการ เช่นครูเอื้อ สุนทรสนาน ครูเวส สุนทรจามร ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ระยะแรกวงดนตรีกรมโฆษณาการผลิตผลงานเพลงสากลประเภทปลุกใจ ปลอบใจประชาชนในช่วงเวลานั้นนับเป็นผลงานทางดนตรีตามประสงค์นโยบายของรัฐที่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับประชาชน ทำให้วงดนตรีกรมโฆษณาการมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ส่วนดนตรีไทยที่มีอยู่ในกรมโฆษณาการ ก็ได้มีโอกาสส่งกระจายเสียงงานอนุรักษ์ ด้วยรูปแบบทำนองเพลงไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 กรมโฆษณาการได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ กรมประชาสัมพันธ์ ” (ปัจจุบัน) เพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางระหว่างรัฐกับประชาชน ทำการเผยแพร่ข่าวสาร คมนาคม การเมือง และให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีศีลธรรม ตลอดในด้านความรู้และการบันเทิง ในปีเดียวกันนี้เอง กรมโฆษณาการ ได้เปลี่ยนอธิบดีเป็น พลโท มล. ขาบ กุญชร และท่านเป็นผู้จัดตั้ง วงดนตรีแนวผสมระหว่างวงดนตรีสากลกับวงดนตรีไทยขึ้นชื่อว่า “ วงสังคีตสัมพันธ์ ” เพื่อความทันสมัยในแนววัฒนธรรมเพลงไทย ให้สอดคล้องตามกระแสนิยมในยุคนั้น
จากผลอิทธิพลของสื่อการกระจายเสียงของวิทยุแห่งประเทศไทย ทำให้ทั่วทุกจังหวัดได้รับฟังเพลงไทยสากลแนวสังคีตสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ มีประชาชนที่เคยได้รับฟังเพลงไทยเดิมอยู่แล้วยังคงค่านิยมอนุรักษ์รักษาไว้ และมีประชาชนยอมรับความเป็นไทยสากลได้เริ่มให้ความสนใจ เพลงไทยสากลแนวสังคีตสัมพันธ์จัดได้ว่าเป็นมรดกค่านิยมวัฒนธรรม music litterlature ทางโสตทัศนวัสดุตามขนบสืบต่อมา ถือเป็นค่านิยมทรงคุณค่า
วงดนตรีสังคีตสัมพันธ์ เป็นวงดนตรี Big Band นำเข้าผสมร่วมกับวงดนตรีไทย ไม่ใช้ซอสามสาย แต่ใช้ไวโอลินโดยครูเอื้อสุนทรสนานเป็นผู้สีคลอทำนองแทน ใช้ทำนองเพลงไทยเดิมและหน้าทับเพลงไทย ใช้การเรียบเรียงเสียงประสานของวงดนตรีสากลและใช้จังหวะสากลรองรับ เป็นแบบแนววงดนตรีสังคีตสัมพันธ์ บางครั้งก็ผสมลำลองกันไป ด้านคำร้องดำเนินทำนองตามเพลงไทย แต่เปลี่ยนจากการดำเนินทำนองด้วยการร้องเอื้อนเป็นใส่คำร้องเต็มแทน ขับร้องด้วยนักร้องชาย และนักร้องหญิง มีการร้องเดี่ยว ร้องหมู่ ร้องคู่ ร้องเป็นกลุ่มชายกลุ่มหญิงรวมทั้งกลุ่มผสม จุดเด่นของการสร้างเพลง แนวทำนองเพลงสังคีตสัมพันธ์ คือการปรับเสียงเครื่องดนตรีไทย ให้มีระดับเสียงเข้ากับเครื่องดนตรีตะวันตก เพื่อบรรเลงร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ด้วยการนำทำนองเพลงไทยมาเป็นแกนนำด้วยการใช้วงระนาดมโหรีเป็นหลัก
พ.ศ. 2497 – 2540 ค่านิยมเพลงสังคีตสัมพันธ์ยังคงค่าอยู่ตลอด จนกลายเป็นมรดกของประเทศด้านเสียงเพลง และสืบต่อจนถึงปัจจุบัน มีผู้นิยมเแทบทั่วทุกจังหวัดข้าสุถึงระดับโลกเพราะผลการกระจายเสียงของวิทยุแห่งประเทศไทย ทั้งระบบภาพและเสียง แต่ผู้ดำเนินการเพียงศึกษาเรื่อง เพลงไทยสากลแนวสังคีตสัมพันธ์
วัตถุประสงค์การวิจัย
- ศึกษาแนวเพลงไทยสังคีตสัมพันธ์ในกรมประชาสัมพันธ์
ขอบเขตการวิจัย
- ศึกษาแนวเพลงไทยสังคีตสัมพันธ์ในกรมประชาสัมพันธ์
นิยามศัพท์ที่ใช้ในการวิจัย
- แนวเพลงไทยสากลสังคีตสัมพันธ์ หมายถึง
- การใช้เฉพาะทำนองเพลงไทยเดิมที่มีมาก่อนพ.ศ. 2475
- การใส่คำร้องเต็มทำนองแทนเสียงเอื้อน
- การใช้วงดนตรี Big Band ผสมวงดนตรีไทย ตัดซอสามสายออกใช้ไวโอลินทำหน้าที่แทน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ทราบบริบท เพลงไทยสากลสังคีตสัมพันธ์ของกรมประชาสัมพันธ์ว่า เพลงไทยก่อนจะนำทำนองมาประยุกต์เพื่อการบรรเลงในแนวสังคีตสัมพันธ์นั้นมีมาก่อนพ.ศ.2480 ครูเพลงได้สร้างใว้ให้แล้วทั้งคำร้องและทำนอง เพียงแค่นำทำนองเพลงไทยมาประยุกต์สร้างค่านิยมวัฒนธรรมเข้าร่วมสมัยกับค่านิยมแนวเพลงวัฒนธรรมตะวันตก ด้วยการตัดเสียงเอื้อนใส่คำร้องหรือเนื้อเต็มแทน กรมประชาสัมพันธ์นำมาเรื่มใช้ตั้งแต่พ.ศ 2497 จนถึงพ.ศ. 2540