การจุดดวงประทีปเเห่งเเรงบันดาลใจถือเป็นการจุดประกายให้ใครหลายๆคนได้โชดช่วงชัชวาลอยู่ใน ความคิดเเละศักยภาพของตนเองโดยมีทุนต่างๆเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้โชดช่วงอยู่ได้อย่างเป็นประกายดังเเสงตะวัน ....

จุดดวงประทีปเเห่งเเรงบันดาลใจ

           การจุดดวงประทีปเเห่งเเรงบันดาลใจอาจเปรียบได้กับ การจุดเทียนไฟในเเต่ละครั้ง   โดยในการจุดเทียนนั้นเราต้องมีไม้ขีดหรือไฟเเช็คที่คอยจุดประกายเพื่อให้เทียนติดไฟเเต่ถึงกระนั้นเองเทียนจะต้องมี ไส้เทียน ไขเทียน ที่เหมาะสมกับขนาดของไฟเเละขนาดของเทียนเอง ... สิ่งที่จุดประกายจะเป็นเเรงกระตุ้นที่สำคัญในการผลักดันให้ไฟได้ลุกโชดช่วงชัชวาลอย่างงดงาม  ไส้ของเทียนเป็นอัตภาพที่ไม่เเน่นอนของเทียมเเต่ละเล่ม  การที่เทียนจะชัชวาลได้มากหรือน้อย ไส้เทียนเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดได้พอสมควร  ไขเทียนเป็นสิ่งที่คอยชลอการเผาไหม้ให้ไฟสามารถลุกโชดช่วงได้นานที่สุดที่จะคอยละลายไปเรื่อยๆตามกาลเวลาที่เลยผ่าน ... 

 

           ในการจุดเทียนไฟในเเต่ละครั้งนอกจากที่เราจะจุดเพียงอย่างเดียวเเล้วเราต้องคอยดูกระเเสลมที่พัดผ่านมาที่จะทำให้เทียนเราหรี่ไฟลงหรือดับลงโดยที่เราต้องคอยบังลมให้ได้มากที่สุดให้ไฟที่ประทุขึ้นได้ชัชวาลส่องสว่างในเเรงบันดาลใจของไฟในเทียนไขเเต่ละเล่ม... เทียนบางเล่มดับลงเพราะลมเเรง   เทียนบางเล่มดับลงเพราะไส้เทียนหมด  เทียนบางเล่มดับลงเพราะไขเทียนน้อย  หรืออาจถูกปัจจัยต่างๆที่คอยมาเร้าให้ดับลงในที่สุด ... การจุดเทียนไฟเปรียบได้กับการจุดประกายใจให้ใครหลายๆคนได้มีประกายใจในการทำสิ่งต่างๆลงไปอย่างมีใจในการทำงาน  เปรียบเปรยกับการสร้างเเรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนได้มีกำลังใจในการทำอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ตนได้กระทำ   เป็นการเติมใจให้กันเเละกัน ไฟที่จุดประกายเปรียบได้กับทุนที่คอยระเบิดอยู่ตลอดเวลา อาจเป็น ครู  เพื่อน  ครอบครัว  ชุมชน  สิ่งเเวดล้อม  ปัญหา  อุปสรรค  ความเชื่อ   ความฝัน  ความจริง เป็นต้น ซึ่งทุนดังกล่าวเป็นสิ่งที่คอยสร้างเเรงบันดาลใจได้ดีในการทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเเล้วทุนนี้จะไปจุดไส้เทียนหรือความคิดที่มีในตัวของแต่ละคนให้ทำงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง   ไขเทียนเปรียบได้กับศักยภาพที่มีในตัวของเเต่ละคน ... "การที่เทียนจะสามารถโชดช่วงชัชวาลได้ หรือ การที่จะสร้างเเรงบันดาลใจได้จำเป็นที่จะต้องมีสิ่งจุดประกายที่เป็นทุนเเล้วจะจุดไส้เทียนหรือความคิดเเล้วความคิดจะชัชวาลไปพร้อมกับไขเทียนหรือศักยภาพที่มีในตัวของเเต่ละคน" นอกจากจุดเทียนเเล้วยังต้องคอยบังลมให้เทียนเพราะลมนี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญที่จะทำให้เทียนเราดับไปในที่สุด เทียนชีวิตจะไม่มีวันหมดเเต่จะดับเป็นบางครั้งบางคราวหรืออาจดับระยะยาวต่อเนื่องไป "เราทุกคนมีเทียนชีวิตอยู่ในตนเองขึ้นอยู่ว่าเทียนนั้นจะลุกโชดช่วงตามจังหวะที่ชีวิตมีประกายใจ (ทุน) เพียงเท่านั้น" หากเราลองสังเกตต่อไปว่าการที่ไขเทียนได้ละลายไปนั้นกลับกลายเป็นฐานที่มั่นคงให้เทียนเเต่ละเล่มได้ยืนหยัดอย่างมั่นคงเสียด้วยซ้ำไป . . .    

             การจุดประกายเราสามารถจุดประกายได้ 2 วีถีทาง  (เเนวคิดการจุดประกายของผู้เขียน)

            1.การจุดประกายเเง่บวก  เป็นการจุดประกายที่คอยเพิ่มใจให้กัน  เสริมกำลังใจให้กันเเละกัน ปลอบใจซึ่งกันเเละกัน  เชื่อมั่นซึ่งกันเเละกัน  เเลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันเเละกัน โดยใช้ความเย็นเข้าชลอหล่อเลี้ยงให้จุดประกายจากการได้ใจก่อนเเล้วหล่อเลี้ยงให้ไฟโชดช่วงในตัวของเเต่ละคน

            2. การจุดประกายเเง่ลบ  เป็นการจุดประกายที่คอยย้ำเตือนใจซึ่งกันเเละกัน  เป็นการตั้งเป้าหมายไว้กับตนเองเพื่อทำให้ตนเองได้บรรลุเป้าหมาย  ทั้งนี้เพื่อลบเลือนคำหยามหยันที่อาจมาจากหลายปัจจัยรอบตัวของตัวเอง  โดยใช้ความร้อนเข้าหล่อเลี้ยงให้จุดประกายจากความเสียใจหรือความกดดันก่อนเเล้วค่อยหล่อเลี้ยงให้ไฟโชดช่วงในตัวของเเต่ละคน .... 

           การจุดดวงประทีปเเห่งเเรงบันดาลใจถือเป็นการจุดประกายให้ใครหลายๆคนได้โชดช่วงชัชวาลอยู่ใน ความคิดเเละศักยภาพของตนเองโดยมีทุนต่างๆเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้โชดช่วงอยู่ได้อย่างเป็นประกายดังเเสงตะวัน ....