พุธที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครูเวรกิจกรรมหน้าเสาธงส่งท้ายภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๖  ในภาคเรียนนี้ครูนกไม่ได้บันทึก"คำบอกเล่าหน้าเสาธง" อย่างต่อเนื่องในแบบฉบับที่ใจต้องการ  ดังนั้นจึงขอสรุปเพื่อเป็นแนวทางสำหรับกิจกรรมหน้าเสาธงในภาคเรียนที่ ๒ 
      เป้าหมายในการพูดหรืออบรมหน้าเสาธงคือ การให้กำลังใจหรือมุมมองเชิงบวกพร้อมติเพื่อก่อโดยใช้เหตุและผล
      สิ่งที่ครูนกพยายามหลีกเลี่ยงคือ การบ่นหน้าเสาธง หรือพยายามให้เด็กนั่งตัวตรงเพื่อฟังครูเพียงอย่างเดียว
      ประเด็นในการพูดหน้าเสาธง
๑.  ประเด็นที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบัน
     -  ข่าวนักกีฬาแบดมินตันหญิงไทย
     -  วันวิสาขบูชาโลก
     -  ภาชะโฟม
๒.  ประเด็นเรื่องความสะอาดและขยะในโรงเรียน พยายามสร้างแนวคิดอยู่ ๒ ประเด็นคือ
      ๒.๑  โรงเรียนคือบ้านหลังที่สอง ในเมื่อเราอยากให้บ้านเป็นสถานที่พักพิงที่สะอาด เราคงต้องช่วยกัน
     ๒.๒   สถานที่สะอาดจะมีคนเกรงใจสถานที่ ส่วนสถานที่สกปรกก็จะมีแต่ความเกรงใจแต่น้อยลงซึ่งจะทำให้ความสกปรกเพิ่มขึ้น
๓.  ประเด็นที่ต้องกระตุ้นถี่ๆ คือ การตั้งใจร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงอย่างกระตือรือร้น

      สิ่งที่เป็นปัญหากับการแก้ไขเบื้องต้นของตนเอง คือ
๑.  นักเรียนจะไม่กระฉับกระเฉงว่องไว  จนครูนกอยากให้คณะกรรมการนักเรียนนำกิจกรรมกายบริหารหน้าเสาธง  ในตอนนี้ครูนกใช้วิธีบอกให้กระทำตามเช่น ปรบมือ ๑ ครั้ง ปรบมือ ๒ ครั้งจนกระทั่งอ่านเรื่องราวแล้วให้นักเรียนอ่านตามที่ละวรรค
๒.  นักเรียนจะฟังไม่ต่อเนื่องทำให้ความเข้าใจในเรื่องราวหรือประเด็นไม่ชัดเจน ครูนกพยายามใช้ประเด็นที่เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน ยกตัวอย่างบุคคลที่นักเรียนชื่นชมเพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียน
๓.  นักเรียนขาดสมาธิและความอดทน  พยายามให้ข้อมูลหรือชี้ให้เห็นจุดดีของการมีสมาธิ

                       
     ในส่วนของนักเรียนคณะกรรมการหน้าเสาธงครูนกพยายามกระตุ้นให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดี และกล้าจะนำในกิจกรรมหน้าเสาธง
      ผ่านไปแล้วสองภาคเรียนกับบทบาทครูเวรหน้าเสาธง(วันพุธ)  แม้ไม่ใช่สิ่งที่ชอบหรือถนัดแต่พยายามาใช้เวลาให้คุ้มค่าต่อผู้ฟัง ให้ข้อมูลเสริมกำลังใจชี้เหตุและผลในสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทั้งนี้เพื่อให้เด็กๆ มีความพร้อมในการเรียน การใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างมีความสุข