จ่ายเงิน 200 บาท แก้ปัญหาที่ชาร์ทบนโทรศัพท์มือถือเสีย ดีกว่าซ่อม และดีกว่าซื้อเครื่องใหม่

     2 พฤษภาคม 2555 ไปซื้อโทรศัพท์มือถือ WellcoM รุ่น W3001 ในราคา 999 บาท ที่เซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก เป็นรุ่นที่ใช้ได้ 3 ซิม มี microcard 2 GB อัดเพลงได้หลายร้อยเพลง มีหูฟัง ดูทีวีได้ด้วย ฟังวิทยุ ถ่ายรูป อัดเสียง ใช้ได้ครบเครื่องเลย ตัวเครื่องก็ดี

      ร้านมือถือ ที่เซ็นทรัล ที่นี่มีพนักงานขายชาย 2 คน ผลัดเวรเฝ้าร้าน คนหนึ่งอยู่กลางวัน และอีกคนหนึ่งอยู่กลางคืน..บีแมนชอบพนักงานคนผอมมากกว่าคนท้วม เพราะตอบปัญหาและดูแลลูกค้าดี

      พอใช้โทรศัพท์ไปได้ 6 เดือน กว่า ชาร์ทแบตเตอรี่ไม่เข้า คิดว่าแบตเตอรี่เสื่อม....ไปที่ร้านมือถือ ที่เซ็นทรัล พอเขาดูอาการแล้วบอกว่าเป็นที่ขั้วชาร์ท ให้ไปซ่อมศูนย์ซ่อมของ WellcoM อยู่ที่ทางลงสะพานข้ามทางรถไฟ ตรงข้ามร้านข้าวต้มลอยฟ้า...

     เอาเครื่องไปซ่อม เขาส่งเข้าศูนย์ฯ กทม. ราว ๑ เดือน เครื่องกลับมา ไม่ได้ทำอะไรเพราะไม่มีค่าซ่อม คงเป็นขั่วต่อสายชาร์ทหลวง กลับมาก็ใช้ได้ปกติ....ช่วงนั้นไปซื้อแบตเตอรี่สำรองมา ๑ อัน ถ้าซื้อในราคาผู้บริโภคอันละ 390 บาท แต่ถ้าซื้อในนามคนขายเหลือ 240 บาท...บีแมนใช้วิทยายุทธต่อรองราคา ได้ราคาคนขาย...

     ช่วงก่อนปีใหม่ 2556 ได้ข่าวจากพนักงานว่า บริษัท WellcoM กำลังจ้างพนักงานออก...แต่ทั้งร้านขายและซ่อมก็ยังคงเปิดมาเรื่อยๆ

     ถึงเดือนมิถุนายน 2556 โทรศัพท์ชาร์ทแบตเตอร๊ไม่ได้ พอเสียบสายชาร์ทเครื่องก็ดับ พอไปที่ร้านซ่อมและร้านขาย ก็ปรากฏว่าเลิกกิจการไปแล้ว โทรศัพท์ก็เลยทิ้งร้างมาเกือบ 2 เดือน

    ลูกบอกว่าให้เลิกใช้ยี่ห้อนี้ และซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ (แต่บีแมนกะว่าจะทำพิพิธภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ เลยเก็บรุ่นเก่าๆ เอาไว้) แต่ว่าบีแมนกลับชอบโทรศัพท์เครื่องนี้ เพราะมี 3 ซิม ใช้ 3 เครือข่ายพร้อมกัน และ Standby ด้วย ไม่ต้องสลับซิม

    เมื่อวันเสาร์ไปเที่ยวที่เซ็นทรัลฯ และเอามือถือเครื่องนี้ไปด้วย ไปถามร้ายขายมือถือชั้นสอง (Fon telecom) ว่าจะซ่อมได้ไหม  เขาบอกว่าซ่อมก็ได้ ค่าซ่อม 3-400 บาท แต่ไม่รับรองว่าดี หรือตะกั่วบัดกรีไม่ดีเหมือนโรงงานอาจจะเสียอีก...เขาจึงแนะนำที่ชาร์ทแบตฯ อเนกประสงค์ ราคาอันละ 150 บาท...ดูท่าไม่ค่อยแข็งแรง..จึงขอให้แนะนำยี่ห้ออื่น เขาเอายี่ห้อ Energy มาให้ ที่กล่องเขียนว่า 200 บาท...

    ถอดแบตเตอรี่ ที่ทิ้งไว้ 2 เดือน ออกมาชาร์ท ก็ชาร์ทได้....ก็เลยจะซื้อ เห็นราคาที่กล่อง 200 บาท แต่เขาบอกราคา 290 บาท เลยบอกว่าทำไมแพงกว่าราคาที่ติดไว้ที่กล่อง เขาบอกว่าเครื่องมีประกัน ๑ ปี ถ้าเสียเอามาเปลี่ยนได้...ราคา 200 บาท ไม่มีประกัน..

    ตกลงเลือกแบบไม่มีประกัน..เขาก็ชาร์ทให้ดูและแนะนำวิธีการใช้มาให้เสร็จ ก่อนกลับเขาติดใบรับประกันมาให้ด้วย บอกว่าภายใน ๗ วัน มีปัญหาให้ไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้

     กลับมาบ้านชาร์ทแบตเตอรี่อันแรก ก็ชาร์ทได้ดี แต่อันที่สองชาร์ทไม่ได้...2 วันผ่านไป เอากลับไปให้ที่ร้านดู ในช่วงบ่าย 2 โมง เจ้าของร้านยังไม่มาทำงาน ร้านข้างๆ รับเรื่องให้ ลองชาร์ทดูแล้วเครื่องชาร์ทไม่ทำงาน เลยเอาเครื่องใหม่เปลี่ยนให้ (เขาโทรไปถามคนที่ขายว่าตัดราคามาจากร้านไหน แล้วเขานำเครื่องใหม่มาเปลี่ยนให้) ทดลองให้ดูว่าชาร์ทได้ สรุปว่าเป็นที่เครื่องชาร์ท (เพราะบีแมนไม่เคยใช้ อาจทำให้เครื่องชำรุด)

      วันที่ 26 สิงหาคม 2556 ได้เครื่องชาร์ทใหม่ (เครื่องที่สอง) ราคา 200 บาท และมีแบตเตอรี่ 2 อัน ผลัดกันชาร์ท..ด้วยวิธีการแบบนี้เราก็จะใช้โทรศัพท์ไปได้อีกนานตราบเท่าอายุแบตเตอรี่ 2 อัน..ถึงแม้ว่าบริษัทจะเลิกกิจการไปจากพิษณุโลกแล้วก็ตาม..

     ของหายต้องหา ของเสียต้องซ่อม..เมื่อซ่อมไม่ได้ก็หาวิธีการอื่นๆ แก้ปัญหา ทำให้ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ ซึ่งของใหม่บีแมนคุมราคาไว้ที่ 1,000 บาท...

(หมายเหตุ ๑: ๒๖-๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ชาร์ทแบตเตอรี่ ด้วยเครื่องชาร์ทใหม่ ใช้ได้ดี ชาร์ทเกือบ ๔ ชั่วโมง แบตเตอรี่ไม่เต็มสักที ต้องชาร์ทข้ามคืนแบตฯจึงเต็ม..น่าจะใช้โทรศัทพ์ได้อย่างน้อยอีก ๑ ปี ตามคาด)

(หมายเหตุ ๒ : บันทึกวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๗. ที่ชาร์ทอันแรก ยี่ห้อ Energy ชาร์ทได้ ๒ ครั้งเสีย ไปเปลี่ยนเป็นอันที่สองก็เสียอีก ไปเปลี่ยนเป็นอันที่สาม และสี่ก็เสียอีก ภายใน ๑ เดือน เปลี่ยนไป ๔ เครื่อง จนสุดท้ายเขาเปลี่ยนยี่ห้อใหม่มาให้ (ราคาติดไว้ ๒๙๐ บาทเหมือนกัน) เมื่อ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖ และรับประกันเปลี่ยนให้ใหม่อีก ๑ เดือน ภายใน ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖..หลังจากนั้นก็ใช้มาจนถึงวันบันทึก ยังไม่มีอาการเสียแต่อย่างใดหลังจากชาร์ทไปประมาณ ๓๐ ครั้ง-แต่ละครั้งประมาณ ๔ ชั่วโมง)