สิ่งที่เรียน(what)

การอ่านทำนองเสนาะ


วิธีเรียน(how) 

              เดิมที พ่อแม่ของข้าพเจ้าเป็นผู้ที่มีอายุและประสบการณ์ในชีวิตมามาก ทำให้ความคิดของท่านยังคงเป็นผู้ที่มั่นคงและยึดมั่นในวัฒนธรรมของไทย เมื่อข้าพเจ้าได้เกิดมาทำให้ได้ถูกปลูกฝังในสิ่งที่ดีงามของวัฒนธรรมไทยอย่างมากมาย ทั้งรสนิยมในการเลือกฟัง เลือกดู หรือเลือกที่จะคิดทำในสิ่งต่างๆ อาทิ การฟังเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง การดูละครจักรๆวงศ์ๆ ลิเก มโนราห์ ลำตัด ฉ่อย หนังตะลุง ท่องบทสวดมนต์สรภัญญะ เป็นต้น เมื่อข้าพเจ้าเติบโตมาจึงได้รับเอาความเป็นไทยนี้เข้าสู่ก้นบึ้งของจิตใจ ทำให้ข้าพเจ้ามีความสนใจและมุ่งหวังที่จะสืบสานวัฒนธรรมอันดีของไทย แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจมากที่สุดซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันกับทุกสิ่งที่กล่าวมาคือ การอ่านทำนองเสนาะ               

               เริ่มต้นด้วยการอ้างถึงสมัยประถมศึกษา ที่โรงเรียนของข้าพเจ้าได้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะคนตรีและนาฏศิลป์ ซึ่งในวันหนึ่งของการเรียน คุณครูได้สั่งให้นักเรียนไปฝึกร้องเพลงมาเพลงอะไรก็ได้ แล้วมาสอบกับคุณครูในสัปดาห์ถัดไป ข้าพเจ้าจึงมีความคิดที่จะร้องเพลงลูกทุ่ง แต่ตอนนั้นยังร้องไม่เป็นเลย ปกติก็ฟังมาตลอด ถึงคราวที่ให้ร้องเองก็คงจะลำบาก ต่อมาข้าพเจ้าก็ได้ฝึกร้องทุกวัน ร้องให้แม่ฟังบ้างพ่อฟังบ้าง ซึ่งตอนนั้นเองก็ยังร้องไม่ค่อยจะเป็นเพลงนัก ถึงเวลาสอบจริงๆก็สอบไปร้องไห้ไป ทำให้วันนั้นข้าพเจ้ารู้สึกคับแค้นใจมาก ว่าทำไมเราถึงร้องไม่ได้ร้องไม่เป็นเพลงเสียที หลังจากวันนั้นทำให้ข้าพเจ้ามุ่งฝึกร้องเพลงทุกวันไม่ว่าจะเป็นตอนอาบน้ำบ้าง ตอนกินข้าวบ้าง จนถูกพ่อแม่ตักเตือนอยู่บ่อยๆ และแล้วหลังจากนั้นอีกไม่นานด้วยการฝึกฟัง ฝึกร้องอยู่บ่อยๆ ทำให้ข้าพเจ้าร้องเพลงลูกทุ่งได้อย่างพอไปวัดไปวาได้เลยทีเดียว

              ต่อมาเมื่อขึ้นสมัยมัธยมศึกษา ข้าพเจ้าชอบเรียนในวิชาภาษาไทยมากๆ เพราะคุณครูชอบสอนในเรื่องของวรรณคดี แล้วระหว่างการสอนก็มักจะมีการอ่านบทร้อยกรองให้นักเรียนฟัง ข้าพเจ้ามีความอิ่มเอมมากที่ได้ฟังบทร้อยกรองในการอ่านแบบทำนองเสนาะ ทำให้ข้าพเจ้าสนใจในทักษะด้านนี้ขึ้นมา แต่เนื่องด้วยข้าพเจ้ามีทักษะในการร้องเพลงลูกทุ่งอยู่แล้วทำให้การอ่านทำนองเสนาะดูง่ายขึ้นมาก เพียงแค่ต้องปรับในบางส่วนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น และแล้วความพยายามของข้าพเจ้าก็ทำให้อ่านทำนองเสนาะได้อย่างไพเราะ

ซึ่งข้าพเจ้าได้ศึกษาถึงหลักการของการอ่านทำนองเสนาะอย่างถูกต้องมาให้ได้ลองฝึกกันคือ

1.ก่อนอ่านให้แบ่งคำแบ่งวรรคให้ถูกเสียก่อน

2.อ่านออกเสียงธรรมดาให้คล่องก่อน

3.อ่านให้ชัดเจน

4.อ่านให้เอื้อสัมผัส

5.อ่านให้ถูกจังหวะ

6.อ่านให้ถูกทำนองของคำประพันธ์นั้นๆ

7.ผู้อ่านต้องใส่อารมณ์ตามรสความ

8.อ่านให้เสียงดัง(ไม่ตะโกน)

9.อย่าอ่านให้เสียงขาดเป็นช่วงๆ พยายามให้เสียงต่อกันตลอด

10.เวลาจบให้ทอดเสียงช้าๆ


ผลการเรียน(outcome)

เคยได้รับรางวัลการอ่านทำนองเสนาะในการแข่งขันวันสุนทรภู่ในระดับโรงเรียน ได้แก่          

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 และ รางวัลชมเชย ซึ่งนอกจากความภาคภูมิใจในการแข่งขันแล้ว ในด้านของการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขในการดำรงชีวิตมากขึ้นเพราะเมื่อเราเหงา เสียงอันเสนาะหูนี่แหละจะสามารถเป็นเพื่อนกับเราได้เสมอ และผลของมันอีกประการที่สำคัญคือ ทำให้เรามีจิตที่นิ่งและสงบมากขึ้น มีจินตนาการพร้อมที่จะรับรู้และคิดสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา


ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์(reflection) 

             การที่จะคิดทำอะไร เมื่อคิดอยากจะทำแล้วก็ต้องสู้และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปให้ได้ อย่ายอมแพ้ระหว่างทาง จงไปให้ใกล้ฝั่งฝันมากที่สุด จงจำไว้ว่าการฝึกมากๆคือสิ่งที่สำคัญของการนำไปสู่ความสำเร็จ "ถ้าคิดเอื้อมมือจะจับดวงจันทร์แต่ถ้าเอื้อมไปไม่ถึงมันอย่างน้อยได้ดวงดาวมาก็ยังดี"


สื่ออ้างอิง(reference) 

https://sites.google.com/site/thamnongsanou/kar-xan

http://www.kroobannok.com/38276

ภาคผนวก





บันทึกเมื่อ 21/7/2556

บันทึกโดย

นศ.พ. สรศักดิ์  ปิ่นสุวรรณ

รหัส 563070261-2

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น