วัฒนธรรมหมายถึงสิ่งต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นและกลายเป็นวิถีชีวิตของมนุษย์ที่ประพฤติปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นมรดกแห่งสังคมและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้สมาชิกในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ซึ่งวัฒนธรรมเป็นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่วัฒนธรรมทางวัตถุและวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ ในส่วนของวัฒนธรรมทางด้านวัตถุนั้นก็ได้แก่วัตถุต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการตอบสนองความต้องการของตนเช่นสิ่งก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และในส่วนของวัฒนธรรมทางด้านจิตใจนั้นก็ได้แก่สิ่งต่างๆที่ไม่เป็นรูปธรรมเช่นภาษา ประเพณี ความเชื่อต่างๆ มารยาทในการดำรงชีวิตเป็นต้น

                  ในสังคมไทยนอกจากจะมีภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทยแล้ว ยังมีมารยาทไทยซึ่งแสดงออกถึงความเป็นชาติไทยได้ไม่แพ้กัน และมีส่วนสำคัญมากในการใช้แสดงออกในชีวิตประจำวันซึ่งในปัจจุบันนี้สังคมไทยเรารับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากด้วยกระแสโลกในยุคโลกาภิวัตน์ การสื่อสารไร้พรมแดนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและช่องทางอื่นๆ ทำให้เรารับวัฒนธรรมของชาวต่างชาติมาใช้โดยไม่รู้ตัวซึ่งอาจทำให้เราหลงลืมวัฒนธรรมของชาติเราเอง ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้มารยาทไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดีแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติไทยเราไว้อีกด้วย


สิ่งที่เรียน(What)

มารยาทไทยที่ใช้ในโอกาสต่างๆ เช่น การไหว้บิดามารดา ครูบาอาจารย์ การกราบพระสงฆ์ เป็นต้น

วิธีการเรียน(How)

1.ศึกษาได้จากชีวิตประจำวัน ซึ่งเราจะได้พบเจออยู่แล้วในโอกาสที่เราได้ไปสถานที่ต่างๆเช่นเวลาเราไปทำบุญที่วัดกับคุณพ่อคุณแม่ เราก็สังเกตุวิธีการกราบพระสงฆ์ การกราบพระพุทธรูป การถวายของให้แก่พระสงฆ์เป็นต้น 

2.ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมในห้องสมุด จากหนังสือต่างๆ และจากอินเทอร์เน็ต                                                   

3.สอบถามจากผู้รู้ในสถานการณ์จริง ซึ่งผมเองใช้วิธีนี้บ่อยที่สุด เพราะเราจะเห็นภาพได้ชัดเจนและสามารถฝึกปฏิบัติในตอนนั้นได้ทันที เช่นเวลาที่ไปงานศพ บางทีเราไม่รู้ขั้นตอนต่างๆ ก็สอบถามจากะพระสงฆ์หรือผู้ที่มีความรู้มากกว่าว่ามีขั้นตอนการปฏิบัติยังไง แล้วก็จดจำเอาไว้ใช้                                                                                           

4.บอกต่อผู้อื่นในโอกาสต่างๆ เช่นหากเราไปเที่ยววัดกับเพื่อนๆ แล้วเห็นว่าเพื่อนๆกราบผิด ก็บอกวิธีการที่ถูกต้องให้เพื่อนตอนนั้นเลย เป็นการทบทวนตัวเองไปในตัวด้วย                                                                                       

5.ดูจากสื่อวีดีทัศน์ต่างๆ เช่นวีซีดีประกวดมารยาทไทย                                                                                         

6.ปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน 

ผลการเรียน(Outcome)

1.ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของโรงเรียนในการประกวดมารยาทไทยระดับประเทศซึ่งจัดโดยธนาคารนครหลวงไทย      

2.รองชนะเลิศอันดับ2 การประกวดมารยาทไทยของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ปีการศึกษา 2554                                                                                                                   

3.ได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วย(วิทยากร)ในการจัดการประกวดมารยาทไทยของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ปีการศึกษา 2555                                                                                              

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์(reflection) 

จากที่มีโอกาสได้ไปประกวดในเวทีต่างๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าเป็นสติ เหมือนกับว่าเราต้องรู้ตัวเราเองตลอดเวลาว่าเรากำลังจะทำอะไร แล้วถัดจากนี้ต้องทำอะไรต่อ เพราะเวลาประกวดนั้นเขาจะให้เรื่องราวบทบาทสมมติเรามาแล้วให้เราปฏิบัติตามบทบาทที่เราได้รับ เช่นให้เราเป็นนักเรียนทำหน้าที่นำแขกที่มาเยี่ยมชมโรงเรียนไปชมนิทรรศการ พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ เป็นต้น เราก็ต้องรู้ว่าแขกเป็นใคร ต้องวางตัวยังไง การไหว้ต้องไหว้ระดับไหน การใช้คำพูดเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองการฝึกมารยาทไทยก็เป็นการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเราเองด้วย ทำให้เรามั่นใจในการปฏิบัติตัวเองในสถานการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นได้ด้วย

เอกสารอ้างอิง 

1.http://www.youtube.com/watch?v=qxrjXV1MiCA

2.หนังสือมนุษย์กับสังคมและวัฒนธรรม

ภาคผนวก 


เป็นเกียรติบัตรที่ได้รับเมื่อได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วย(วิทยากร)ในการจัดการประกวดมารยาทไทยของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ปีการศึกษา 2555 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555 

วัน-เดือน-ปี ที่บันทึก 

20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 


จัดทำโดย 

นายศุภกร ไวว่องกิจการ    รหัสประจำตัวนักศึกษา 563070079-1