นอกจากนี้จอห์น รอลส์ (John Rawls) เป็นบุคคลหนึ่งที่สนับสนุนการดื้อแพ่งของประชาชนในสังคมหรือการทำอารยะขัดขืนที่ยังคงวางอยู่บนพื้นฐานของ การเคารพระบบกฎหมายโดยรวมให้ความเห็นว่าสิทธิในการดื้อแพ่งของประชาชน จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการกระทำละเมิดอย่างรุนแรงในหลักการดังต่อไปนี้ หลักความเสมอภาคของเสรีภาพ(principle of equal liberty) หลักการนี้มีอยู่ว่าเราควรยืนยันถึงหลักการพื้นฐานในเสรีภาพที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน (A principle of equal basic liberties) เพื่อปกป้องคุ้มครองเสรีภาพในด้านต่างๆ ที่เราคุ้นเคยเป็นอันดี อาทิ เสรีภาพในด้านวิชาการ เสรีภาพในด้านการสมาคม และเสรีภาพในการแสดงออก และอื่นๆ ทุกคนในสังคมต้องได้รับสิทธิเสรีภาพพื้นฐานอย่างเข้มข้นและอย่างเท่าเทียมกับคนอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เราต้องการที่จะมีหลักประกันว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในตำแหน่งใดในสังคม เสรีภาพจะเสมือนเป็นตัวแทนทางเลือกที่มีความหมายต่อเรา ตัวอย่างเช่น การมีหลักประกันที่เป็นทางการในด้านเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพในการรวมตัว ถือว่ามีคุณค่าน้อยมากต่อคนยากจนและคนที่อยู่ชายขอบสังคม จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเรียกร้องให้คนทุกคนในสังคมมีโอกาสที่มีผลเป็นจริงในชีวิต อย่างน้อยที่สุด เราต้องการให้เสรีภาพของเราทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน ไม่ว่า บุคคลนั้นจะอยู่ส่วนใดในสังคม บุคคลนั้นย่อมต้องการให้ชีวิตของเขามีคุณค่า ที่มีเสรีภาพอันมีผลจริงที่จะทำให้ชีวิตของเขาหรือเธอได้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
และหลักการว่าด้วยความเสมอภาคในโอกาส (the principle of fair equality of opportunity) หลักการข้อที่สอง ได้แก่ หลักการเรื่องความแตกต่าง หลักการข้อนี้เป็นหลักประกันว่า เมื่อบุคคลที่มีสภาพและแรงจูงใจคล้ายๆ กันก็พึงได้รับโอกาสในชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น คนที่ด้อยโอกาสที่สุดในสังคมก็ควรจะได้รับโอกาสอย่างทัดเทียม ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคมจะถือว่าเป็นความยุติธรรมก็ต่อเมื่อ ความไม่เท่าเทียมนั้นได้ช่วยส่งเสริมให้คนที่ด้อยโอกาสที่สุด-คนที่ยากจนที่สุดได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
แนวคิดของจอห์น รอลส์ คือการมองว่า สังคมที่มีความยุติธรรมนั้น กฎหมายและสถาบันต่างๆ ไม่ควรให้ประโยชน์กับคนกลุ่มหนึ่งบนต้นทุนของคนกลุ่มอื่นๆ บนฐานธรรมชาติและฐานสังคมที่มีความแตกต่างกัน ในการพัฒนาแนวคิดที่ว่าความยุติธรรมในฐานะความเป็นธรรม “Justice as fairness” รอลส์ บอกให้เราลองใช้จินตนาการตัวเรา ที่ตัดสินใจเลือกหลักความยุติธรรมจากจุดกำเนิดของความเป็นธรรม อย่างที่เราไม่ต้องคำนึงถึงฐานะทางสังคม เศรษฐกิจของเรา ไม่คำนึงถึงชาติพันธุ์ของเรา เพศ หรือความสามารถที่ติดตัวเรามา ตลอดจนข้อเท็จจริงทางสังคมอื่นๆ รอลส์เสนอว่า ประการแรก เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ กับเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน และโอกาสที่เป็นธรรมสำหรับทุกคนในสังคม และประการที่สอง ต้องพยายามแบ่งแบ่งสรรคปันส่วนรายได้และความมั่งคั่งไปยังกลุ่มคนที่ยากจนให้ได้อย่างทั่วถึงที่สุด)และหลักเสมอภาคแห่งโอกาสอันชอบธรรม(principle of fair equality of opportunity) แต่สิทธิแห่งการดื้อแพ่งของประชาชน จะต้องเป็นไปภายหลังจากที่ได้ดำเนินการในวิถีทางอื่นๆ เพื่อพยายามแก้ไขปรับปรุงกฎหมายนั้นแล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จการดื้อแพ่งของประชาชนจึงเป็นวิถีทางสุดท้าย หลังจากที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการทางการเมืองที่มีอยู่แล้ว
หนังสืออ้างอิง
ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. อารยะขัดขืน. http://chaisuk.wordpress.com/2007/07/13/summary-civil-disobedience-chaiwat/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
สมชาย ปรีชาศิลปะกุล. การดื้อแพ่งต่อกฎหมายของประชาชน.
http://www.openbase.in.th/http:/%252Fwww.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%25 เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
สมชาย ปรีชาศิลปะกุล.แนวความคิดเรื่องการดื้อแพ่งของนักปรัชญาอเมริกัน John Rawls. http://www.spiceday.com/archiver/?tid-52063.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
อุเชนทร์ เชียงแสน. ว่าด้วยบันไดและอารยะขัดขืน: จากสมัชชาคนจนถึง Pmove. http://blogazine.in.th/blogs/uchane-cheangsan/post/4148 เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. การประท้วง. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87 เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. อารยะขัดขืน. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87 เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
กรณีดิฉันทำอารยะขัดขืนต่อผู้บริหาร ที่ปฏิบัติขัดหลักธรรมาภิบาล (สั่งซ่้ายหัน ขวาหัน หรือ 'ล็อกเป้าหมาย' ตามที่ต้องการ) ผู้บริหารก็ทำอารยะขัดขืนต่อดิฉันเช่นกัน โดยไม่เรียกใช้และส่งไปอยู่ในที่ลับตา
ดิฉันอยากได้ความเห็นอาจารย์ต้นค่ะ
มันเป็นธรรมดาครับที่ผู้บริหารจะไม่เรียกใช้ และไม่ยอมรับคนที่ทำอารยะขัดขืน ที่นี้ถ้ามองว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บริหารหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยไ่ม่เห็นด้วยเพราะอะไร การทำอยางนี้ต้องใช้การศึกษามากกว่าปกติครับ ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วยกับเรา ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าผู้บริหารไม่ทำตามหลักธรรมภิบาล ร่วมกันต่อต้าน อย่างนี้การต่อต้านจะส่งผลต่อผู้บริหารคนนั้นครับ แต่การให้การศึกษาทำได้ยากมากๆ แต่ถ้าอดทนทำกก็จะทำให้องค์กรหรือกลุ่่มของเราดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณค่ะ อาจารย์ต้น