ภารกิจผู้ช่วยวิทยากร (ฉบับทำความเข้าใจตนเอง)

มีอะไรบ้างที่ชี้ให้เห็น (ยังไง แบบไหน)

บอกให้เป็น (เราเป็นได้รึยัง แค่ไหนอย่างไร)

เป็นให้ดู (เป็นยังไงเรารู้สึกยังไงต่อสิ่งที่ครูเป็นให้ดู)

  ขอโอกาสปรับแก้ให้ เพราะเป้าหมายการเขียนคือ การค้นใจ ขัดเกลาใจตนเอง ตามแนวทางที่ครูบาอาจารย์เมตตาสอนสั่ง ครูชี้ให้แก้ไขใหม่ตามแนวทาง


  ภารกิจการเป็นผู้ช่วยวิทยากร หลัก ๆ คือ ประสานผู้จัด ถึงกำหนดการ สถานที่ อุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงการเดินทาง โรงแรมที่พัก และการเคลียร์บิล และในระหว่างที่ครูบรรยายคอยช่วย Capture งาน จับภาพการเรียนรู้ หรือหากมีกิจกรรมกลุ่มก็เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง รับฟังแนะนำเพิ่มเติม หากสิ่งใดเกินความสามารถก็ให้เรียนปรึกษาครู


และครูก็มอบหมายให้ได้มีโอกาสบรรยาย หัวข้อเรื่องการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งจะว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนูถนัดและสนุกที่ได้ทำ ครูมอบหมายตามศักยภาพที่หนูมี

  ครูชี้ให้เห็นว่า มีสิ่งไหนที่หนูทำได้ หลังเสร็จงานครูเคยบอกว่า

“ทบทวนวรรณกรรมตอนอยู่ที่หนองคาย บรรยายได้ดีแล้ว แต่สไลด์ ควรจะปรับให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น และเพิ่มรายละเอียดในการทำ Work Shop

ครูชี้ให้กำลังใจ รวมถึงบอกแนวทางแก้ไขให้ดีขึ้นไว้ด้วย

  ครั้งถัดมาของการบรรยาย เหมือนหนูตีความคำว่า “work Shop กับตนเองไม่เป็น”

ครูก็เมตตาชี้ว่า ก็หาตัวอย่างให้เขาลองทำ แล้วครูก็พาทำให้ครั้งถัดมาแบบเป็นให้ดู

  ครูจะชี้ทั้งขอที่ควรแก้ไข และแนวทางแก้ไขให้ด้วย หรือในบางครั้งครูก็แก้ไขให้ดูเลย เช่น การเอื้ออำนวยความสะดวกกับผู้เรียนให้สามารถเข้ามาอ่าน กระดาษที่เขาเขียนระดมความคิดเห็น ครูจะให้ติดไว้ข้าง ๆ ห้อง พอเห็นว่ามันหล่น หรือ อยู่ในสถานะที่ไม่สะดวกจะอ่านได้ หนูควรจะเข้าไปแก้ไข แต่ชี้ให้เห็นแบบทำให้ดูเป็นให้ดูเลยค่ะ

เรื่องการติดต่อประสานงานกับผู้จัดก็เช่นกัน

ครูจะคอยชี้ด้วยการถามว่า “ประสานผู้จัดรึยัง” ห้องไหน อะไร อย่างไร

  พอครูบอกให้ขึ้นสอน แบบบอกให้เป็น ครั้งล่าสุดที่ รพ.กุดชุม ครูก็ส่งสัญญาณก่อนว่าให้บรรยายเรื่องอะไร ตอนไหน ขึ้นสอนเรื่องการทบทวนวรรณกรรมนี่แหละค่ะ สอนมาหลายครั้งแล้ว แต่พอได้พูดก็สั้นนิดเดียวเพราะรู้สึก ใจไปติดแต่คำว่า

“ทำยังไงดี จึงจะดี จึงจะทำให้เขาเข้าใจ”

ใจหนูไปเกิดอาการ ตื่นเวที เพราะความรู้สึกอยากดี ทั้ง ๆที่ เรื่องที่สอน มิได้ซับซ้อนอะไร แค่หนูเคยทำอย่างไร ก็พูดไปแบบนั้น ตามความเข้าใจ สิ่งที่ควรทำก็คือ สื่อสารผ่านประสบการณ์ตนเองว่า ทำมายังไง เจอปัญหาอะไร แล้วตอนนั้นแก้ไขยังไง แล้ว เอาไปทำอะไรต่อกับ paper หรือ ข้อมูลที่สืบค้นได้

แล้วถ้าค้นจากตำราไม่ได้ จะไปหาที่ไหนต่อได้อีก

หรือเช่น ถามคน ถามผู้รู้ ค้นเจาะลงไปในประเด็นที่สนใจ จนได้คำตอบที่ “ใช่” ไปเติมเต็มงานวิจัย

อาจจะนำไปเขียนในส่วนของ ความสำคัญและที่มา หากเป็นโมเดลที่เรานำไปใช้ หรือข้อมูลเชิงสถิติที่บ่งบอกอุบัติการณ์ความรุนแรงของปัญหา ที่ควรเร่งแก้ไข ถ้าไม่แก้ไข ภัยจะคุกคาม หรือ อาจจะนำข้อมูลที่ได้ไปเขียนในการอภิปรายผล เปรียบเทียบเปรียบต่าง ว่าผลการศึกษานี้ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะส่งผลต่อผู้รับบริการหรือบริบทอย่างไร เป็นสิ่งที่คิดว่า ควรทำแต่ก็ยังไม่ได้ทำค่ะ

  เวลาที่หนูประสานงานบกพร่องครูก็จะคอยชี้ว่า

“ก่อนเดินทางควรจะประสานทางผู้จัดให้เรียบร้อยชัดเจนก่อน”

  เวลาที่ครูเป็นให้ดู พอหนูกระโดดลงจากเวที ครูก็เมตตาสอนเติมเต็มในส่วนที่ยังขาด สอนแบบชี้ประเด็นให้เห็นความสำคัญ และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้วย ประมาณว่า

“ถ้าจะเขียนอ้างถึง อ้างถึงอย่างไร ทำอย่างไร จึงจะไม่ใช่การตัดแปะงานวิจัยคนอื่น แต่เขียนให้ต่อเนื่องชัดเจน”

รวมถึงพาทำ Work shop กระบวนการดำเนินไปอย่างสบาย ๆ คนเรียนสนุกที่ได้เกิดความรู้กระจ่างเข้าใจกับตนเอง

  หรือบางคราหนูบกพร่องเรื่องการประสานเรื่องที่พัก ครูก็เมตตาทำให้ดูแบบไม่ขุ่นมัว ทำแบบเรียบง่ายสบายๆ ได้งาน ได้ปัญญาเจ้าค่ะ