วันที่ ๕-๗ ก.ค. นี้ สคส. จัดรายการ "KM สัญจร" ไปเยี่ยมชมกิจกรรม KM ใน ๕ จังหวัด คือ สุพรรณ นครสวรรค์ ตาก พิจิตร และพิษณุโลก เราจะเอาเรื่องย่อของกิจกรรมที่เราจะไปเยี่ยมชมมาลงเพื่อแบ่งปันความรู้
เรื่องแรกคือเรื่องชาวนานักจัดการความรู้ที่สุพรรณบุรี
โรงเรียนชาวนาสุพรรณบุรี : บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
โครงการส่งเสริมการจัดการความรู้เรื่องการทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนมีแนวทางการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตัวเกษตรกรเอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญเป็นเพียง“คุณอำนวย” ให้เกิดเวทีความรู้ แต่ผู้ที่ศึกษาและนำไปปฏิบัติจริงเกิดผลจริงคือตัวเกษตรกรหรือ “คุณกิจ” เกิดเป็นเครือข่ายชาวนา โดยมีชาวนาในพื้นที่ อ.อู่ทอง อ.ดอนเจดีย์ อ.บางปลาม้า และ อ.เมืองเป็นเป้าหมายหลัก การดำเนินงานเริ่มจากเวทีตั้งโจทย์ ระดมสมองทบทวนสถานการณ์การทำนาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อเกษตรกรชาวนาได้ระดมปัญหา จนกระทั่งเห็นปัญหาต่างๆ ร่วมกัน จึงเห็นพ้องกันที่จะเปลี่ยนปแลงตนเองไปสู่วิถีชีวิตและการผลิตที่ดีขึ้น จึงร่วมกันกำหนดเป้าหมายและทิศทางที่จะเป็นทางออกร่วมกัน ในเวทีตั้งเป้า
กิจกรรมในโรงเรียนชาวนา มี 3 หลักสูตรคือ การกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี, การปรับปรุงบำรุงดิน และ การพัฒนาพันธุ์ข้าว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไป 2 หลักสูตรแล้ว สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้
หลักสูตรการกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
</table>
หลักสูตรการปรับปรุงบำรุงดิน
กิจกรรมนี้ได้องค์ความรู้ในเรื่ององค์ประกอบของดิน ชนิดของดิน กระบวนการพัฒนาดิน การสังเกตดินดี ดินไม่ดี และวิธีตรวจวัดอย่างง่าย นอกจากนี้ยังมีการประสานความร่วมมือกับภาควิชาการและหน่วยงานราชการ เช่น แยกเชื้อจุลินทรีย์ในใบไผ่ โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พบว่ามีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จำนวนมาก ประสานความร่วมมือกับ อบต. และผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ตามนโยบายเร่งด่วนของจังหวัด (ชาวนา และคุณอำนวยร่วมเป็นวิทยากรเผยแพร่การจัดการความรู้)
อย่างไรก็ตามโครงการฯ พบว่ามีปัญหาอุปสรรคในหลักสูตรนี้หลายประเด็นด้วยกันคือ พื้นที่ทำนาไม่ได้พักเพื่อหมักฟางตามข้อตกลงเนื่องจากภาวะแห้งแล้งไม่มีน้ำ,วัตถุดิบในการรทำปุ๋ยหมัก เช่น กากน้ำตาล หายากมากขึ้นราคาแพง, นักเรียนบางคนมาไม่ต่อเนื่อง, นักเรียนยังคงใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ ซึ่งโครงการฯ ได้หารือร่วมกับนักเรียนชาวนาแล้วสรุปได้ว่าจะแก้ไขโดย เรียนหลักสูตรปรับปรุงบำรุงดินซ้ำในทุกพื้นที่, ร่วมกันหาวิธีแก้ไขปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ, การใช้ปุ๋ยหมักให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด, การจัดตั้งและจัดการกองทุนปุ๋ย
เมื่อนักเรียนชาวนาได้เรียนหลักสูตรที่ 2 การปรับปรุงบำรุงดินซ้ำแล้ว จึงจะผ่านไปเรียนหลักสูตรที่ 3 คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าว
วิจารณ์ พานิช
๒๘ มิ.ย. ๔๘
</strong>
การทำเกษตรกรรมปัจจุบัน ไม่สามารถคิดแยกส่วนได้เพราะทุกส่วนของระบบต้องพึ่งพิงซึ่งกันและกัน การคิดแบบแยกส่วนเช่นการทำนาตามหลักสูตรที่คิด ก็จะไปพบปัญหาเรี่องเกษตรกรขาดวัตถุดิบในการทำปุ๋ยหมักกากนำตาลแพง ต้องซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์ ทำไห้เกษตรกรขาดความมั่นใจและความมุ่งมั่น ก็จะกลับไปใช้เคมีอีก จึงต้องให้เกษตรกรเข้าใจทั้งระบบ และเริ่มดำเนินการไปจากผู้ที่มีความพร้อม โดยอย่าคาดหวังความสำเร็จเร็วเกินไป และให้ผู้มีความพร้อมเป็นศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่ม และขยายออกไปเป็นกล่มใหญ่มากขึ้น ทั้งนี้แนวคิดทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ คือแนวทางการอยู่รอดของเกษตรกรไทยเป็นหนทางที่แท้จริง
สอบถามว่าทุกวันนี้ยังมีการสอนอยู่ไหมครับพอดีสนใจ..ติดต่อยังไงครับ