วันที่ 12 มิถุนายน 2556


                 วันนี้ผู้เขียนตั้งใจจะไปประชุมเรื่อง นโยบายภาษาเพื่อผู้แสวงหางานทำที่ราชบัณฑิต แต่ก็ได้เปลี่ยนความตั้งใจในทันทีหลังจากได้รับโทรศัพท์จากพี่สายชล ( พี่สายชลคือหนึ่งในผู้ทำงานให้ความช่วยเหลือเรื่องสถานะบุคคลในพื้นที่นางเลิ้ง )  พี่สายชลโทรมาเพื่อชักชวนให้ผู้เขียนไปพบกับป้าสมจิตรที่นางเลิ้ง ป้าสมจิตรเป็นบุคคลตกหล่นทางทะเบียนที่มีปัญหาเรื่องสายตาต้องทำการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก  ป้าสมจิตรจึงต้องการที่จะมีบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องแบกรับค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาลเช่นเคย

                  ผู้เขียนตื่นเต้นมากที่จะได้สอบปากคำเคสเป็นครั้งแรก ผู้เขียนรีบออกจากที่พักเพื่อที่จะไปให้ถึงที่นางเลิ้งเร็วที่สุด แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะรถสาย 35 มีน้อยเสียเหลือเกินทำให้ผู้เขียนต้องเสียเวลาไปกับการยืนรอรถเป็นเวลานานมาก ผู้เขียนนั่งรถสาย 35 มาลงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และนั่งรถวินมอเตอร์ไซค์มาที่ตลาดนางเลิ้ง  

                  เมื่อไปถึงบ้านป้าสมจิตรผู้เขียนก็พบว่าผู้เขียนมาช้าเกินไปเนื่องจากพี่สายชล และพี่อ้อได้สอบปากคำป้าสมจิตรเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนจึงได้สอบถามเรื่องราวของป้าสมจิตรจากพี่สายชล และพี่อ้อ ได้ความว่า

                  ป้าสมจิตร เหมาคง เกิดเมื่อ พ.ศ. 2487  ไม่ทราบสถานที่เกิด ป้าสมจิตรอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่จังหวัดสิงห์บุรี  แม่บุญธรรมชื่อ นางประจวบ เหมาคม มีอาชีพขายกล้วยที่ตลาดสดบริเวณศาลากลาง พ่อบุญธรรมชื่อ นายสนิท เหมาคม และ มีพี่ชายร่วมบิดามารดา1คน แต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว  ป้าสมจิตรไม่รู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงของตน

                  ป้าสมจิตรเคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดสังฆราชาวาส จ.สิงห์บุรี แต่ไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  เมื่ออายุ 12ปี ราวปีพ.ศ.2499 ป้าได้หนีออกจากบ้านกับเพื่อนที่สิงห์บุรี  มาอาศัยอยู่ในย่านชุมชนนางเลิ้ง และไม่เคยกลับไปที่สิงห์บุรีอีกเลย

                   ราวปี พ.ศ. 2513ป้าได้อยู่กินกับนายสุชาติ ด้ามทอง และได้ถูกจับสองครั้ง ครั้งแรกป้าถูกจับที่ตรอกขี้เถ้า ในข้อหาเสพยาเสพติด ได้รับโทษจำคุก 6เดือน และครั้งที่สองถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้เพื่อการจำหน่ายได้รับโทษ จำคุก5ปี หลังออกจากคุก ป้าสมจิตรได้ทำอาชีพรับจ้างซักผ้ารีดผ้ามาจนถึงปัจจุบัน

                   หลักจากสอบถามข้อเท็จจริงของป้าสมจิตรเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนได้ติดตามพี่สายชล และพี่อ้อไปที่เขตป้อมปราบเพื่อ ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าป้าสมจิตรมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือไม่  เจ้าหน้าที่ทำการค้นหาโดยพิมพ์ ชื่อ สมจิตร เหมาคม ในระบบ พบบุคคลชื่อนี้อยู่ที่จังหวัดระยองและได้เสียชีวิตแล้ว พี่สายชลจึงได้ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

                   เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำว่า  กรณีนี้อาจจะเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำชื่อเข้าในระบบ หากจะสืบค้นจะต้องไปสืบค้นจากแฟ้มซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการจัดเก็บไว้ที่จังหวัดสิงห์บุรี  พี่สายชลจึงได้ออกความเห็นว่าเราควรนัดประชุมกันเพื่อวางแผนการทำงานกันอีกครั้งหนึ่ง  ในวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ที่มหาวิทยาลัยธรรมสาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อปรึกษากันว่าจะเริ่มต้นทำอย่างไรดี

                    แม้วันนี้ผู้เขียนจะไม่มีโอกาสได้สอบถามข้อเท็จจริงจากป้าสมจิตรด้วยตนเอง แต่จากการสอบถามพี่สายชล และพี่อ้อ ผู้เขียนก็ได้เรียนรู้ว่า หากครั้งต่อไปผู้เขียนจะต้องสอบปากคำ ผู้เขียนควรจะต้องสอบถามเรื่องใดบ้าง  และต้องติดต่อใครบ้าง  และถึงแม้ว่าจะพลาดการประชุมที่ราชบัณฑิต แต่ก็ไม่เสียใจเพราะนี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเจอกับเคสที่มีปัญหา หวังว่าในอนาคตผู้เขียนจะได้สอบปากคำเคสที่มีปัญหาด้วยตนเอง และมีโอกาสได้เป็นเจ้าของเคสบ้าง