ถ้ารัฐในระบอบการเมืองการปกครองที่ไม่ยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรมแล้ว สิ่งที่เราทำได้ก็คือ การประท้วง(อังกฤษ:Protest) การประท้วงเป็นการแสดงออกด้วยการกระทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคัดค้าน หรือ ไม่เห็นด้วย มีหลากหลายวิธี เช่น การ อดข้าวประท้วง การเดินประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการแสดงออกทางสังคมและการเมือง การประท้วงที่ใช้ความรุนแรงก่อให้เกิดความวุ่นวายจะกลายเป็น การจลาจล

รูปแบบของการประท้วงทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม จัดรูปแบบได้ดังนี้

1. การประท้วงในที่สาธาณะ

1.1 การเดินประท้วง (protest march) โดยผู้ประท้วงเดินในที่สาธารณะและชูป้ายแสดงความคิดต่างๆ

1.2 การจัดกลุ่มประท้วง เป็นการรวมกลุ่มเป็นจุดๆ เช่น การประท้วงหน้าโรงงาน

1.3 การประท้วงบนถนน (street protest) ผู้ประท้วงใช้ถนนเป็นสถานที่เพื่อแสดงความเห็นให้แก่ผู้สัญจรไปมา

1.4 การประท้วงด้วยการกีดขวาง (lock-downs) ผู้ประท้วงจะขัดขวางหรือกีดกันกิจกรรมของผู้ถูกประท้วงไม่ไห้ดำเนินงานต่อไปได้ รวมถึงการวางวัตถุสิ่งของเพื่อขัดขวางการสลายการชุมนุม

1.5 การแกล้งตาย (die-ins) เป็นความแสดงการตายโดยแกล้งนอนเป็นศพ เพื่อให้ได้รับความสนใจ

1.6 การแต่งเพลงประท้วง (protest song) โดยแต่งเพลงที่มีเนื้อหาในเรื่องที่เรียกร้อง ได้รับความนิยมในสังคมตะวันตก เช่นเพลงเรียกร้องเพื่อการปลดปล่อยทาส

2.การประท้วงด้วยการเขียน โดยมักจะเขียนเป็นจดหมายเรียกร้องและลงชื่อผู้เข้าร่วมประท้วงต่อท้าย

3. การประท้วงโดยการขัดขืน หรือ การดื้อแพ่ง เช่น

3.1  การนั่งกีดขวาง (sit-in)

3.2  การใช้คนขวางทางสัญจร (Raasta roko)

3.3  การเปลือยกายในที่สาธารณะ

3.4  การอดข้าวประท้วง

3.5  การเขียนข้อความบนกำแพง

3.6  การส่งข่าวสารที่ถูกเซ็นเซอร์

4.การประท้วงด้วยการจัดค่าย เป็นการรวมกลุ่มผู้คัดค้านมาอยู่ร่วมกัน

5.การประท้วงด้วยความรุนแรง

5.1  การจลาจล

5.2  การพลีชีพ

5.3  การปฏิวัติเป็นการจับอาวุธสู้กับฝ่ายรัฐบาล

6.การประท้วงทหาร

6.1  การปฏิเสธการเกณฑ์ทหาร 

6.2  การกีดขวางการลำเลียงอาวุธ

7.การประท้วงของผู้ใช้แรงงาน

7.1 การนัดหยุดงาน

7.2 การนั่งประท้วงโดยไม่เข้างาน

7.3 การผละงาน

7.5 การขีดขวางไม่ให้เข้าทำงาน

8. การประท้วงของผู้บริโภค

8.1  การงดซื้อสินค้า

8.2  การกระจายข่าวปัญหาของผลิตภัณฑ์

8.3  การทำสินค้ามาทำลายในที่สาธารณะ

ไม่ว่าการประท้วงเหล่านี้จะรุนแรงมากเพียงใดก็ตาม ในสังคมเสรีนิยมประชาธิปไตย การประท้วงนี้ต้องไม่ทำด้วยความรุนแรง ต้องใช้สันติวิธีในการต่อสู้ การประท้วงต้องทำอย่างอารยะ เรียกอย่างหนึ่งว่าอารยะขัดขืน


<p>หนังสืออ้างอิง</p>

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. อารยะขัดขืน. http://chaisuk.wordpress.com/2007/07/13/summary-civil-disobedience-chaiwat/  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สมชาย ปรีชาศิลปะกุล. การดื้อแพ่งต่อกฎหมายของประชาชน.

http://www.openbase.in.th/http:/%252Fwww.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%25  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สมชาย ปรีชาศิลปะกุล.แนวความคิดเรื่องการดื้อแพ่งของนักปรัชญาอเมริกัน John Rawls. http://www.spiceday.com/archiver/?tid-52063.html  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อุเชนทร์ เชียงแสน. ว่าด้วยบันไดและอารยะขัดขืน: จากสมัชชาคนจนถึง Pmove. http://blogazine.in.th/blogs/uchane-cheangsan/post/4148  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. การประท้วง. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%87  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. อารยะขัดขืน. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87  เข้าถึงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556