ตอนที่ 5 ยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ครูเต
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ถ้าฝึกให้เด็กคิดยุทธศาสตร์ขึ้นมาเองให้กระทำอย่างง่ายๆเช่น ยุทธศาสตร์ในการเล่นกีฬา ยุทธศาสตร์ในการอ่านหนังสือ หรือยุทธศาสตร์ในชีวิตปรกติเช่น การแต่งกาย ถ้าต้องการแต่งกายให้รวดเร็วและเรียบร้อย เด็กควรจะทำอย่างไร ควรสวมอะไรก่อน เสื้อหรือกางเกงหรือสวมถุงเท้าก่อน(ไม่มีใครคิดว่าควรสวมถุงเท้าก่อน แต่ลองทำดู) ทดลองใช้ยุทธศาสตร์หลายๆอย่างแล้วบันทึกข้อดี ข้อเสียของแต่ละยุทธศาสตร์ปรับปรุงให้ดีขึ้น จะกลายเป็นเด็กมีคุณภาพอย่างไม่ยากเลย

ตอนที่ 5

ยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

        ความเป็นอยู่ของทุกคน ทุกเพศและทุกวัยในปัจจุบันเป็นการแก้ปัญหาชีวิตตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการนอน การตื่นนอน การกิน การเดินทางไปทำงาน การทำงาน การศึกษา การรักษาสุขภาพ การอยู่ร่วมในสังคม การปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี  สิ่งแวดล้อม การพักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกาย ภาระหน้าที่ ฯลฯ เราอาจใช้ยุทธศาสตร์ในการกระทำสิ่งเล็กๆน้อยๆ หรือสิ่งง่ายๆ แล้วสังเกตดูว่าได้ผลดีขึ้นหรือไม่ ถ้าได้ผลดีเป็นที่พอใจก็ควรบันทึกไว้และปรับปรุงให้ดีขึ้น เมื่อทำเป็นกิจวัตรนานเข้าจะเห็นว่าการใช้ชีวิตอย่างมียุทธศาสตร์นั้นต่างจากการใช้ชีวิตตามปรกติอย่างเห็นได้ชัดเจน

     ถ้าฝึกให้เด็กคิดยุทธศาสตร์ขึ้นมาเองให้กระทำอย่างง่ายๆเช่น ยุทธศาสตร์ในการเล่นกีฬา ยุทธศาสตร์ในการอ่านหนังสือ หรือยุทธศาสตร์ในชีวิตปรกติเช่น การแต่งกาย ถ้าต้องการแต่งกายให้รวดเร็วและเรียบร้อย เด็กควรจะทำอย่างไร ควรสวมอะไรก่อน เสื้อหรือกางเกงหรือสวมถุงเท้าก่อน(ไม่มีใครคิดว่าควรสวมถุงเท้าก่อน แต่ลองทำดู) ทดลองใช้ยุทธศาสตร์หลายๆอย่างแล้วบันทึกข้อดี ข้อเสียของแต่ละยุทธศาสตร์ปรับปรุงให้ดีขึ้น จะกลายเป็นเด็กมีคุณภาพอย่างไม่ยากเลย

     เมื่อเราอยู่บ้านจะมีกิจกรรมท้าทายหลากหลาย ถ้าเช้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาพบปัญหาว่า เช้านี้คนในครอบครัวจะกินอะไร และเราเป็นพ่อบ้านจะทำอย่างไร เมื่อหันไปหาแม่บ้านก็ได้รับคำแนะนำว่าก่อนที่จะคิดทำอะไรเราควรมี เนื้อหมูดีๆ 1 กิโลกรัมและผักอีก 2-3 อย่าง

     พ่อบ้านได้รับรู้ดังนั้นก็ต้องรีบเร่งดำเนินการทันที  คิดถึงตลาดเป็นอันดับแรก  รีบเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว ค้นหาเสื้อผ้าที่เหมาะสม แต่งตัวเสร็จแล้วคิดถึงสมาชิกในครอบครัวจะไปตลาดทั้งทีใครมีธุระอะไรหรือต้องการอะไรที่ตลาดบ้าง จะได้จัดการไปพร้อมกันที่เดียว คุณพ่อ(ปู่)อยากกินปาท่องโก๋ ลูกคนโตอยากได้กระดาษพิมพ์งาน ลูกคนเล็กอยากได้ช็อคโกแลต คุณแม่(ย่า)อยากไปสระผม (ต้องติดรถไปด้วย) จะนำรถมอเตอร์ไซค์ไปคงไม่สะดวกต้องเอารถยนต์ไป ตรวจดูความเรียบร้อยของรถยนต์เสียก่อน ยางลมปรกติหรือเปล่า หม้อน้ำพร่องหรือไม่ น้ำมันมีพอไหม  นั่งรอคุณย่าแต่งตัว  เมื่อพร้อม ไขกุญแจบ้านประตูใหญ่ เปิดออก เรียกเด็กๆมาช่วยกันหน่อยอย่าให้หมาวิ่งออกไปนอกบ้าน มาช่วยกันจับเอาเข้ากรงไว้ก่อน  เอารถออกเสร็จแล้ว มาช่วยกันปิดประตูแล้วค่อยปล่อยหมาออกมา ขับรถมาถึงตลาดวนหาที่จอดอยู่ 2-3 รอบ ได้ที่จอดไม่ค่อยดีเลย มีช่องอยู่นิดเดียว ต้องจอดเบียดกันห่างแค่คืบ คุณย่าต้องค่อยๆลงระวังประตูรถจะไปโดนรถคันข้างๆเดี๋ยวเป็นเรื่อง  คุณย่าไปสระผมที่ร้านเจ้าประจำอีกด้านของตลาด ส่วนเราต้องเข้าตลาดสดซื้อเนื้อหมูและผัก แยกกันดีกว่าไปคนละทาง แต่ว่าคุณย่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ถ้านานเราซื้อของเสร็จแล้วขอกลับก่อน แล้วจะมารับคุณย่าทีหลัง ตกลงกันตามนี้ เราซื้อเนื้อหมูอย่างดี 1 กิโลกรัมจ่ายเงินไป 140 บาทแล้วหาซื้อผักอีก 2-3 ชนิดจ่ายเงินไป 50 บาท รวมจ่ายค่าของทั้งหมด 190 บาท ได้ของแล้วขับรถไปธุระให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นแล้วกลับบ้าน ถึงบ้านบีบแตรรถให้เด็กๆมาช่วยเปิดประตู กันไม่ให้หมาออกมานอกบ้าน นำเนื้อหมูมาให้แม่บ้าน  แม่บ้านบอกว่าขอโทษลืมบอกว่าให้ซื้อซีอิ้วขาวให้ด้วยเพราะหมดพอดี ......โอย..

เรามาลองวิเคราะห์กิจกรรมซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัมและผัก 2-3 อย่างของเรา

-  ก่อนไปตลาด อาบน้ำ แต่งตัว เลือกเสื้อผ้า ถามสมาชิก รอคุณย่า จับหมา เปิดประตู ขับรถ หาที่จอดรถ

-  คุณปู่ฝากซื้อของที่ตลาดหมายเลข 1 ลูกฝากซื้อของที่ตลาดหมายเลข 2 ตนเองซื้อของที่ตลาดหมายเลข 3

-  ใช้เวลาเพื่อกิจกรรมซื้อเนื้อหมู ผักและอื่นๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง

-  ค่าใช้จ่าย ค่าเนื้อหมูและผัก 140+50 = 190 บาท  ค่าน้ำมันรถ 100 บาท ค่าเสี่ยง ค่าสึกหรออื่นๆ(ไม่คิดเพราะไม่เกิด)รวมค่าใช้จ่ายที่ใช้ทั้งหมด(เท่าที่ประเมินได้) 290 บาท

      

 เมื่อวิเคราะห์กิจกรรมซื้อเนื้อหมูและผักในกรอบข้างบนจะได้ดังนี้

-   โทรศัพท์ไปที่ร้านขายหมู (ต้องมีการติดต่อประสานงานไว้ล่วงหน้า คือ  เบอร์โทรศัพท์ของแม่ค้าหมู ต้องรู้จักแม่ค้าหมู แม่ค้าหมูต้องรู้จักเรา ต้องนัดหมายการส่งของ มีข้อตกลงเรื่องการส่งของ นัดหมายการจ่ายเงิน การบรรจุหีบห่อ )

-  ต้องมีบริการรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ( รู้จักบ้านเรา)

-  เวลาที่ใช้สำหรับตนเอง 1 นาที (โทรศัพท์ ) และรอ ประมาณ 20 นาที

-  ค่าใช้จ่าย ค่าโทรศัพท์ ค่าเนื้อหมู ค่าส่งของ  2+140+20 =162 บาท

  จะเห็นว่ากิจกรรมซื้อเนื้อหมูและผักในชีวิตประจำวันทั้ง 2 กรณีนั้น ได้คุณค่าและเสียคุณค่าต่างกันอย่างชัดเจน กิจกรรมแรกนั้นเป็นกิจกรรมตามปรกติ ส่วนกิจกรรมหลังนั้นเป็นยุทธศาสตร์ที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ยุทธศาสตร์การพัฒนา



ความเห็น (0)