drniwat
น.พ. นิวัฒน์ ลีวงศ์วัฒน์

ออกแขก...โหมโรง


        ในวันนี้ หากจะถามผู้บริหารท่านใดไม่ว่าจะอยู่ในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินคำว่า“ยุทธศาสตร์”หรือ“กลยุทธ์ เพราะปัจจุบัน “ยุทธศาสตร์”หรือ“กลยุทธ์ เปรียบเสมือนเป็น“ยาดำ” ที่แทรกอยู่ในทุกๆวงการและทุกๆเรื่องซึ่งมีผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆที่เป็นไปอย่างรวดเร็วทั้งภายในและภายนอกองค์กร ดังนั้นผู้บริหารทุกระดับจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในระดับที่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานขององค์กรได้

        ในปัจจุบันมีหนังสือเกี่ยวกับการวางแผนยุทธศาสตร์หรือการวางแผนกลยุทธ์มากมายในท้องตลาด(ยังไม่นับเอกสารที่หน่วยงานต่าง ๆ ผลิตขึ้นใช้เองต่างหาก) แต่สิ่งที่สร้างความลำบากใจ ความสับสนมึนงงให้ผู้บริหาร หรือผู้ที่สนใจเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ก็คือ ตำราส่วนใหญ่เน้นเนื้อหาวิชาการ ทฤษฎี และหลักการมาก อีกทั้ง ยังยากต่อการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาศาสตร์ด้านนี้ใหม่ๆ นอกจากนี้ตัวอย่างส่วนใหญ่ มักเป็นของหน่วยงานในต่างประเทศหรือไม่ก็เป็นหน่วยงานภาคธุรกิจ ทำให้นำไปประยุกต์ใช้สำหรับหน่วยงาน ภาครัฐได้ยากเนื่องจากบริบทหรือสภาพแวดล้อมขององค์กรแต่ละประเภทแตกต่างกัน ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงเนื้อหา และศัพท์แสงต่าง ๆ ตลอดจนความหมายที่ให้ไว้ในหนังสือแต่ละเล่มที่ยังไม่เหมือนกันอีกต่างหาก... นั่นคือมูลเหตุ หลัก ๆ ของการเขียนหนังสือเล่มนี้ครับ

        นอกจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นแล้วตัวผมเองก็ถูกบรรดาลูกศิษย์หรือ ผู้เข้าสัมมนาหลายต่อหลายคน รบเร้า(ยุ)ว่า เมื่อไหร่อาจารย์จะเขียนหนังสือ(ที่อ่านง่ายๆเหมือนที่ฟังผมบรรยาย)ออกมาวางขายเสียที ที่ผ่านมา ก็ได้แต่ผัดผ่อนไปเรื่อย ๆ จนลืมมันไปในที่สุด แต่แล้ววันหนึ่งผมก็ได้ไปเจอคำถามๆหนึ่งที่กระแทกใจผมมาก ในงานสัมมนาที่มีชื่อว่า “Design Your Life” ของ โค้ชศิริลักษณ์ ตันศิริ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ (Motivator) หญิงคนแรกของเมืองไทยที่ถามว่า “ถ้าวันนี้ผมมีเวลาในชีวิตเหลืออีกเพียง 6 เดือน อะไรคือสิ่งที่ผม อยากทำมากที่สุด?” บวกกับการที่ได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร Landmark Forum ของ Landmark Education ภาพของหนังสือเล่มนี้ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของผมอีกครั้ง ผมเริ่มมีความชัดเจนว่า ถ้าวันใด วันหนึ่งที่ผมต้องจากโลกนี้ไป ผมคงจะเสียดายมาก ๆ ถ้าความรู้และประสบการณ์นับ 10 ปีที่ได้คลุกคลี ล้มลุก คลุกคลานและได้ลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วนในวงการนี้จะต้องมีอันเป็นไปพร้อมกับชีวิตของผม มันน่าจะดีกว่า มั๊ย! ถ้าจะได้สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่สนใจที่จะเรียนรู้เรื่องการวางแผนกลยุทธ์ ก็ต้องขอ ขอบพระคุณ โค้ชศิริลักษณ์ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

        หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาศาสตร์ด้านการวางแผนกลยุทธ์ที่ไม่ชอบอ่านหนังสือแปลหรือหนังสือที่ดูเป็นตำราวิชาการมากเกินไป แต่ต้องการหนังสือเชิงประสบการณ์ที่เหมือน เป็นเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกและปัญหาของท่าน มานั่งคุยให้ท่านฟังเป็นการส่วนตัว กลั่นกรองเอาเฉพาะส่วนที่ เป็นแก่นหรือหลักการพื้นฐานที่จำเป็น ตลอดจนแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์ที่เรียบง่าย สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้สำหรับหน่วยงานเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนตัวแล้วผมต้องการให้หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่อ่านสบาย ๆ…ไม่เวียนหัว…ตรงประเด็น…เข้าใจง่าย…เน้นการนำไปใช้งานจริง

        ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ที่เริ่มเข้าสู่วงการการวางแผนกลยุทธ์ใหม่ ๆ หรือเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในยุทธจักรนี้ มานานแล้วก็ตาม ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้แน่นอน เพราะการวางแผนกลยุทธ์เป็นศาสตร์ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีหลากหลายแนวทาง รวมทั้งปรับปรุงพัฒนาตลอดเวลา

        สิ่งที่เขียนในหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่ได้จากการอ่านหนังสือทั้งไทยและเทศ จากการฟังการบรรยายต่าง ๆ จากการทดลองปฏิบัติที่หน่วยงานของตนเอง ตลอดจนจากการตกผลึกทางความคิดจากประสบการณ์ของการเป็นวิทยากรและที่ปรึกษาในการจัดทำแผนกลยุทธ์ให้หน่วยงานต่าง ๆ หลายร้อยหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับกรมจนกระทั่งถึงหน่วยงานระดับรากหญ้า ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งจากการประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวอีกด้วย

        ดังนั้น อยากจะบอกทุกท่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ว่า ศาสตร์ด้านการวางแผนกลยุทธ์มิใช่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารองค์กรเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในชีวิตส่วนตัวได้อีกด้วย เพราะตัวเราก็เหมือนกับองค์กร ๆ หนึ่ง มีอวัยวะระบบต่าง ๆ เป็นเสมือนแผนกหรือฝ่ายต่าง ๆ มีระบบประสาทส่วนกลางเป็นฝ่ายบริหารและมีสมองเป็น CEO ทำหน้าที่สั่งการ มีระบบอวัยวะภายนอกเป็นด่านหน้าและมีระบบอวัยวะภายในเป็นหน่วยสนับสนุนหรือ Back Office บางทีก็ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง เจ็บป่วยบ้าง หมดแรงบ้าง ดังนั้นหากเราได้นำศาสตร์ด้าน การบริหารเชิงกลยุทธ์มาปรับใช้ สร้างภาพของตัวเราในอนาคตที่ต้องการบวกกับความปรารถนาอันแรงกล้า รู้ว่า สิ่งใดคือกิจสำคัญที่ต้องกระทำ กำหนดเป้าหมายที่จะต้องบรรลุ วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนในตัวเรา รวมทั้งรู้เท่าทัน ปัจจัยภายนอกที่เป็นปัจจัยส่งเสริมและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายต่างๆที่กำหนดไว้ แล้วจึงสร้าง เส้นทางสู่เป้าหมายที่เหมาะสมแก่  ตัวเรา แตกออกเป็นแผนงาน กิจกรรมที่เราจะต้องทำในแต่ละปี…แต่ละ เดือน…แต่ละสัปดาห์…จนถึงแต่ละวัน กำหนดสิ่งที่เราจะใช้วัดและประเมินความก้าวหน้าในแต่ละช่วงเวลา รวบ รวมเรียบเรียงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ก็จะได้แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการส่วนบุคคล นำมันไปปฏิบัติจริง ติดตามประเมินผล ทบทวนแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน นำไปปฏิบัติ…ทบทวนแก้ไข…นำไปปฏิบัติ…ทบทวน แก้ไข…จนกว่าจะถึงเส้นชัยที่มุ่งหวัง

        สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนช่วยให้ผมสามารถเขียนหนังสือเล่มนี้จนเสร็จ และสามารถพิมพ์ ออกมาเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์อยู่ในมือของท่านผู้อ่าน และท้ายที่สุดที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษก็คือ...ทุก ๆ ท่านที่ได้ สละเวลาอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ในขณะนี้ไงครับ

ด้วยความปรารถนาดี
น.พ.นิวัฒน์  ลีวงศ์วัฒน์
26 ตุลาคม พ.ศ.2554

หมายเลขบันทึก: 538670เขียนเมื่อ 9 มิถุนายน 2013 14:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 มกราคม 2019 16:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

ติดตามอ่านค่ะ ขอบคุณสิ่งดีๆ


ขอบคุณครับ แต่คงต้องรอหน่อยนะครับ เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนครับ แต่จะรีบเขียนให้เร็วที่สุดครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี