ให้โอวาทนักศึกษาพยาบาล...


พยาบาลน่ะมองดูแล้วชุดก็สะอาด กิริยามารยาทก็ดี ใจก็ดี พยาบาลอย่างนี้แหละทุกคนต้องการ อยู่ในหมู่มวลพยาบาลด้วยกัน พระพุทธเจ้าท่านสอนเราให้เราทุก ๆ คนรักกัน สงสารกัน เมตตากัน ไม่ให้มีอิจฉาพยาบาทกัน เห็นใครได้ดีก็ยินดีด้วย เห็นคนอื่นเค้าสวยก็ยินดีด้วย เค้าดีก็ยินดีด้วย คนอื่นเค้าไม่ดีเราก็อย่าไปซ้ำเติมเค้า

วันนี้คณะนักศึกษาพยาบาลจะได้เดินทางกลับบ้าน “ดีมาก” นักศึกษาได้มาวัด  มาอยู่วัด มาประพฤติปฏิบัติธรรม


ชีวิตของทุก ๆ นี้จะมีความสุขต้องตั้งอยู่บนรากฐานแห่งการประพฤติปฏิบัติธรรม  เป็นการเตรียมชีวิตวางแผนชีวิต พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าดีมาก เป็นการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ความดี ความถูกต้อง ความสุจริต เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ทุกท่านทุกคนเข้าหาความดับทุกข์ ทั้งทางกายและทางใจ

ปัญหาต่าง ๆ นั้นล้วนแต่เกิดจากเราทั้งหมดทั้งสิ้น ถึงแม้จะมีสิ่งอื่นสิ่งภายนอกมาเกี่ยวข้องมันก็ล้วนแต่เกิดจากเราทั้งสิ้น ถ้าเราเป็นคนดีนิสัยดี ขยันอดทน ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นผู้ที่มีศีล ทุก ๆ คนก็จะเข้าถึงความสุขความดับทุกข์ได้ ถ้าเราเป็นคนไม่ขยันไม่อดทน ทุก ๆ คนย่อมไม่มีความต้องการเรา รังเกียจเรา ถ้าเราเป็นคนไม่ประหยัด หลงวัตถุ  ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เป็นผู้ที่ทะยานอยากทางวัตถุ ไม่เป็นผู้ที่รู้จักทำให้เป็นคนพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง ก็ย่อมเป็นหนี้เป็นสิน นำความทุกข์ นำความยาก นำความลำบากมาให้แก่ตัวเองตลอดถึงครอบครัว

ถ้าเราเป็นคนมีศีลน่ะ ทุกคนก็รักเคารพนับถือไว้วางใจ อยู่ในสถานพยาบาล  อยู่ในครอบครัว หรืออยู่ในองค์กรต่าง ๆ ทุก ๆ คนล้วนแต่ต้องการคนมีศีล "ผู้ที่อดทนในการรักษาศีลชื่อว่าเป็นผู้ที่เพิ่มเรทติ้งในอาชีพให้กับตัวเอง"

เราเป็นพยาบาล ชีวิตของเราน่ะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย ผู้ที่มีความทุกข์ทั้งทางกายมีความทุกข์ทั้งทางใจ ทำอย่างไรใจของเราจะสบาย ใจของเราจะไม่มีทุกข์...?

อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ได้บุญได้กุศลมาก ให้ทุกท่านทุกคนถือโอกาสบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลนะ ถือว่าทุกคนเป็นญาติพี่น้องเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ทุก ๆ คนน่ะต้องเจริญเมตตาให้มาก ๆ เจริญเมตตาให้พิเศษ สงสารคนป่วย สงสารญาติของผู้ป่วย ทุกคนไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตาย แต่มันเป็นสมบัติของทุก ๆ คนที่เกิดมา ทุกคนจะหลีกหนีไปไม่พ้น เราต้องดูแลผู้ป่วยทั้งกายและดูแลทั้งจิตใจของผู้ป่วย 

ฝึกพูดดี ๆ  พูดเพราะ ๆ ฝึกกิริยามารยาทให้ดี ๆ

พยาบาลก็เปรียบเสมือนแม่ที่คอยดูลูก ๆ ดูหลาน ๆ ให้ความสุขทั้งทางกายให้ความสุข  ทั้งทางใจ แล้วก็อย่าพากันลืมเรื่องจิตเรื่องใจของตัวเองนะ เพราะเราเกี่ยวข้องกับคนป่วย  คนทุกข์ยากลำบากทั้งกายทั้งใจ เราจะคอยเป็นทุกข์กับเค้า ให้ถือเอาโอกาสถือเวลาเพื่อจะพัฒนาจิตพัฒนาใจของตัวเอง ฝึกทำใจให้สบายในปัจจุบัน แล้วก็ฝึกปล่อยวางจิตใจในปัจจุบัน  ไปพร้อม ๆ กัน

ใช้สมาธิมาก ๆ... สมาธิก็คือทำจิตใจให้มันดี ให้มีความสุข ให้ใจดีใจสบาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อะไรจะตั้งอยู่ อะไรจะดับไป ก็พยายามทำใจของเราให้มันดีให้มันสบาย รักษาใจของเราให้มันคงที่คงวา สมาธินี้เราต้องใช้เยอะ ๆ นะ ทำใจอ่อนไหวมากไม่ได้ เขาร้องไห้ก็ร้องไห้กับเขา เขาเป็นทุกข์ก็เป็นทุกข์กับเขาน่ะไม่ได้

ต้องเป็นตัวของตัวเองอย่าให้อิทธิพลมันครอบงำเรา... ฝึกใจสบายด้วยการฝึกลมหายใจ ฝึกหายใจเข้าให้สบายไว้ฝึกหายใจออกให้สบายไว้ ฝึกใจมีอุเบกขาวางเฉยต่ออารมณ์ ที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้เราก็ทำได้ปฏิบัติได้ เมื่อเราทิ้งจากภารกิจ หันหน้าไปทางอื่นอย่างนี้เราก็ต้องตัด   ต้องปล่อยวางได้ ถ้าเราไม่ฝึกตัดฝึกปล่อยฝึกวางนั้นน่ะ การสั่งสมความทุกข์ในจิตใจของเราน่ะมันสั่งสมวันละนิดวันละหน่อย ทำให้เราเป็นทุกข์ ทำให้เราเครียดโดยไม่รู้ตัว

เราทำงานเพื่องาน ทำงานเพื่อเสียสละ เพื่อใจของเรามีความสุข ผลที่เราจะได้รับก็คือเงินเดือน ได้บุญกุศลคุณธรรม กว่าเราจะแก่กว่าเราจะเกษียณน่ะ การพัฒนาจิตใจของเรามันก็พัฒนาไปได้ไกลนะถ้าเราตั้งใจประพฤติปฏิบัติ

เราเอาที่ทำงานของเรานั้นน่ะเป็นที่ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมก็คือปฏิบัติงานนั้นแหละ  เรากลับไปบ้านก็ไปดูแลพ่อแม่ ดูแลญาติพี่น้อง ให้มันดี ๆ ให้มีความสุข ทุก ๆ คนน่ะอย่าได้พกเอาความเครียดจากการจากงานกลับไปที่บ้าน แล้วเราก็จะมีความสุข ครอบครัวเราก็จะมีความสุข มีความสงบ


ความสุขความสงบนี้เป็นสิ่งที่ดีมากเป็นสิ่งที่ประเสริฐมากนะ ถ้าเรามีเงินมีสตางค์  มียศถาบรรดาศักดิ์ ถ้าเราใจของเราไม่สงบมันก็มีความทุกข์ มันก็ใช้ไม่ได้ สู้เราปฏิบัติธรรมกับการทำงานกับการอยู่ในครอบครัวไม่ได้

นักศึกษาทุกคนให้วางแผนให้ดี ๆ นะ สุขของเราหรือว่าสุขในครอบครัวของเราน่ะ มันอยู่ที่เราเป็นคนดี เป็นคนที่ใจดี ใจสงบ สุขที่เราไม่เป็นหนี้ไม่เป็นสิน ต้องตั้งใจไว้ดี ๆ สมาทานไว้ดี ๆ ว่าเราจะพยายามเป็นคนดีแล้วก็ไม่สร้างหนี้สร้างสิน เพราะคนเป็นหนี้มันทุกข์มาก อย่าพากันไปหลงวัตถุ ไปแข่งวัตถุ ประเทศที่เค้าเจริญน่ะเค้าเป็นโรคประสาทเป็นโรคจิตมากกว่าประเทศที่ยังไม่พัฒนานะ เพราะพากันหลงวัตถุพัฒนากันแต่วัตถุ ไม่ได้พัฒนาใจ

ให้มีสติสัมปชัญญะให้ดี ๆ เพื่อที่จะเบรกตัวเองหยุดตัวเองเดี๋ยวจะสร้างหนี้สร้างสินโดยไม่รู้ตัว ถ้าเราอยากเป็นคนสวยคนงามอย่างนี้ก็ต้องเป็นคนขยันเป็นคนอดทนเป็นคนเสียสละ  เป็นคนไม่ตามจิตตามใจ เป็นผู้ที่แต่ความเมตตาความสงสาร แต่ถ้าเราเป็นคนที่ตามใจ  ตามอารมณ์ตัวเอง ใช้ชีวิตไม่รู้จักคิดน่ะ ในอนาคตเราก็จะกลายเป็นนางยักษ์นางมารร้ายโดย  ไม่รู้ตัว มันงามแต่ภายนอก งามแต่เปลือกนอก ปฏิปทาไม่งาม ใจไม่งาม เค้าให้แต่งตัวสวย ๆ แต่งตัวงาม ๆ เพื่อที่จะเป็นคนเสียสละ เพื่อที่จะเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว เราทำไปเพื่อให้คนอื่นเค้ามีความสุข ไม่ใช่ทำไปเพื่อที่จะหลง เพื่อที่จะ “ล่อเหยื่อ...”

พยาบาลน่ะมองดูแล้วชุดก็สะอาด กิริยามารยาทก็ดี ใจก็ดี พยาบาลอย่างนี้แหละทุกคนต้องการ อยู่ในหมู่มวลพยาบาลด้วยกัน พระพุทธเจ้าท่านสอนเราให้เราทุก ๆ คนรักกัน  สงสารกัน เมตตากัน ไม่ให้มีอิจฉาพยาบาทกัน เห็นใครได้ดีก็ยินดีด้วย เห็นคนอื่นเค้าสวยก็ยินดีด้วย เค้าดีก็ยินดีด้วย คนอื่นเค้าไม่ดีเราก็อย่าไปซ้ำเติมเค้า

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเมตตาบุคคลที่อยู่ใกล้ ๆ เช่นเมตตาคุณพ่อคุณแม่ บุตรธิดา ภรรยาสามี ตลอดทั้งเพื่อนที่ทำงานร่วมกันนี้ต้องเมตตา เราต้องเป็นผู้ให้ อย่าเป็นผู้เอา พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่างทั้งทางด้านจิตใจ ด้านการงานอะไรทุกอย่าง  

เราอยู่ร่วมกันเราต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกัน เราอยู่ในสังคมพยาบาลน่ะ มันมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราก็ต้องมีความเมตตามีความสงสารหมด ถ้าเราเมตตาแต่คนดี ๆ คนกิริยามารยาทดีแล้วคนที่ไม่ดีเราจะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน เราก็ต้องมีเมตตาหมด

พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาฝึกอย่างนี้มันถึงจะไม่มีโลกส่วนตัว ถึงจะไม่เป็นคนที่เห็นแก่ตัว ข้อสำคัญใครจะทำดีทำชั่วมันไม่เกี่ยวกับเรา เราต้องทำดีตลอดกาล


ความดีน่ะทุกคนต้องเป็นผู้ที่ตั้งอยู่แล้วก็เดินไปด้วยความดี ทำงานประกอบด้วยความดี ทุกอย่างก็ดีหมดน่ะ ถ้ามันไม่ดีแสดงว่าใจของเราไม่ดีนะ เราต้องรู้จักโลก โลกมันเป็นอย่างนี้แหละ โลกมันมีทั้งดีไม่ดีอะไรสารพัดอย่าง อันนี้มันเป็นสภาวะของโลก เราต้องมาแก้ใจของเราให้มันดี ถ้าเราไม่คิดอย่างนี้ไม่ปฏิบัติอย่างนี้เราจะไม่รู้จักโลกตามความเป็นจริง มันจะเผาจิตเผาใจของเรา

พยายามฝึกปล่อยวางอดีต ฝึกลืมอดีตที่ผ่านมา เรามาเริ่มต้นปัจจุบันกระทำสิ่งที่ดี ๆ  ถ้าเราไม่ลืมเราไม่หยุด บาปกรรมมันก็เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าไว้เหมือนกับสุนัขที่ไล่เนื้อ ถ้าเราไม่ทิ้งมันก็เปรียบเสมือนเราเป็นเนื้อนะ ถ้าเราไม่ทิ้งสุนัขมันต้องไล่ทันเราแน่

อดีตน่ะเป็นสิ่งที่ลืมยาก แต่จำเป็นต้องมีสมาธิมีอุเบกขาเยอะ ๆ เพื่อที่จะตัดกรรมทิ้งกรรมในอดีต ทุกคนถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขจิตใจของตัวเองนะ

ถ้าเราฝึกทิ้งอดีตทำดี ๆ ในปัจจุบัน เราจะเป็นคนที่มีจิตใจที่มีพละกำลัง มีจิตใจที่สดชื่นเบิกบาน พระพุทธเจ้าท่านถึงตรัสว่าอย่าได้ยึดมั่นถือมั่น เรื่องอนาคตในชีวิตเราต้องคิดให้ดีคิดให้เก่ง วางแผนให้ดีวางแผนให้เก่งในปัจจุบัน แล้วก็ทำตามที่เราคิดที่เราวางแผนไว้ที่เราปณิธานไว้ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

เราอย่าไปเอาความขี้เกียจขี้คร้านเป็นการปล่อยวาง บางทีเราไม่รู้ทันกิเลส ตั้งมั่นในความดีคิดว่าตัวเองไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วไปปล่อยวาง เค้าใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวย  ความสะดวกสบายเพื่อวางแผนและให้ปฏิบัติตาม

การวางแผนเรื่องอนาคตน่ะไม่ใช่เรื่องยึดมั่นถือมั่น มันเป็นการวางหมากวางแผนที่ให้เราเดิน ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะเป็นคนสะเปะสะปะไม่มีจุดหมายปลายทาง เราแต่อะไรมันจะเกิดขึ้น  ทำอย่างนี้ไม่ได้ ต้องเอาความดีเป็นที่ตั้ง มีความสุขมีการกระทำในสิ่งนั้น ๆ ให้มันดี  ถึงจะยากลำบากก็ช่างหัวมัน มันจะเหนื่อยก็ช่างหัวมัน มันจะผอมก็ช่างหัวมัน มันจะดำก็ช่างหัวมัน เน้นเข้าหาหัวจิตหัวใจเพื่อให้ใจของเรามีธรรมมีวินัย

เรื่องระเบียบเรื่องวินัยนี้สำคัญ ทุกท่านทุกคนต้องเอาศีลเป็นที่ตั้ง เอาระเบียบเอาวินัย เป็นที่ตั้ง ปรับตัวเองเข้าหาเวลา ถ้าไม่อย่างนั้นในอนาคตเรานี้จะเป็นคนสะเปะสะปะ  เป็นโรคประสาทเป็นโรคกระเพาะเป็นโรคจิตได้ เพราะเรามันปล่อยให้พลาดโอกาสพลาดเวลา  มีเรื่องมีปัญหา เพราะไม่ได้ควบคุมตัวเองไว้ ไม่ได้คอนโทรลตัวเอง

พยายามจัดสรรเวลาให้ดี ๆ ถึงเวลานอนก็นอน ถึงเวลาตื่นก็ตื่น ถึงเวลาทำงานก็ทำงานให้มีความสุขในสิ่งนั้น ๆ ถึงเวลานอนแล้วก็มัวแต่ไปเล่นอินเตอร์เนทเล่นอะไรอยู่อย่างนี้มันก็ทำลายศักยภาพของเรา หัวใจของเราที่มันแตกกระจุยกระจายน่ะ พระพุทธเจ้าท่านให้เราแก้ด้วยการไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิ มาพยายามปล่อยวางสิ่งภายนอกออกจากจิตจากใจของเราให้หมด หายใจเข้าก็ให้สบายหายใจออกก็ให้มันสบาย เราต้องมาให้อาหารใจกับตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะหลง

เราเป็นคนเก่งคนฉลาดคนรู้มาก ถ้าไม่รู้จักทำใจให้สงบอนาคตมันมีปัญหาทุก ๆ คน

คนเก่งมากฉลาดมากยิ่งฟุ้งซ่านมากหลงวัตถุมาก เพราะไม่รู้จักทำใจสงบ ก่อนนอน ก่อนพักผ่อนพระพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิ ฝึกทำใจให้สงบ ทำจิตทำใจให้ขาวรอบ เราอย่าไปรอเมื่อแก่ เราคิดอย่างนั้นไม่ดี เป็นคนประมาท ตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ถูกต้อง.! คนแก่น่ะทำอะไรได้ หลง ๆ ลืม ๆ ท่องหนังสือก็ไม่จำ

พระพุทธเจ้าท่านให้เราพัฒนาตัวเองมันยังไม่แก่ ไม้แก่มันดัดยาก มันดัดไม่ได้

เรื่องคู่ครองก็ให้ทุกคนตั้งสติให้ดี ๆ เพราะเราจะเอามาคนที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเรา  จนหมดลมหายใจนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าได้คู่ครองไม่ดีก็ถือว่าผลักตัวเองลงสู่หม้อนรก สู่อเวจี ถ้าได้คู่ครองดีถึงได้ไปสวรรค์ไปนิพพาน ต้องให้ทุกคนมีสติดี ๆ ไม่มีคู่ครองมันไม่ตายหรอกนะ  ที่เราคิดจะอาศัยคนอื่นให้คนอื่นดูแลเราน่ะมันไม่ถูก เราต้องพึ่งพาตนเองแล้วเป็นผู้ให้มันถึงจะถูกต้อง

จิตใจของทุก ๆ คนมันชอบไหลลงที่ต่ำเหมือนฝนมันตกจากฟ้ามันตกในที่สูงแล้วไหลลงไปที่ต่ำ จิตใจของเราก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีสัมมาสมาธิ ถ้าไม่มีการยับยั้งชั่งจิตย่อมนำตัวเองเข้าสู่ความทุกข์


ให้ทุกท่านทุกคนน่ะถือว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่อสร้างความดีเพื่อสร้างเสียสละ เพื่อเป็นคนที่ไม่ตามใจตัวเองตามกิเลสตัวเองเพื่อปรับใจเข้าสู่มรรคพระนิพพานในการดำเนินชีวิตประจำวัน ให้ถือคติอย่างนี้นะ

คณะนักศึกษาพยาบาลที่ได้มาเข้าค่ายประพฤติปฏิบัติถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งประเสริฐ แต่ว่าการประพฤติปฏิบัติของเรามันไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เราต้องเอาไปปฏิบัติในบ้านของเราในที่ทำงานของเรา ในทุกหนทุกแห่ง ให้ทุกคนได้เข้าใจอย่างนี้นะ ให้ตั้งใจดี ๆ เพื่อที่จะลิขิตชีวิตของเรา ไม่มีใครมาลิขิตของเราได้นอกจากตัวของเราเอง เราเกิดมาก็มาคนเดียว เราแก่เราเจ็บเราตาย เราก็แก่เจ็บตายคนเดียว ถือว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างความดีเพื่อสร้างบารมี  มีโอกาสมีเวลาก็ให้พากันมาวัด พาคุณพ่อคุณแม่หรือพาญาติมาวัด เพื่อเป็นหลักทางจิตทางใจ

ชีวิตของเราทุก ๆ คนต้องให้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ร่างกายของเรามันเปลี่ยนแปลงสู่ความแก่ความเจ็บความตาย ความดีบารมีคุณธรรมก็ต้องปรับปรุงไปตามชีวิตอย่างนี้นะ  ให้สมาทานเอาความดีกัน ถ้าไม่สมาทานไม่ตั้งใจมันไม่ได้ ใครจะพยายามถือศีลห้าตลอดชีวิต ใครจะพยายามทำงานให้มีความสุขตลอดชีวิต ใครจะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขตลอดชีวิต ใครจะพยายามจะไม่พูดจาไม่เป็นคนปากระเบิดตลอดชีวิตอันนี้ก็ต้องสมาทาน  ใครจะวางแผนในการใช้เงินใช้สตางค์ ใครจะเป็นคนกตัญญูกตเวทีให้มันตลอดชีวิตอย่างนี้  ก็ต้องตั้งใจพยายาม ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ใครจะพยายามรู้ตัวเองว่าตัวเองติดอะไรหลงอะไรก็จะพยายามหยุด สิ่งที่แล้วก็แล้ว ๆ ไปถือว่ามันเป็นประสบการณ์  ให้ตั้งใจใหม่ปฏิบัติใหม่นะ

เราจะเป็นคนดีเราต้องแก้ไข เราจะเป็นคนประเสริฐเราต้องประพฤติปฏิบัติตัวเอง ไม่มีใครมาประพฤติปฏิบัติให้เรา ความสวยความงามมันไม่ได้อยู่ที่ใบหน้าหรือว่าผิวพรรณ ความสวยความงามมันอยู่ที่ความดีของเราต่างหาก ถ้าเราคบกับคนที่เค้าดี ๆ อยู่ใกล้ชิดเท่าไหร่ก็ยิ่งสงบยิ่งเย็นยิ่งสวยยิ่งงาม ถ้าเราอยู่กับคนที่เค้าไม่ดี มีทิฏฐิมานะมากปากจัด  เห็นแก่ตัว ก็ยิ่งเห็นเค้าเป็นนางยักษ์นางมารร้าย ความดีเราต้องทำทุกวัน ๆ ทำติดต่อไปเรื่อยเดี๋ยวก็เจริญเองดีเองน่ะ ต้องอาศัยความตั้งมั่นนะ

การบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวันนี้ก็เห็นสมควรแก่เวลา

ขออำนวยอวยพรให้นักศึกษาพยาบาลทุก ๆ ท่านจงมีความสุขทั้งทางกายและจิตใจ ด้วยบุญบารมีของพระพุทธเจ้าพระธรรมพระอริยสงฆ์จงได้รับความสำเร็จในการเรียน  ประสบความสำเร็จในธุรกิจหน้าที่การงาน และได้บรรลุถึงมรรคนิพพานด้วยกันทุกท่าน  ทุกคนเทอญ…


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยายให้แก่

นักศึกษาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต รุ่นที่ ๕๗ ชั้นปีที่ ๓ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา

เช้าวันอาทิตย์ที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖

 (๒ มิถุนายน ๒๕๕๖)


หมายเลขบันทึก: 537940เขียนเมื่อ 3 มิถุนายน 2013 08:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 มิถุนายน 2013 08:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (2)

..... คนดีเราต้องแก้ไข .... เราจะเป็นคนประเสริฐ.... เราต้องประพฤติปฏิบัติตัวเองที่ดี นะคะ  .... ขอบคุณมากค่ะ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี