รูปแบบ การเขียนรายงาน โครงงานวิทยาศาสตร์

การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์  

  การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 
เป็นการเสนอผลงานการดำเนินการเป็นเอกสาร จัดว่าเป็นขั้นตอนสำคัญอีกประการหนึ่งของโครงงาน 
เมื่อนักเรียนดำเนินการทำโครงงานจนครบขั้นตอนได้ข้อมูล 
ทำการวิเคราะห์ข้อมูล  พร้อมทั้งแปรผล 
และสรุปผลแล้ว งานขั้นต่อไปที่ต้องทำคือ การเขียนรายงาน 



  การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 
เป็นวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง เพื่อให้คนอื่น ๆ ได้เข้าใจแนวความคิด 
วิธีดำเนินงานศึกษาค้นคว้าข้อมูล  ผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุป
และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น 



  การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ 
ประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้



1. ชื่อโครงงาน 

  ชื่อโครงงานเป็นสิ่งสำคัญประการแรก
เพราะชื่อโครงการจะช่วยโยงความคิดไปถึงวัตถุประสงค์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และควรกำหนดชื่อโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักด้วย 



  การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
นิยมตั้งชื่อให้มีความกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ผู้ฟัง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง
คือ ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจปัญหาที่สนใจศึกษาอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริงด้วย
เช่น 



 
โครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่อ "ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวน้อย"
ซึ่งปัญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ำพลาสติกสามารถไล่แมลงวันที่มาตอมอาหารได้จริงหรือ
จากเรื่องดังกล่าวผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ว่า "การศึกษาการไล่แมลงวันด้วยถุงน้ำพลาสติก"
หรือ "ผลการใช้ถุงน้ำพลาสติกต่อการไล่แมลงวัน"
ก็เป็นได้ 

  อย่างไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด
ๆ นั้น ต้องคำนึงถึงความสามารถที่จะสื่อความหมายถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน 



2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน 

  การเขียนชื่อผู้รับผิดชอบโครงงานวิทยาศาสตร์
เป็นสิ่งดีเพื่อจะได้ทราบว่าโครงงานนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใครและสามารถติดตามได้ที่ใด 



 3.
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
 



  การเขียนชื่อผู้ให้คำปรึกษาควรให้เกียรติยกย่องและเผยแพร่
รวมทั้งขอบคุณที่ได้ให้คำแนะนำการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนบรรลุเป้าหมาย 



 4.
บทคัดย่อ 

  อธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปต่าง ๆ อย่างย่อประมาณ
300-350 คำ 



 5. กิตติกรรมประกาศ (คำขอบคุณ) 

 
ส่วนใหญ่โครงงานวิทยาศาสตร์มักจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย
ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความร่วมมือ  จึงควรได้กล่าวขอบคุณบุคลากรหรือหน่วยงานต่าง
ๆ ที่มีส่วนช่วยให้โครงงานนี้สำเร็จด้วย 

 

6. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 

  ในการเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์
ผู้ทำโครงงานจำเป็นต้องศึกษา หลักการทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเข้าใจง่าย
ๆ ว่าเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้องมีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในเรื่องต่อไปนี้ 



  - แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา 

  - แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล 

  - ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา
ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนำความรู้และ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป 



  การเขียนที่มาและความสำคัญของโครงงาน
คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่าทำไม  ต้องทำ ทำแล้วได้อะไร
หากไม่ทำจะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียนคล้ายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป
คือ มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป 



  ส่วนที่
1 คำนำ :  เป็นการบรรยายถึงนโยบาย
เกณฑ์ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปัญหาที่มีส่วนสนับสนุนให้ริเริ่มทำโครงงานวิทยาศาสตร์ 



  ส่วนที่
2 เนื้อเรื่อง :
 

  อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงให้เห็นประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
โดยมี หลักการ ทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการบรรยายผลกระทบ ถ้าไม่ทำโครงงานเรื่องนี้ 



  ส่วนที่
3 สรุป :


  สรุปถึงความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามส่วนที่
2 เพื่อแก้ไขปัญหา ค้นข้อความรู้ใหม่
ค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ให้เป็นไปตามเหตุผลส่วนที่ 1 



 7. วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน 



  วัตถุประสงค์
คือ กำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิดจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ในการเขียนวัตถุประสงค์
ต้องเขียนให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายสอดคล้องกับชื่อโครงงาน หากมีวัตถุประสงค์หลายประเด็น
ให้ระบุเป็นข้อ ๆ การเขียนวัตถุประสงค์มีความสำคัญต่อแนวทาง การศึกษา ตลอดจนข้อความรู้ที่ค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ค้นพบนั้นจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วน
คือ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุก ๆ ข้อ 

 

8. สมมติฐานของการศึกษา 

  สมมติฐานของการศึกษา
เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงาน  ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะทำให้เป็นการกำหนดแนวทางในการออกแบบการทดลองได้ชัดเจนและรอบคอบ
ซึ่งสมมติฐานก็คือ การคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ 
ทฤษฎี รวมทั้งผลการศึกษาของโครงงานที่ได้ทำมาแล้ว 



9. ขอบเขตของการทำโครงงาน 

  ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ต้องให้ความสำคัญต่อการกำหนดขอบเขตการทำโครงงาน เพื่อให้ได้ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ
ซึ่งได้แก่ การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา 



  1. การกำหนดประชากร
และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
คือ การกำหนดประชากรที่ศึกษาอาจเป็นคนหรือสัตว์หรือพืช
ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด อยู่ที่ไหน เมื่อเวลาใด รวมทั้งกำหนด กลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดเหมาะสมเป็นตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา 



  2. ตัวแปรที่ศึกษา การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่วนมากมักเป็นการศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล
หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวแปรขึ้นไป การบอกชนิดของตัวแปรอย่างถูกต้องและชัดเจน
รวมทั้งการควบคุมตัวแปรที่ไม่สนใจศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำโครงงานต้องเข้าใจ
ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็นตัวแปรต้น ตัวแปรใดที่ศึกษาเป็นตัวแปรตาม และตัวแปรใดบ้างเป็นตัวแปรที่ต้องควบคุมเพื่อเป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง
ตลอดจนมีผลต่อการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง สื่อความหมายให้ผู้ฟังและผู้อ่านให้เข้าใจตรงกัน 



10. วิธีดำเนินการ 



  วิธีดำเนินการ
หมายถึง วิธีการที่ช่วยให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน ตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการกระทั่งสิ้นสุดโครงการ
ซึ่งประกอบด้วย 



  1. การกำหนดประชากร
กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา 

  2. การสร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 

  3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 

  4. การวิเคราะห์ข้อมูล 

  ในการเขียนวิธีดำเนินการให้ระบุกิจกรรมที่ต้องทำให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง
เรียงลำดับกิจกรรมก่อนและหลังให้ชัดเจน เพื่อสามารถนำโครงการไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง 



 11. ผลการศึกษาค้นคว้า 

  นำเสนอข้อมูลหรือผลการทดลองต่าง
ๆ ที่สังเกตรวบรวมได้ รวมทั้งเสนอผล การวิเคราะห์ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ด้วย 



12. สรุปผลและข้อเสนอแนะ 

  อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำโครงงาน
ถ้ามีการตั้งสมมติฐาน ควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมติฐานที่ตั้งไว้ 
หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนี้ยังควรกล่าวถึงการนำผลการทดลองไปใช้ประโยชน์
อุปสรรคของการทำโครงงานหรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงานนี้
รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไข หากมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย 



13. เอกสารอ้างอิง 



  เอกสารอ้างอิง
คือ รายชื่อเอกสารที่นำมาอ้างอิงเพื่อประกอบการทำโครงงานวิทยาศาสตร์  ตลอดจนการเขียนรายงานการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ควรเขียนตามหลักการที่นิยมกัน