ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศหนึ่งแล้วมีแรงกระทำต่อวัตถุในทิศเดียวกับการเคลื่อนที่เดิมจะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่เร็วขึ้นและถ้าแรงนั้นมีทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงแต่ยังคงไปในทิศเดิมซึ่งทั่งสองกรณีถือว่าเป็นการเคลื่อนที่แนวเส้นตรง  แต่ถ้ามีแรงกระทำต่อวัตถุนั้นในทิศอื่น  วัตถุนั้นจะเคลื่อนที่เป็นแนวโค้ง  เช่น  การขว้างหรื่อยิงวัตถุไปในอากาศในแนวที่เอียงไปจากแนวดิ่งขณะที่วัตถุกำลังเคลื่อนที่ไปนั้นแรงดึงดูดของโลกจะฉุดวัตถุลงในแนวดิ่งตลอดเวลาเป็นเหตุให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ไปในแนวโค้ง

1.1 ลักษณะการเคลื่อนที่แบบวิธีโค้ง

การเคลื่อนที่แบบวิถีโค้ง  คือการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีแรงกระทำทำมุมใดๆ  กับความเร็วโดยมุมกระทำนั้นไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  จะได้ลักษณะการเคลื่อนที่เป็นโค้งพาราโบลาซึ่งมีการขจัดเกิดขึ้น  2  แนวพร้อมกันคือ  แนวราบและแนวดิ่งดังนั้นความเร็วขณะใดๆของการเคลื่อนที่จะต้องประกอบด้วยความเร็ว  2  แนวคือ  แนวราบ  ( V)  และแนวดิ่ง  ( VY )  ทิศของความเร็วใดๆ  จะต้องสัมผัสกับเส้นโค้งการเคลื่อนที่เสอม  ดังรูป

 

รูปที่  14.1  ลักษณะการเคลื่อนที่แบบวิธีโค้ง

จากรูปที่  14.1  แสดงการขว้างวัตถุจากหน้าผาสูง  H  ด้วยความเร็ว  qO  กับแนวระดับวัตถุตกถึงพื้นห่างจากจุดขว้างในแนวราบเท่ากับ  x

พิจารณาการเคลื่อนที่ของวัตถุจากรูป  จะได้

1 .  ลักษณะการเคลื่อนที่เป็นโค้งรูปพาราโบลา

2 . ความเร็วขณะใดๆ  สัมผัสกับเส้นโค้งการเคลื่อนที่  และประกอบด้วยความเร็วสองแนว  คือ  แนวราบ  ( VX )  แนวดิ่ง  ( VY  )  ซึ่งมีขนาดและทิศทางดังนี้

ขนาด 

ทิศทาง  tan  q  = 

โดย  VX  =  Vcos  q  ,  V  =  Vsin  q

3.  การขจัดของการเคลื่อนที่  คือความยาวเส้นตรงที่เชื่อมระหร่างจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของการเคลื่อนที่  ประกอบด้วยการขจัดแนวราบและแนวดิ่ง

    จากรูป   การขจัดจาก  A  ไป  C  =  SAC

    โดย    การขจัดแนวราบ  S=  SAC   และการขจัดเป็นศูนย์

    การขจัดจาก  A  ไป  D  =  SAD

    โดย  การขจัดแนวราบ  SX  =  x

    การขจัดแนวดิ่ง  S=  H

    การขจัดลัพธ์  SAD 

  ตัวอย่างการเคลื่อนที่ของวัตถุแบบวิธีโค้งโดยมีความเร่งในแนวต่างๆ

 

รูป  14.2  โค้งพาราโบลาแบบต่างๆ

รูป  (ก)  และ  (ข)วัตถุเคลื่อนที่ภายใต้แรงดึงดูดของโลก

รูป (ค)  และ  (ง)  ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ภายใต้สนามไฟฟ้า

1.2  เงื่อนไขการเคลื่อนที่แบบวิธีโค้ง  การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบวิธีโค้งประกอบด้วยการเคลื่อนที่  2  แนวพร้อมกัน  คือแนวราบ  แนวดิ่ง ซึ่งแต่ละแนวมีเงื่อนไขการเคลื่อนที่ดังนี้

1.2.1  การเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวราบ  ในขณะที่วัตถุอยู่ในอากาศจะมีเฉพาะแรงดึงดูดของโลก (mg)  ในแนวดิ่งเท่านั้นที่กระทำต่อวัตถุ  ดังนั้นแรงในแนวราบที่กระทำกับวัตถุจึงมีค่าเป็นศูนย์  (FX  =  0  )

 

จากรูปที่  14.3  ขว้างวัตถุอันหนึ่งด้วยความเร็วต้น  u  ทำมุม  q  กับแนวระดับทำให้วัตถุเคลื่อนที่แบบวิธีโค้ง

 พิจารณาแรงกระทำในแนวราบ  Fx  =  max

จากรูป  แรงในแนวราบ   FX  =  0

  แทนค่าจะได้  0  =  maX  ,  a =  0

แสดงว่าการเคลื่อนที่ของแบบสวิธีโค้งวัตถุเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วในแนวราบคงที่ดดังนั้นสมการการเคลื่อนที่ในแนวราบคือ

      S=  UXt

  โดย   SX  =  การขจัดแนวราบ  ,  U=  ความเร็วแนวราบ  =  ucos q

     t  =  เวลาของกางรเคลื่อนที่

1.2.2  การเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวดิ่ง  จากรูปที่  14.3  จะเห็นว่าณะที่วัตถุอยู่ในอากาศจะมีเฉพะาแรง  mg  ในแนวดิ่งเท่านั้นที่กระทำต่อวัตถุดังนั้นจะได้  FY  =  mg

พิจารณาแรงในแนวดิ่ง  จาก  FY  =  maY

จากรูป  แรงในแนวดิ่ง  F=  mg

  แทนค่า   mg  =  maY  จะได้  a =  g

แสดงว่าการเคลื่อนที่ของวัตถุแบบวิธีโค้งวัตถุเคลื่อนที่ในดิ่งด้วยความเร่งเท่ากับ  g  จึงเป็นการเคลื่อนของวัตถุแบบของวัตถุภายใต้แรงดึงดูดของโลก  ดังนั้นสมการการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งคือ

   1.  V  =  u  +  gt  3.  V2  +  2gh

  2.  h  =  ut  +   gt2  4.  H  =  ()  t

ข้อควรจำ  ในการคำนวณการเคลื่อนที่แบบวิธีโค้ง  เราจำเป็นต้องทราบรายละเอียดต่อไปนี้

  1.  วัตถุเคลื่อนจาดระดับความสูงเดียวกันโดยมีความเร็วต้น  ในแนวดิ่งเท่ากันจะตกถึงพื้นดินในเวลาเท่ากัน  ดังรูป

 
 

รูป  14.4  (a)  ปล่อยวัตถุตกลงมา

รูป  14.4  (b)  กลิ้งวัตถุตกจากที่สูงด้วยความเร็วต้นแนบราบ  u1  ตกถึงพื้นห่าง  X1

รูป  14.4  (c)  กลิ้งวัตถุตกจากที่สูงด้วยความเร็วต้นแนวราบ  u2  ตกถึงพื้นห่าง  X2