= , ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

.
เป็นที่ทราบกันดีว่า ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อโรค... บางครั้งก็ทำลายทั้งเชื้อโรคหรือ "เชื้อชนิดร้าย (bad bacteria / แบคทีเรียชนิดร้าย)" และเชื้อท้องถิ่น หรือ "เชื้อชนิดดี (good bacteria / แบคทีเรียชนิดดี)" ในทางเดินอาหาร ทำให้แบคทีเรียในลำไส้ส่วนใหญ่ตาย
อ.แบรดเลย์ จอฮ์นซัน และคณะ จากสถาบันวิจัยโรคเด็ก โตรอนโต แคนาดา กล่าวว่า การให้เชื้อแบคทีเรียชนิดดี หรือโปรไบโอติคส์ (probiotics) เข้าไป ช่วยลดโอกาสเกิดโรคท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ (C. difficile-associated diarrhea) ได้
ตัวอย่างอาหารที่มีเชื้อโปรไบโอติคส์ หรือเชื้อชนิดดีได้แก่
- โยเกิร์ต
- นมเปรี้ยว

อาการป่วยด้วยโรคท้องเสียจากยาปฏิชีวนะที่พบบ่อยได้แก่
- ตะคริว
- ท้องเสีย
- ไข้ ลำไส้ใหญ่อักเสบ (ในรายที่รุนแรง)

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า ลำไส้ใหญ่ของเรามีแหล่งเก็บเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อท้องถิ่นชนิดดี เปรียบคล้ายๆ หน่วย "รปภ." คือ ไส้ติ่ง
ภาวะท้องเสีย หรือการสวนล้างลำไส้ใหญ่ ทำให้ปริมาณเชื้อท้องถิ่นชนิดดี หรือแบคทีเรียชนิดดี ที่เรียกว่า "โปรไบโอติคส์" ลดลง

เชื้อชนิดดีที่หลบซ่อนในถ้ำ คือ ไส้ติ่ง จะพยายามแบ่งตัวกลับออกมาใหม่
ถ้าแบ่งตัวได้มากพอ จะมีส่วนช่วยป้องกันเชื้อดื้อยา หรือเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายไม่ให้เพิ่มจำนวนมากผิดปกติ
![]()
วิธีป้องกันโรคท้องเสียรุนแรงจากยาปฏิชีวนะที่สำคัญ คือ [ CDC ]; [ mayoclinic ]
(1). ล้างมือด้วยสบู่ให้ถูกวิธี และบ่อยมากพอ
เชื้อ C. difficile สร้างสปอร์ หรือกระเปาะเมล็ดพันธุ์ตัวอ่อนที่ทนต่อแอลกอฮอล์ได้ค่อนข้างมาก
การล้างมือด้วยสบู่คงจะดีที่สุด ที่ดีรองลงไป คือ ถูมือด้วยเจลแอลกอออล์ ก่อนสัมผัสคนไข้
(2). คนไข้และญาติต้องล้างมือด้วย
เชื้อโรคไม่ได้เลือกเฉพาะมือพยาบาล มือหมอ หรือมือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล... ติดมากับคนไข้และญาติด้วย ทุกคนที่เข้าไปในโรงพยาบาลจึงต้องล้างมือให้ทั่วถึง

(3). ทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยงด้วยน้ำยาที่มีคลอรีน (chlorine bleach)
เช่น คลอร็อกซ์ (Clorox) ฯลฯ
(4). ลดการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น
โดยเฉพาะการให้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าแบคทีเรีย) ในโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง และไม่กดดันหมอให้สั่งยากลุ่มนี้
![]()
(5). ไม่ทำตัวเป็นรังโรค
คนไข้เบาหวาน ควรควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกิน เช่น หมอบอกให้กินลำไยไม่เกิน 2-3 คำ/มื้อ ก็ควรทำตาม, ไม่ใช่ซัดลำไยเข้าไป 2-3 กิโลฯ/ครั้ง (พบบ่อย)
ไม่ขับรถเร็ว เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ สวมหมวกกันน็อค หรือเข็มขัดนิรภัย เพราะอุบัติเหตุทำให้คนไทยเจ็บหนักได้บ่อย
ไม่เสพเซ็กส์แบบเสี่ยง (unsafe sex) และไม่สักร่างกาย ซึ่งเพิ่มเสี่ยงเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ
คนที่มีเชื้อไวรัสเอดส์ (HIV) และกินยาต้านไวรัส ต้องกินให้ตรงเวลา เช่น ใช้มือถือตั้งเวลาเตือน... ฝึกกินยาทันที หรือช้ากว่าเสียงเตือนไม่เกิน 2-3 นาที เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาจากระดับยาต่ำลง


- ขอขอบพระคุณ / Thank Reuters source > http://www.reuters.com/article/2013/05/31/us-health-probiotic-antibiotic-idUSBRE94U13820130531 > The Cochrane Library, online May 30, 2013.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. 1 มิถุนายน 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้

>
ขอบคุณค่ะ