ลดการใช้สารเคมีให้น้อยลงในทางด้าน Lab. บ้างจะได้หรือไม่

 จากอุบัติเหตุและอุบัติการณ์เมื่อวานนี้ จากบันทึกทำให้ผู้เขียนไปค้นลึกลงไปถึงเจ้า Toluene ค่ะจากที่นี่ พบว่าอันตรายถ้าหาก........

  • สัมผัสทางหายใจ -จะก่อให้เกิดการระคายเคือง เกิดอาการปวดศรีษะ คลื่นไส้ และมึนงง
  • สัมผัสทางผิวหนัง -จะก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดผื่นแดง
  • กินหรือกลืนเข้าไป-จะก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ทำให้ปวดท้อง ปวดหัว วิงเวียนและมึนงง
  • สัมผัสถูกตา-ก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ตาแดง
  • การก่อมะเร็ง ความผิดปรกติอื่นๆ -สารนี้มีผลทำลาย ตับ ไต กระเพาะปัสสาวะ สมอง

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม : มีแนวโน้มในการสะสมทางชีวภาพต่ำ, ห้ามทิ้งลงสู่ระบบน้ำ น้ำเสียและดิน, เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำ เป็นพิษต่อปลาและแพลงค์ตอน การเปลี่ยนแปลงลักษณะของกลิ่นโปรตีนจากปลาอาจเกิดการผสมกับอากาศเหนือผิวน้ำให้ไอระเหยของสารที่สามารถระเบิดได้

และในเมื่อเราใช้เจ้า Toluene เพียงแค่มาเคลือบไม่ให้อากาศและปัสสาวะสัมผัสกันแค่นั้น แล้วเราจะใช้น้ำมันอื่นๆ แทนได้ไหม ???(ที่ไม่มีพิษไม่มีภัย น้ำมันมะกอก น้ำมันทาตัวเด็ก หรือแม้แต่น้ำมันพืช)

ความคิด "สุดโต่ง" นี้คงจะยัง "ไม่ผิดและไม่ถูก"  ถ้าหากเรายังไม่ทำการพิสูจน์ ทดลอง หรือเปรียบเทียบ (ดังบันทึก ของท่าน อ.วิจารณ์)

และความคิดนี้ผุดขึ้นมาจาก ปัจจุบันนี้มีการรณรงค์เลิกใช้สารเคมีในทางด้านการเกษตร หรือการใช้สมุนไพรในทางด้านการแพทย์ แล้วเราจะเลิกใช้ หรือลดการใช้สารเคมีให้น้อยลงในทางด้าน Lab. บ้างจะได้หรือไม่

ผู้เขียนคงต้องขอบคุณพี่ Mitocondria สำหรับคห. จากบันทึก  "หากต้องการเพียงแค่สารเคลือบผิวไม่ให้สัมผัสอากาศ การใช้น้ำมันพืช น้ำมันทาผิว หรือน้ำมันมะกอก ก็น่าจะใช้ได้ แต่เกรดของสารที่นำมาใช้อาจไม่ได้รับการยอมรับ เนื่องจากอาจมีสารปนเปื้อนอยู่ในนั้นได้ ในห้องแล็บเราจะมี immersion oil ซึ่งเป็นน้ำมันที่เป็น reagent grade อยู่ ซึ่งอาจจะนำมาลองใช้เปรียบเทียบดูได้ครับ"

แม้ผู้เขียนจะสามารถคิดหรือเขียนอะไรได้อย่างสุดโต่งได้อยู่ก็จริง แต่ในทางปฏิบัติก็คงไม่สามารถนำความคิดสุดโต่งนี้มาปรับหรือลองใช้ได้ง่ายนัก เพราะที่นี่ยังมีไม่น้อยที่ยังยึดมั่นถือมั่นกับทฤษฏีและตำรา อย่างแรงกล้า และ.......

คงทำได้เพียงแค่ "คิด และเขียนเก็บไว้ในบันทึก"

เพียงแค่นี้ก็มี "ความสุข" ได้