กิจกรรม BEST PRACTICE ด้านการบริหารจัดการโครงการเทียบระดับการศึกษา จบ ม.6 ใน 8 เดือน

ผู้ดำเนินการ สำนักงาน กศน.จังหวัดพังงา

  • ความเป็นมาของโครงการ

          จากข้อมูลสภาพของสังคมไทยปัจจุบัน ปรากฏว่ามีประชากรวัยแรงงาน อายุระหว่าง 20-59 ปี ที่ยังไม่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 14 ล้านคน ส่งผลให้ประเทศมีแรงงานที่ด้อยประสิทธิภาพ ขาดศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงานของประชากรกลุ่มดังกล่าว โดยประกาศดำเนินงานนโยบายยกระดับการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน ให้สามารถเรียนจบ ม.6 ภายใน 8 เดือน โดยมอบหมายให้สำนักงาน กศน. ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556 เป็นต้นไป และสำนักงาน กศน.ส่วนกลาง ได้มอบหมายให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทั่วประเทศ  ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนในปีแรก จำนวน 1.5 แสนคน  สำหรับ สำนักงาน กศน.จังหวัดพังงา กำหนดกลุ่มเป้าหมายประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 430 คน

  • วัตถุประสงค์

  1.เพื่อยกระดับวุฒิการศึกษาของประชากรวัยแรงงาน

  2.เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

  • เป้าหมาย

  1.จัดการเรียนการสอนเทียบโดยเทียบระดับการศึกษาแก่ประชากรอายุ 20-59 ปี ที่มีวุฒิ
    ชั้นประถมศึกษาขึ้นไป ให้สามารถจบชั้น ม.6 ภายใน 8 เดือน

  2.กลุ่มเป้าหมายผู้เรียน จำนวน 430 คน

  • กระบวนการดำเนินงาน

  1.ออกแบบพัฒนาสื่อและกิจกรรมการแนะแนวประชาสัมพันธ์  สื่อการเรียนรู้ 
ระบบการบริหารจัดการ

  2.พัฒนาทีมงานผู้รับผิดชอบ

  3.ดำเนินการประชาสัมพันธ์ แนะแนว  รับสมัครผู้เรียน จัดกิจกรรมการเรียนการสอน

  • ระยะเวลา

  1.รับสมัคร  10 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2556

  2.จัดกิจกรรมการเรียนการสอน พฤษภาคม – ธันวาคม  2556

  • ผลการดำเนินงาน

  1.มีผู้สมัครเรียนครบตามเป้าหมายที่กำหนด

  2.เครือข่ายในพื้นที่ทั้งบุคคล หน่วยงานภาครัฐเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกตำบล

  3.กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจในหลักสูตร เห็นความสำคัญและร่วมหาผู้เรียนด้วย

  4.ผู้รับผิดชอบสามารถทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

  5.มีปัจจัยการดำเนินงานทั้งสื่อและกิจกรรมครบถ้วน หลากหลาย เพียงพอในการดำเนินงาน

  • ปัจจัยที่ส่งผลให้การดำเนินงานเป็น  BEST PRACTICE

  1.มีการออกแบบระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวางแผนการดำเนินงานร่วมกับ กศน.อำเภอและครูในสังกัด การพัฒนาบุคลากร  การวางแผนการดำเนินงานรายบุคคล การสร้างแรงจูงใจในการทำงานเป็นทีม การอำนวยการสนับสนุนทรัพยากร การติดตามผล การรายงาน การประสานงาน

  2.การแสวงหาและทำงานร่วมกับเครือข่ายจำนวนมาก และหลากหลายองค์กร ครอบคลุมทุกพื้นที่

  3.การทำงานเชิงรุกแบบเคาะประตูบ้าน นำการตลาดมาใช้ในการดำเนินงานแนะแนว รับสมัครผู้เรียน

  4.การทำงานร่วมกันเป็นทีมของครู โดยการรวมกลุ่มออกไปแนะแนว รับสมัครร่วมกัน แบ่งงานกันทำ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

  5.การออกแบบสื่อและกิจกรรมการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แนะแนวที่แปลกใหม่ โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

  6.ตัวหลักสูตรที่เป็นผลิตภัณฑ์เผยแพร่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน สอดคล้องกับสถานการณ์การเตรียมตัวสู่ประชาคมอาเซียน

  7.มีการจัดการความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างทีมงานในแต่ละอำเภอ มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ มีการคัดกรองพัฒนาองค์ความรู้ที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิบัติ