การที่ครูจะพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องร่วมกันทุกฝ่าย นักเรียน โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน มิใช่ทิ้งให้ครูแนะแนวทำคนเดียว หลายคนบอกว่าเด็กมีปัญหาส่วนลึกในจิตใจ ทำให้ไม่สามารถที่จะทะลุเพดาลความคิดได้ ดังนั้นครูทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการค้นหาผู้เรียนให้พบว่านักเรียนมีปัญหาอะไร การทำโครงการ การทำทำกิจกรรมอย่างหลากหลายจะช่วยได้ การจัดกิจกรรมให้สะท้อนความคิดนั้นออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ตามลักษณะคำถาม ข้อมูลที่เราต้องการและที่นักเรียนต้องการจะสื่อให้ทุกคนทราบ และครูจะต้องมีพื้นที่หรือเวทีให้เขานำเสนอหรือบอกให้เพื่อน หรือครูทราบ จะได้ค้นพบข้อมูลอย่างหลากหลาย เช่นถามถึงปัญหา ความต้องการ ความคาดหวังในอนาคต อาชีพที่อยากจะเป็น อยากจะบอกพ่อแม่ว่าอย่างไร และให้เขาบอกเหตุผล ความสำเร็จที่ได้รับ
การทำโครงการกิจกรรมกับผู้ปกครองในการสื่อสายสัมพันธ์กับลูก แล้วแต่ชื่อโครงการของโรงเรียน แล้วควมปัญหาเรื่องลูก หรือกำหนดให้สอดคล้องกับลูกในกิจกรรมแรก แล้วนักพ่อแม่กับลูกให้เจอกันกับลูก เพื่อให้ดูแลเข้าใจปัญหาคาใจ จะได้สะท้อนเหตุผล ความไม่เข้าใจต่อกัน และครุต้องมีคำพูดในกิจกรรมเพื่อให้เกิดการยอมรับ สร้างสายใยสัมพันธ์ต่อกัน จะช่วยลดปัญหาได้อย่างหนึ่ง เพราะเป็นการเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่ทราบถึงตัวลูก
กิจกรรมต่างๆ ที่ครูจัดทำขึ้น ให้เป็นรูปโครงการ และมีกิจกรรมรองรับ ทำเป็นระบบ มีวัตถุประสงค์ มีกลุ่มเป้าหมาย วางแผนการทำกิจกรรม มีกิจกรรม มีการใช้กิจกรรม มีผลจากการใช้ ออกแบบเครื่องมือ ให้ผู้เช่ยวชาญดูเครื่องมือ แล้วนำไปทดลองใช้ การเก็บรวมรวมข้อมูล รายงานอย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำไปทำผลงานกำหนดตำแหน่งทางวิชาชีพได้ แต่การรายงานนั้นมีทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ทำเป็นรายงาน Formal Research สำหรับการรายงานการวิจัยเชิงคุณภาพรายบุคคลนั้นครูกำหนดเป็นราย ๆ ไป แล้ว วิเคราะห์ สังเคราะห์ปัญหา ตามกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาแปลผล รายงานผล จะทำให้ได้ข้อมูลมากขึ้น สามารถนำไปสรุปได้ ค้นพบข้อมูลรอบด้าน
ขอให้โชคดีในการทำนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผูู้เรียนนะคะ และส้มหล่นคือการขอผลงานเพื่อกำหนดตำแหน่งด้วย