หากบันทึกนี้เขียนเสร็จเมื่อไหร่ คงต้องปรึกษาหมอดินหรือผู้เชี่ยวชาญทาง
ด้านเกษตร เพื่อทดลองทำดินดำที่ดีอยู่แล้ว ให้ดีมากยิ่งขึ้น
เวลาส่วนใหญ่ ในช่วงปิดภาคเรียน หมดไปกับการพัฒนาโรงเรียน วันนี้ ขอสัก
ครึ่งวันทำประโยชน์ให้กับบ้าน แต่ขณะที่ทำงานที่บ้านใจก็นึกถึงประโยชน์ที่จะ
เกิดกับโรงเรียนนั่นแหละ คือ อยากปรับดินที่โรงเรียน ที่เป็นดินดาน ดินทราย
ให้เป็นดินที่เหมาะสำหรับการปลูกผัก ปลูกไม้ดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้น
จึงว่าจ้างรถไถ เข้าไปในสวนหลังบ้าน ที่มีต้นลำไย มะขามหวาน มะขามเทศ
เต็มไปหมด มากกว่าสิบปีแล้วที่ใบไม้ดังกล่าว ร่วงหล่นทับถมจนหนาแน่น เน่า
เปื่อยไปแล้วก็มี ให้รถไถจัดการไถดินในพื้นที่ ๑ ไร่ มากองไว้ ได้ดินสีดำร่วน
ซุยกองใหญ่มาก มีทั้งดินทั้งใบไม้ผสมกัน ได้ดินตามต้องการ มองดูสวนก็ดู
โล่งเตียนสะอาดตา
จริงๆ ดินดำที่กองอยู่ สามารถนำไปใช้ปลูกต้นไม้ หรือ ผสมดินในกระถาง ก็
ถือว่าเป็นปุ๋ยได้เลย เพราะดิน ณ ทุ่งดินดำที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ เป็นที่ยอมรับของ
ชาวไร่ชาวนาเป็นอย่างยิ่ง แต่ผู้เขียนตั้งใจว่า จะนำอีเอ็ม(น้ำหมักชีวภาพ)มา
รดทุกๆ ๗ วัน แล้วคลุมพลาสติกไว้ ทำอย่างนี้สัก ๒ - ๓ เดือน ใบไม้ในดินน่าจะ
เปื่อยยุ่ยเป็นปุ๋ยมากยิ่งขึ้น จึงจะนำไปใช้ในกิจกรรมการเกษตรต่อไป
ยังไม่ได้ปรึกษากับครูนิรุต ครูเกษตรของโรงเรียนในเรื่องนี้ ว่ากระบวนการขั้น
ตอนที่ชัดเจนเป็นอย่างไร แต่ก็นึกเหมือนกันว่า มีวิธีการอื่นอีกไหมที่จะช่วยให้
ดินย่อยสลายเร็วขึ้น และต้องใช้สารอะไร..อย่างไร มีวิธีการทำแบบไหน ผู้
เขียนอยากเรียนรู้และจะลงมือทำทันที
วัตถุประสงค์ ที่นอกจะต้องการดินที่ดี ไว้ใช้ที่โรงเรียนแล้ว ยังต้องการสร้าง
รายได้ให้แก่โรงเรียนด้วย เพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียน ในการบริหารจัดการ
"โครงการเกษตรพอเพียง" ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ โดยตั้งใจจะสั่งทำถุง
เพื่อบรรจุดินโดยเฉพาะ พิมพ์ข้างถุงว่า
"ปุ๋ยดินดำ...โรงเรียนบ้านหนองผือ" ฯลฯ จำหน่ายถุงละ ๑๐ บาท ตอนนี้ยังไม่
มั่นใจ แต่ถ้าได้หมอดินหรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยชี้แนะ รับรอง ๑๐ บาท ขาย
ได้แน่นอน ช่วยให้โรงเรียนมีรายได้ไปจัดซื้อพันธุ์ปลา เชื้อเห็ด อาหารไก่พันธุ์
ไข่ และเมล็ดผักต่อไป
แค่คิดก็ชื่นใจ เพราะเห็นกองดินดำตั้งอยู่ตรงหน้า ภารกิจที่เหลือคงไม่ยาก
แล้ว พอกันทีดินดาน เจอดินดำกองนี้แล้วจะรู้สึก งานนี้ถ้าสำเร็จ จะช่วยสร้าง
มูลค่าเพิ่มด้านผลผลิตในโรงเรียนอีกไม่ใช่น้อย
ท่านล่ะ..เห็นอย่างไร ยังไงก็ช่วยชี้แนะผมบ้างนะครับ...ด้วยรักและขอบคุณ
ขอบคุณเพลงจาก You Tube นะครับ
มาเป็นคนแรก (หรือเปล่า)นะเนี่ยะ....หากท่าน ผอ.ติดต่อกับ สนง.พัฒนาที่ดินของจังหวัด ได้ ผอ.จะมีผู้ช่วยในเรื่องของดิน เป็นอย่างดีนะจ๊ะ เขาจะมี " สารเร่ง" เกี่ยวกับปุ๋ยชีวภาพ ทั้งปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยหมัก ที่เรียกว่า " พ.ด. ...." ต่าง ๆ ตั้งแต่ พด. 1.....จำไม่ได้ว่า ถึง พด. 12 หรือเปล่า แต่ละสูตรก็ใช้กับเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับปุ๋ย และอื่่น ๆ ให้บริการฟรีจ้ะ และยังสามารถเชิญให้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วยนะจ๊ะ
อ้อ..! หรือถ้ามี " หมอดิน" อาสา ที่คอยดูแลช่วยเหลือได้จ้ะ หมอดิน ก็เป็นตัวแทน ที่เป็นอาสาสมัคร ของ สนง.พัฒนาที่ดินเช่นเดียวกันจ้ะ
ขอบคุณมากครับ คุณมะเดื่อ
ผมจะรีบดำเนินการครับ
ผอ.ครับ การเพิ่มหรือการเร่งปฏิกิริยาในการย่อยสลาย สามารถใช้ EM (น้ำหมักชีวภาพ) ร่วมกับปุ๋ยยูเรียผสมน้ำด้วยได้ครับ เพื่อทำให้จุลินทรีย์ในกองดินทำงานได้ดีขึ้นครับและกองดินจะมีความร้อนลดลง เราสามารถใช้ท่อ PVC เจาะรูรอบๆปักลงกองดินเพื่อระบายความร้อนและเป็นการเติมอ๊อกซิเจนด้วยครับ หรืออาจใช้วัสดุธรรมชาติเช่นไม้ไผ่แทนได้ครับ วิธีการเหมือนท่อ PVC ครับ
ที่โรงเรียนมี EM ไหมครับ
มีเยอะครับอาจารย์ขจิต ก่อนปิดเทอมให้เด็กทำไว้หลายขวด ที่ยังหมักอยู่ก็มี ตอนนี้กำลังสะสมขี้วัวอยู่ครับ
แถวๆโรงเรียนผอ.น่าจะมีขี้วัวมาก
ผมคิดว่าน่าจำปุ๋ยได้ดีครับ
ตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมครับ สูตรก็คือ นำขี้วัวใส่ข้างบน รดด้วยอีเอ็ม คลุมด้วยพลาสติก ๗วัน เปิดแล้วคลุกเคล้า กลับข้างบนลงล่าง ทำอย่างนี้ สัก ๑ เดือน ก็คงได้ผลครับ อ.ขจิต รับกี่ถุงครับ เดี๋ยวพิเศษให้แล้วกัน
เรียนถามท่าน ผอ..." พิเศษ" จะแพงกว่าปกตินะ อย่างก๋วยเตี๋ยว " ธรรมดา 20 " " พิเศษ 30 " ...??
ประมาณนั้นเลย ครับ
คุณมะเดื่อ รู้ทัน
ระดับ อ.ขจิต ถุงละ ๒๐ พิเศษสุด
สวัดสีค่ะ อาจารย์ชยันต์
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบันทึกของหนู
หนูได้อ่านบันทึกของอาจารย์ในเรื่อง ดินดี แต่สำหรับในความคิดของหนู ดินดี หมายถึงดินที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ดินซึ่งน่าจะเป็นดินที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับทำกิจกรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ดินดีสำหรับคนปั้นเครื่องดินเผา คือดินเหนียว ดินดีสำหรับคนทีี่จะเอาไปถมที่คือดินร่วนปนทราย ดินดีสำหรับเอาไปเททำถนนทางเดินก็ดินปนหิน ดินดานก็เป็นดินที่มีอินทรีย์วัตถุน้อย แต่มีความเป็นด่างสูงค่ะ
ปลูกพืชอะไรไม่ค่อยขึ้นหรอก ใครอยากได้ต้นไม้ที่มีรากแก้ว ด้วยเหตุผลมันยึดต้นได้ดี แต่พอเอาเข้าจริงๆ พอรากแก้หยั่งลึกถึงชั้นดินดาน และดูซึมแร่ธาตุทีมีความเป็นด่างผสมขึ้นมาด้วย สุดท้ายพืชก็ไม่เจริญเติมโตในสภาวะดินเป็นด่างจัด...ค่ะ ฯลฯ
ดังนั้น ดินดีสำหรับคนปลูกพืชแต่ละชนิด จึงมีนัยย์แห่งความหมายแตกต่างกันไป เช่น ดินดีสำหรับคนปลูกปลูกถั่วต้องไม่เป็นกรด ในขณะที่ดินที่เป็นกรด กลับเป็นดินดีสำหรับคนที่อยากปลูก ชา กาแฟ ยางพารา เป็นต้น...ค่ะ
แต่อย่างไรก็ตามพืชส่วนใหญ่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่เป็นกรดเล็กน้อย ช่วง pH ที่เหมาะสมสำหรับพืชบางชนิดแสดงในตารางต่อไปนี้....ค่ะ
ค่าความเป็นกรด ด่างทีเหมาะสมสำหรับพืชแต่ละชนิด จากลิงก์ต่อไปนี้…ค่ะ http://agri.wu.ac.th/msomsak/Soil/Lab/Lab02.htm
ส่วนดินประเภทใน ในท้องถิ่นของเรา เราควรหางานวิจัยที่ได้เคยมีการทำวิจัย เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลดินในแต่ละท้องถิ่น มาเปรียบเทียบ จากลิงก์นี้ค่ะ
http://www.ldd.go.th/Lddwebsite/web_ord/Technical/Map_acidity/HTML/Acidity_map.html
แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีทีสุด คือการสุ่มตัวอย่างดินในท้องถิ่นที่เราจะนำมาปรับปรุงใช้ ควรได้มีการนำตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ก่อนเป้นลำดับแรก ว่ามีสภาพอย่างไร
ไม่แน่นะคะ อาจรย์ และชุมชน อาจไม่ต้องทำอะไรกับดินเลย หากดินในท้องถิ่นเป็นดินที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ประกอบการทำกิจกรรมทางการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ
อาจารย์อาจไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากให้คนงานช่วยกันตักดินมาป่นซะหน่อย แล้วเอาใส่ถุง ส่งขายเลย ...ค่ะ 555
ดังนั้น เราต้องหาตัวเราเองให้พบก่อนว่า เราจะปรับปรุงดินไปเพื่อใช้ทำอะไร...ค่ะ
ไม่ว่าอาจารย์จะปรับปรุงด้วยวิธีการใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว อาจารย์ก็คงต้องวัดค่าความเป็นกรด และด่าง ของดิน เพื่อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ ซึ่งอาจาย์สามารถพิมพ์ข้างถุงได้เลยว่า เหมาะกับการนำไปใช้ในเรื่องใด...ค่ะ
แต่เนื่องจากอินทรีย์วัตถุในดิน จะมีการย่อยสลายตามลักษณะของธาตุ ซึ่งย่อมมีอายุของมันเอง ดังนั้นค่าความเป็นกรด และด่างจึงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา…ค่ะ
อนาคต การนำดินบรรจุถุงขาย อาจจะต้องใช้วิธีการดูดอากาศออก เพื่อลดอัตราการย่อยสลายภายใน และความชื้นภายนอก รวมถึงชนิดของจุลินทรีย์ในอากาศ หรือจุลินทรีย์สังเคราะห์ ทีมีอยู่ใน EM หรือ พด. ทั้งหลาย ที่นำมาเป็นตัวย่อยสลายอินทรีย์วัตถุที่เจือปนในดิน...ค่ะ
ทุกอย่างมีที่มา ที่ไป มีเหตุผลใตตัวของมันเอง....ค่ะ
แต่ที่แน่ๆ คือความตั้งใจของอาจารย์ หมูคณะ และชุมชน ที่จะร่วมด้วยช่วยกัน นำสิ่งดีๆ ที่มีอยู่้ในชุมชน มาพัฒนาปรับปรุง เพื่อให้เกิดประโยชน์ และมูลค่าเพิ่ม เพื่อจะยกระดับคุณภาพ่ชีวติของชุมชนในท้องถิ่น รวมไปถึงการสร้างชื่อเสียงด้วยการบ่งบอกถึงแหล่งที่มาของผลิตของชุมชน ของท่านอาจรย์...ค่ะ
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วตัว...ค่ะ
ขอแก้ไขคำว่า สวัดสี ในบรรทัดแรก เป็น สวัสดี...ค่ะ
แ่ละทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วตัว...ค่ะ แก้ไขเป็น ส่วนตัว...ค่ะ
เรื่อง "ดินของประเทศไทย" ค่ะ ตามลิงก์ โฮมเพจ นี้...ค่ะ
http://www.ldd.go.th/thaisoils_museum/INDEX.HTM
และ มีอีกลิงก์ ที่น่าสนใจค่ะ คือ "ดิน แ่่ละการเกิดดิน" ค่ะ ซึ่งเป็นเว็ปเพจ ของโฮมเพจข้างต้น อาจารย์ลองอ่านดู...นะคะ เผื่อจะมีประโยชน์บ้าง
http://www.ldd.go.th/thaisoils_museum/survey_1/soils.htm
ตื่นขึ้นมาก็ดีใจ
ที่สาวน้อยใจดี
ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก
ขอตั้งหลักตั้งคำถามก่อน
เกี่ยวกับต้นลำไย ข้างบ้าน ครับ
สวัสดีค่ะท่านผอ.
ขนาดคุณยายยังปรบมือให้ เช่นนี้
ไม่ทำไม่ได้แล้ว
ไม่มีความรู้ด้านการเกษตรค่ะ และเอากำลังใจมาฝาก
เกษตรอำเภอหรือจัวหวัดจะช่วยแนะนำได้ไหมคะท่านอาจารย์
คนที่ไม่มีความรู้ด้านเกษตร คนนี้ล่ะ กำลังใจที่รอคอยเลย
ผมถามเพื่อนผู้บริหารและครูเกษตรแล้ว ทราบอุปกรณ์ ขั้นตอนแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการ คาดว่า สัก ๒ สัปดาห์ เริ่มลงมือได้ ครับ