ประเด็นสำคัญที่จะพิจารณาจากกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์นั้นได้แก่
1)
การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทที่เป็นนิติบุคคลต่างด้าวเนื่องจากปัญหาสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าวซึ่งเป็นเหตุให้บริษัทที่เกิดจากการควบรวมกิจการนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสถานะเป็นคนต่างด้าวอันเป็นเหตุให้บริษัทที่รับโอนกิจการนั้นขาดคุณสมบัติในการถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่า กฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอาคารชุดกำหนดห้ามการถือครองที่ดินหรืออาคารชุดแก่นิติบุคคลต่างด้าวไว้อย่างไร
2)
การโอนอสังหาริมทรัพย์ จะต้องพิจารณาคือแม้ว่ากฎหมายกำหนดให้สิทธิและหน้าที่ของบริษัทเดิมโอนไปเป็นของบริษัทใหม่ซึ่งรวมทั้งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ด้วยก็ตามแต่ในเรื่องของการเป็นผู้ทรงทรัพยสิทธิในอสังหาริมทรัพย์นั้นก็จะต้องดำเนินการทางทะเบียนด้วย มิฉะนั้นบริษัทใหม่ก็ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้และหากมีบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้ดำเนินการจดทะเบียนการได้มาแล้วก็ไม่สามารถยกขึ้นอ้างยันได้
3)
ใบอนุญาตเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้แก่ใบอนุญาตให้ทำการค้าที่ดิน ใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร มีข้อพิจารณาว่ากรณีที่เป็นการควบรวมกิจการด้วยวิธีการซื้อหุ้นนั้นจะไม่มีปัญหาแต่ประการใดเพราะภายหลังการเข้าถือหุ้นแล้วบริษัทยังคงดำเนินกิจการต่อไปไม่เป็นการกระทบต่อใบอนุญาตแต่อย่างใดส่วนกรณีของการควบรวมกิจการด้วยวิธีการซื้อทรัพย์สินนั้นจำเป็นต้องพิจารณาด้วยว่าใบอนุญาตนั้นๆ สามารถที่จะโอนให้แก่กันได้หรือไม่
หากกฎหมายกำหนดให้สามารถที่จะโอนให้แก่กันได้แล้วกรณีก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพียงแต่ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นแต่หากกฎหมายไม่ได้กำหนดแล้วย่อมถือว่าใบอนุญาตนั้นเป็นเรื่องที่พิจารณาถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวจึงไม่สามารถที่จะโอนให้แก่กันได้การโอนให้แก่กันย่อมถือว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายซึ่งต้องตกเป็นโมฆะ
4) การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พิจารณาดังนี้กรณีที่บริษัทเดิมก่อนที่จะมีการควบรวมกิจการได้จดทะเบียนการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมแล้วในกรณีที่มีการควบบริษัทบริษัทที่เกิดขึ้นใหม่ย่อมได้รับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาดังกล่าวด้วยส่วนกรณีทีเป็นการควบรวมกิจการด้วยวิธีการซื้อหุ้นบริษัทยังคงประกอบกิจการต่อไปย่อมไม่กระทบต่อสัญญาเช่าแต่อย่างใดแต่ในกรณีที่เป็นการควบกิจการด้วยวิธีการซื้อทรัพย์สินแล้วบริษัทผู้ขายจะต้องดำเนินการโอนสิทธิการเช่าให้กับบริษัทใหม่ด้วย ทั้งนี้จะต้องดำเนินการทางทะเบียนเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าวด้วย